7 ข้อพลาดในสัญญาที่ทำให้เสียเปรียบ (ต้องเลี่ยง)
7 ข้อพลาดในสัญญาที่ทำให้เสียเปรียบ (ต้องเลี่ยง)

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026

ตอบสั้น ๆ: สัญญาที่ทำให้ "เสียเปรียบ" มักไม่ได้พลาดเพราะคู่สัญญาโกง แต่พลาดเพราะ เขียนไม่รัดกุม 7 จุดที่พบบ่อยที่สุดคือ ไม่ทำเป็นหนังสือ/หลักฐานไม่ครบ ระบุคู่สัญญาและขอบเขตงานคลุมเครือ ไม่มีเงื่อนไขการชำระเงินที่ชัด ข้อบอกเลิกสัญญาหลวม ไม่มีเบี้ยปรับ/ค่าเสียหายเมื่อผิดสัญญา ไม่มีข้อกฎหมายและเขตอำนาจศาลที่ใช้บังคับ และเซ็นโดยไม่อ่าน/ไม่ตรวจก่อน บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ

1. ไม่ทำเป็นหนังสือ หรือหลักฐานไม่ครบ

สัญญาหลายประเภทบังคับได้แม้ทำด้วยวาจา แต่เมื่อเกิดข้อพิพาทจะพิสูจน์ยากมาก และบางสัญญากฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือต้องจดทะเบียนจึงจะฟ้องร้องบังคับได้ การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมลงลายมือชื่อและเก็บเอกสารให้ครบ จึงเป็นเกราะป้องกันพื้นฐานที่สุด

2. ระบุคู่สัญญาและขอบเขตงานคลุมเครือ

สัญญาควรระบุให้ชัดว่าใครเป็นคู่สัญญา (บุคคลหรือนิติบุคคล เลขประจำตัว อำนาจลงนาม) และ "ขอบเขตงาน/สิ่งที่ต้องส่งมอบ" คืออะไร ภายในเมื่อไร คุณภาพระดับใด ความคลุมเครือตรงนี้คือบ่อเกิดข้อพิพาทอันดับต้น ๆ เพราะแต่ละฝ่ายตีความเข้าข้างตัวเอง การเขียนให้วัดผลได้ช่วยตัดปัญหาตั้งแต่ต้น

3. เงื่อนไขการชำระเงินไม่ชัด

จ่ายเท่าไร จ่ายเมื่อไร แบ่งงวดอย่างไร ผูกกับการส่งมอบงานหรือไม่ หากผิดนัดคิดดอกเบี้ยเท่าไร ทั้งหมดนี้ต้องระบุให้ชัด สัญญาที่เขียนเรื่องเงินหลวม ๆ มักจบลงด้วยการทวงถามที่ยืดเยื้อ และต้องอาศัย หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (โนติส) และการฟ้องร้องตามมา ซึ่งเสียทั้งเวลาและความสัมพันธ์

4. ข้อบอกเลิกสัญญาหลวม

สัญญาที่ดีต้องบอกว่า "เลิกได้เมื่อไร และต้องทำอย่างไร" เช่น ต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากี่วัน ผิดสัญญาแบบไหนถึงเลิกได้ทันที และเมื่อเลิกแล้วผลเป็นอย่างไร (คืนเงิน คืนของ ค่าเสียหาย) หากไม่เขียนไว้ การจะเลิกสัญญาจะยุ่งยากและอาจถูกอ้างว่าเป็นฝ่ายผิดเสียเอง

5. ไม่มีเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายเมื่อผิดสัญญา

การกำหนด "เบี้ยปรับ" หรือค่าเสียหายที่กำหนดล่วงหน้าช่วยให้เรียกร้องได้ง่ายขึ้นเมื่ออีกฝ่ายผิดสัญญา โดยไม่ต้องพิสูจน์ความเสียหายทั้งหมด อย่างไรก็ดี เบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนศาลมีอำนาจลดลงได้ตามกฎหมาย จึงควรกำหนดให้สมเหตุสมผล การวางเงื่อนไขนี้ให้พอดีเป็นศิลปะที่ควรให้ทนายช่วยร่าง

6. ไม่ระบุกฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล

โดยเฉพาะสัญญาที่มีคู่สัญญาต่างชาติหรือทำธุรกรรมข้ามพรมแดน การไม่ระบุว่าจะใช้กฎหมายประเทศใดและจะระงับข้อพิพาทที่ศาลหรืออนุญาโตตุลาการใด อาจทำให้เวลาเกิดปัญหาต้องไปสู้กันเรื่อง "เขตอำนาจ" ก่อนถึงเนื้อหาคดี ซึ่งกินเวลาและค่าใช้จ่ายมหาศาล ประเด็นนี้สำคัญมากในสัญญาไทย-จีน อ่านเพิ่มที่ สัญญาสองภาษา ไทย-จีน

7. เซ็นโดยไม่อ่าน/ไม่ตรวจก่อน

ข้อพลาดที่แพงที่สุดคือ "เซ็นไปก่อน" เพราะเกรงใจหรือรีบ เมื่อเซ็นแล้วโดยหลักย่อมผูกพันตามข้อความในสัญญา การอ้างภายหลังว่าไม่ได้อ่านมักฟังไม่ขึ้น โดยเฉพาะข้อที่ทำให้เสียเปรียบ เช่น การยอมรับผิดอย่างกว้าง การสละสิทธิบางอย่าง หรือการค้ำประกัน ซึ่งมีผลตามกฎหมายค้ำประกันที่ควรเข้าใจก่อน อ่านได้ที่ สัญญาค้ำประกันกฎหมายใหม่ ผู้ค้ำรับผิดแค่ไหน

สรุป 7 ข้อพลาดและวิธีเลี่ยง

ข้อพลาดวิธีเลี่ยง
ไม่ทำเป็นหนังสือทำลายลักษณ์อักษร ลงนาม เก็บครบ
คู่สัญญา/ขอบเขตคลุมเครือระบุตัวตน อำนาจลงนาม และงานให้วัดผลได้
เงื่อนไขจ่ายเงินไม่ชัดกำหนดงวด เงื่อนไข ดอกเบี้ยผิดนัด
ข้อบอกเลิกหลวมระบุเหตุ วิธี และผลของการเลิก
ไม่มีเบี้ยปรับกำหนดค่าเสียหาย/เบี้ยปรับที่สมเหตุผล
ไม่มีเขตอำนาจ/กฎหมายบังคับระบุกฎหมายและศาล/อนุญาโตตุลาการ
เซ็นโดยไม่ตรวจให้ทนายตรวจก่อนลงนามทุกครั้ง

เคล็ดลับ: สัญญาที่ดีไม่ใช่สัญญาที่เอาเปรียบอีกฝ่าย แต่คือสัญญาที่ "ชัดเจน บังคับได้ และคาดเดาผลได้" ทั้งสองฝ่าย ความชัดเจนนี่เองที่ปกป้องคุณเมื่อเกิดข้อพิพาท เช่นเดียวกับการคุ้มครองข้อมูลด้วย NDA สัญญารักษาความลับทางธุรกิจ และการเขียนเงื่อนไขซื้อขายให้รัดกุมตามแนวทางใน สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน

คำถามที่พบบ่อย

เซ็นสัญญาไปแล้วเพิ่งรู้ว่าเสียเปรียบ แก้ได้ไหม

โดยหลักเมื่อเซ็นแล้วย่อมผูกพัน การแก้ทำได้ยากเว้นแต่มีเหตุตามกฎหมาย เช่น ถูกกลฉ้อฉล สำคัญผิด ข่มขู่ หรือข้อสัญญาขัดต่อกฎหมาย/ความสงบเรียบร้อย ควรให้ทนายตรวจว่าพอมีช่องทางโต้แย้งหรือเจรจาแก้ไขได้หรือไม่

เบี้ยปรับเขียนสูงมาก เรียกได้เต็มไหม

เบี้ยปรับที่กำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงให้เหมาะสมได้ตามกฎหมาย ดังนั้นการเขียนตัวเลขสูงเกินจริงไม่ได้แปลว่าจะเรียกได้เต็มเสมอ ควรกำหนดให้สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับความเสียหายที่อาจเกิด

สัญญากับคู่ค้าจีน ใช้ภาษาไหนและกฎหมายไหนดี

ควรกำหนดให้ชัดว่าใช้ภาษาใดเป็นภาษาที่ใช้บังคับ ใช้กฎหมายประเทศใด และระงับข้อพิพาทที่ใด เพื่อลดปัญหาการตีความและเขตอำนาจ การทำสัญญาสองภาษาที่รัดกุมช่วยได้มาก ควรปรึกษาทนายที่เชี่ยวชาญงานไทย-จีนโดยเฉพาะ

ใช้แบบสัญญาสำเร็จรูปจากอินเทอร์เน็ตได้ไหม

ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่แบบสำเร็จรูปมักไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและความเสี่ยงเฉพาะของคุณ และอาจมีข้อที่ขัดกฎหมายปัจจุบัน การให้ทนายปรับให้เข้ากับธุรกรรมจริงช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการคัดลอกมาใช้ทั้งดุ้น

📚 แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (อ่านเพิ่มเติม)

ปรึกษาทนายความไทย-จีน ลอว์ เฟิร์ม

ข้อพลาดในสัญญาเพียงข้อเดียวอาจทำให้เสียเงินก้อนใหญ่หรือแพ้คดี เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายด้านสัญญาธุรกิจของเราช่วยร่างและตรวจสัญญาให้รัดกุม ปิดช่องเสียเปรียบก่อนคุณลงนาม ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ

Powered by Froala Editor

Scroll