เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามจนน่าจะทำให้เขาเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เป็นความผิดฐาน "หมิ่นประมาท" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และถ้าทำ โดยการโฆษณา เช่น โพสต์หรือแชร์ลงโซเชียลมีเดียที่คนเห็นได้ทั่วไป จะเข้ามาตรา 328 ซึ่ง โทษหนักขึ้น (จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท) ส่วน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ใช้กับการนำ "ข้อมูลเท็จ/บิดเบือน" เข้าระบบ ไม่ใช่เหมารวมการหมิ่นประมาททั่วไป เพราะกฎหมายแก้ไขปี 2560 กำหนดชัดว่าต้อง "มิใช่การหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา" บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือคดีอาญาธุรกิจ
| ประเด็น | ม.326 (ธรรมดา) | ม.328 (โดยการโฆษณา) |
|---|---|---|
| ลักษณะ | ใส่ความต่อบุคคลที่สาม | ทำโดยโฆษณา/เผยแพร่สู่สาธารณะ (รวมโซเชียล) |
| โทษจำคุก | ไม่เกิน 1 ปี | ไม่เกิน 2 ปี |
| โทษปรับ | ไม่เกิน 20,000 บาท | ไม่เกิน 200,000 บาท |
การโพสต์ แชร์ หรือคอมเมนต์ใส่ความผู้อื่นบนเฟซบุ๊ก ไลน์กลุ่ม ติ๊กต็อก หรือเว็บบอร์ด ที่บุคคลที่สามเห็นได้ มักเข้าข่าย "หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา" ตามมาตรา 328 จึงต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะแม้แต่การ "แชร์ต่อ" ข้อความที่ใส่ความผู้อื่นก็อาจมีความรับผิดได้
หลายคนเข้าใจว่าโพสต์ด่ากันออนไลน์ต้องโดน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เสมอ ความจริงคือ มาตรา 14(1) มุ่งเอาผิดการนำ "ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ" เข้าสู่ระบบโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉบับแก้ไขปี 2560 ได้เพิ่มข้อความว่า "อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา" เพื่อไม่ให้นำมาตรา 14 มาใช้ซ้ำซ้อนกับคดีหมิ่นประมาททั่วไป ดังนั้นการหมิ่นประมาทออนไลน์โดยตรงจึงใช้มาตรา 328 เป็นหลัก ส่วนมาตรา 14 จะใช้เมื่อเป็นข้อมูลเท็จ/บิดเบือนที่กระทบประชาชน โทษตามมาตรา 14 คือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ข้อยกเว้นที่ไม่ผิดหมิ่นประมาท: การแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เป็นธรรม ในเรื่องที่เป็นประโยชน์สาธารณะ หรือการกล่าวข้อความจริงเพื่อป้องกันสิทธิของตน อาจเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 329 และการพิสูจน์ว่าข้อความเป็นความจริงตามมาตรา 330 ก็อาจไม่ต้องรับโทษ (เว้นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน) จึงต้องดูบริบทและถ้อยคำเป็นรายกรณี
หมิ่นประมาทเป็น "ความผิดอันยอมความได้" ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ ดังนั้นควรรีบดำเนินการ ขั้นตอนแนะนำคือ บันทึกหลักฐาน (แคปหน้าจอโพสต์ ลิงก์ วันเวลา ยอดแชร์/คอมเมนต์ ผู้เห็น) แล้วเลือกแนวทาง จะแจ้งความหรือฟ้องคดีเองต่อศาลก็ได้ ความต่างของสองทางอ่านที่ แจ้งความ vs ฟ้องคดีอาญาเอง และหากเป็นการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีทรัพย์เสียหายด้วย ดูที่ โดนโกงออนไลน์ อายัดบัญชี
นอกจากคดีอาญา ผู้เสียหายยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากการถูกหมิ่นประมาทได้ และในคดีธุรกิจการหมิ่นประมาทอาจมาพร้อมการปลอมเอกสารหรือข้อมูลเท็จ ซึ่งมีฐานความผิดเพิ่ม ดูที่ ปลอมเอกสาร-ปลอมลายมือชื่อ
เพราะคดีหมิ่นประมาทออนไลน์มีอายุความสั้นและต้องพิสูจน์ตัวผู้กระทำกับการเผยแพร่สู่สาธารณะ การเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบตั้งแต่แรกจึงเป็นหัวใจของรูปคดี
กรณีผู้โพสต์ใช้บัญชีนิรนาม การระบุตัวตนอาจต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติม ทนายจะช่วยวางแนวทางรวบรวมพยานหลักฐาน ประเมินว่าควรแจ้งความหรือฟ้องเอง และดำเนินการให้ทันกรอบ 3 เดือน เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ
อาจผิดได้ การแชร์หรือเผยแพร่ข้อความที่ใส่ความผู้อื่นต่อสาธารณะก็เข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้เช่นกัน ขึ้นกับข้อความ เจตนา และบริบท จึงควรระมัดระวังก่อนแชร์ต่อทุกครั้ง
การหมิ่นประมาทดูที่ "น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง" แม้เป็นความจริงก็อาจผิดได้ แต่กฎหมายให้พิสูจน์ความจริงเพื่อไม่ต้องรับโทษได้ในบางกรณีตามมาตรา 330 เว้นแต่เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ทั้งนี้ขึ้นกับข้อเท็จจริง ควรปรึกษาทนาย
หมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ คู่กรณีจึงเจรจาและถอนคดีกันได้ และผู้เสียหายต้องร้องทุกข์/ฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ มิฉะนั้นอาจขาดสิทธิ
ควรรีบปรึกษาทนายเพื่อประเมินว่าข้อความเข้าข่ายข้อยกเว้น (ติชมโดยสุจริต/ประโยชน์สาธารณะ/พิสูจน์ความจริง) หรือไม่ และพิจารณาแนวทางเจรจาหรือต่อสู้คดี ไม่ควรลบหลักฐานหรือโพสต์โต้ตอบเพิ่ม เพราะอาจทำให้รูปคดีแย่ลง
คดีหมิ่นประมาทมีอายุความสั้นเพียง 3 เดือน และต้องวางฐานความผิดให้ตรง เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีอาญาของเราช่วยทั้งผู้เสียหายที่ถูกหมิ่นประมาทออนไลน์ และผู้ที่ถูกฟ้อง วางแนวเจรจา-ต่อสู้คดี ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor