เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · เผยแพร่ 25 กันยายน 2569
ผู้ขายกิจการส่ง MOU มาให้เซ็นก่อนเปิดงบและสัญญาลูกค้า ผู้ซื้อยังไม่รู้ว่าหนี้ค้างเท่าไร แต่ในเอกสารมีทั้งกำหนดวันจ่ายเงิน คำว่า “ห้ามเจรจากับคนอื่น” และเงื่อนไขริบเงิน หากตรวจแล้วไม่อยากซื้อ จะถอนตัวได้จริงหรือไม่
MOU หรือ LOI ซื้อกิจการไม่ใช่เอกสารที่ “ไม่มีผล” เสมอไป ต้องอ่านถ้อยคำแต่ละข้อและพฤติการณ์ของคู่เจรจา บางข้ออาจตั้งใจให้ผูกพันทันที เช่น การรักษาความลับหรือห้ามเจรจากับรายอื่น ส่วนหน้าที่ซื้อขายจริงควรระบุว่าขึ้นอยู่กับการตรวจสอบกิจการและการลงนามสัญญาฉบับสมบูรณ์
ถ้าเซ็นสัญญาซื้อขายหุ้นหรือสัญญาซื้อขายทรัพย์สินฉบับสุดท้ายแล้ว ควรตรวจหน้าที่ตามสัญญานั้นโดยตรง ไม่ใช้บทความนี้ตัดสินสิทธิจาก MOU เพียงฉบับเดียว
ถ้าซื้อเฉพาะทรัพย์ อ่าน รายการตรวจสัญญาซื้อขายกิจการแบบโอนทรัพย์ แต่ถ้าซื้อหุ้นให้ใช้ เช็กลิสต์สัญญาซื้อขายหุ้นก่อนจ่ายเงิน
เวลาตรวจ MOU ขึ้นกับจำนวนกิจการ เอกสารที่เปิด และประเด็นที่ยังต่อรอง ค่าตรวจเอกสาร ค่าบัญชีหรือผู้ประเมิน และค่าทนายควรแยกขอบเขตงานก่อนเสนอราคา ไม่มีตัวเลขเดียวใช้ได้กับทุกดีล ต้องประเมินจากเอกสารจริง
ให้ทนายตรวจเมื่อมีเงินจ่ายล่วงหน้า ข้อห้ามเจรจากับรายอื่น ข้อมูลลับจำนวนมาก หรือผู้ขายต้องการให้เซ็นก่อนเปิดหนี้และสัญญาหลัก เพราะถ้อยคำเพียงบางข้ออาจเปลี่ยนหน้าที่ของคู่เจรจาได้
ทนายแยกข้อที่ผูกพันจากกรอบเจรจา ร่างเงื่อนไขเปิดข้อมูล ตรวจสิทธิถอนตัวและคืนเงิน ตรวจอำนาจลงนาม แล้วทำรายการเอกสารสำหรับดีลจริง หากยังไม่ได้รวบรวมร่างทั้งหมด ดู วิธีเตรียมเอกสารให้ทนายตรวจสัญญาก่อนเซ็น
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น ต้องอ่านว่าข้อรักษาความลับ การใช้ข้อมูล การชำระเงิน และข้อห้ามเจรจากับรายอื่นถูกยกเว้นให้ผูกพันไว้หรือไม่ รวมทั้งดูการกระทำหลังลงนาม
ทำได้หากทั้งสองฝ่ายตกลงชัดว่าเงินนั้นมีสถานะใด ใครถือ และคืนเมื่อไร อย่าใช้คำว่า “มัดจำ” โดยยังไม่กำหนดสิทธิเมื่อผลตรวจสอบกิจการไม่ผ่าน
ดูภาพรวมที่ คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ
ส่งคำว่า “MOU ซื้อกิจการ” พร้อมร่างเอกสารและระบุว่าเป็นดีลซื้อหุ้นหรือซื้อทรัพย์ ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ