เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: "มัดจำ" คือเงินหรือทรัพย์ที่ให้ไว้ในวันทำสัญญาเพื่อเป็นหลักฐานและประกันการปฏิบัติตามสัญญา ถ้าผู้วางมัดจำผิดสัญญาอาจถูก "ริบมัดจำ" ส่วนถ้าผู้รับมัดจำผิดสัญญาก็ต้องคืนมัดจำ (บางกรณีคืนสองเท่า) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377-378 ส่วน "เบี้ยปรับ" คือจำนวนที่ตกลงกันล่วงหน้าว่าจะชดใช้เมื่อผิดสัญญา ซึ่งถ้า สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลง ให้พอสมควรได้ (มาตรา 383) บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ
มัดจำคือสิ่งที่ให้ไว้ "ในวันเข้าทำสัญญา" เพื่อเป็นพยานหลักฐานว่ามีสัญญาและเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา ผลทางกฎหมายโดยทั่วไปคือ ถ้ามีการปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วน มัดจำจะถูกคืนหรือหักเป็นส่วนหนึ่งของการชำระหนี้ แต่ถ้า ฝ่ายที่วางมัดจำเป็นฝ่ายผิดสัญญา อีกฝ่ายมีสิทธิริบมัดจำได้ ในทางกลับกัน ถ้า ฝ่ายที่รับมัดจำผิดสัญญา ก็ต้องคืนมัดจำ ซึ่งในบางกรณีกฎหมายให้คืนเป็นสองเท่าของมัดจำที่รับไว้
เบี้ยปรับคือจำนวนเงิน (หรือทรัพย์/การกระทำ) ที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ "ล่วงหน้า" ว่าจะให้เป็นค่าเสียหายเมื่อมีการผิดสัญญา ข้อดีคือเมื่อผิดสัญญา ผู้เสียหายเรียกเบี้ยปรับได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ความเสียหายที่แท้จริงทั้งหมด แต่ข้อสำคัญคือเบี้ยปรับที่ สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงให้เหมาะสม โดยพิจารณาจากความเสียหายที่แท้จริงและพฤติการณ์ จุดต่างหลักจากมัดจำคือ มัดจำเป็นสิ่งที่ "ให้ไว้แล้ว" ตั้งแต่ต้น ส่วนเบี้ยปรับเป็นจำนวนที่ "จะเรียก" เมื่อผิดสัญญา
| ประเด็น | มัดจำ | เบี้ยปรับ |
|---|---|---|
| ให้เมื่อไร | วางไว้ตั้งแต่วันทำสัญญา | เรียกเมื่อมีการผิดสัญญา |
| ผู้วาง/ผู้ผิดสัญญา | ผู้วางผิด = ถูกริบ / ผู้รับผิด = คืน(อาจ 2 เท่า) | ฝ่ายผิดสัญญาต้องชำระเบี้ยปรับ |
| ศาลลดได้ไหม | โดยหลักริบ/คืนตามที่ตกลง | ถ้าสูงเกินส่วน ศาลลดได้ (ม.383) |
ในสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้ซื้อมักวาง "เงินมัดจำ" ไว้ ถ้าผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ไปโอนตามกำหนด ผู้ขายอาจริบมัดจำได้ แต่ถ้าผู้ขายผิดสัญญาเอง เช่น ไม่ปลดจำนองหรือไม่ไปโอน ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกมัดจำคืน และเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้ตามสัญญา การเขียนข้อมัดจำและเบี้ยปรับให้ชัดเจนในสัญญาจึงสำคัญ ดูแนวทางที่ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
ระวังเรียกชื่อผิด: เงินที่เรียกว่า "มัดจำ" ในสัญญาบางฉบับ จริง ๆ อาจเป็นเพียง "เงินวางประกัน" หรือ "เงินดาวน์" ที่มีผลต่างกัน การระบุให้ชัดว่าเงินที่วางคืออะไรและริบ/คืนอย่างไร ช่วยกันข้อพิพาท เป็นหนึ่งในข้อพลาดที่ควรเลี่ยง อ่านที่ 7 ข้อพลาดในสัญญาที่ทำให้เสียเปรียบ
สัญญาที่ดีควรระบุให้ชัดว่า เงินที่วางเป็น "มัดจำ" หรือ "เบี้ยปรับ" หรือ "เงินวางประกัน" จำนวนเท่าไร ริบหรือคืนในกรณีใด และมีดอกเบี้ย/ค่าเสียหายเพิ่มหรือไม่ เบี้ยปรับควรกำหนดให้สอดคล้องกับความเสียหายที่อาจเกิดจริง ไม่สูงเกินจนถูกศาลลด การวางเงื่อนไขเหล่านี้ให้สมดุลเป็นศิลปะการร่างสัญญา และมักใช้ร่วมกับหลักประกันอื่น เช่น การค้ำประกัน ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะที่ควรเข้าใจ อ่านที่ สัญญาค้ำประกันกฎหมายใหม่
ถ้าผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญาโดยไม่มีเหตุยกเว้น ผู้ขายมักริบมัดจำได้ตามที่ตกลง แต่ต้องดูเงื่อนไขในสัญญาและข้อเท็จจริงประกอบ หากมีเหตุที่ทำให้ผู้ซื้อไม่ผิด เช่น ผู้ขายเองทำผิดเงื่อนไข การริบอาจไม่ชอบ ควรให้ทนายตรวจสัญญาก่อน
โดยหลักผู้ซื้อมีสิทธิได้มัดจำคืน และในบางกรณีกฎหมายกำหนดให้ผู้รับมัดจำที่ผิดสัญญาคืนเป็นสองเท่า รวมถึงอาจเรียกค่าเสียหายเพิ่มตามสัญญาได้ ทั้งนี้ขึ้นกับถ้อยคำในสัญญาและข้อเท็จจริง
ไม่เสมอไป หากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงให้พอสมควรตามมาตรา 383 โดยดูความเสียหายที่แท้จริงและพฤติการณ์ การกำหนดเบี้ยปรับให้สมเหตุผลตั้งแต่แรกจึงได้ผลกว่าการเขียนตัวเลขสูงลอย ๆ
ขึ้นกับข้อตกลงและเจตนาของคู่สัญญา เงิน "จอง" อาจเป็นมัดจำหรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของราคา/เงินประกัน ซึ่งผลการริบ-คืนต่างกัน ควรระบุในเอกสารให้ชัดว่าคือเงินอะไรและมีเงื่อนไขอย่างไร เพื่อไม่ให้ตีความขัดกันภายหลัง
เรียกชื่อเงินผิดหรือเขียนเบี้ยปรับสูงเกิน อาจทำให้ริบไม่ได้หรือถูกศาลลด เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายด้านสัญญาธุรกิจของเราช่วยร่าง-ตรวจข้อมัดจำและเบี้ยปรับให้รัดกุมและบังคับได้จริง ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor