เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: ถ้าคู่สมรสของคุณไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้อื่น มาตรา 1523 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้สิทธิ "เรียกค่าทดแทน" ได้ทั้งจาก คู่สมรสฝ่ายที่ผิด และจาก ชู้ (ผู้ที่ล่วงเกินคู่สมรสของเราไปในทำนองชู้สาว) แต่ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน และจำนวนเงินขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาล ไม่มีอัตราตายตัว เรื่องนี้มักทำควบคู่กับการ ฟ้องหย่า ซึ่งเป็นเสาหลักของหัวข้อนี้
"ค่าทดแทน" ตามมาตรา 1523 เป็นการชดเชยความเสียหายต่อจิตใจและเกียรติยศของคู่สมรสฝ่ายที่ถูกกระทำ เมื่ออีกฝ่ายไปอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามีภริยา มีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่น โดยกฎหมายให้เรียกได้ 2 ทาง คือ เรียกจาก คู่สมรสฝ่ายที่ประพฤติผิด และเรียกจาก ชู้หรือผู้ล่วงเกิน ที่รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรส
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การเรียกค่าทดแทนจากชู้ มักต้องสัมพันธ์กับการที่คู่สมรสมีเหตุและใช้สิทธิฟ้องหย่าด้วย ไม่ใช่เพียงสงสัยลอย ๆ การวางรูปคดีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ และควรพิจารณาควบคู่กับเหตุฟ้องหย่าทั้งหมด ซึ่งอธิบายไว้ละเอียดที่ เหตุฟ้องหย่า 10 ประการ ตามมาตรา 1516
หัวใจของคดีคือ "พิสูจน์พฤติการณ์ชู้สาว" ให้ศาลเชื่อ พยานหลักฐานที่ช่วยได้ เช่น ภาพถ่าย/คลิปที่แสดงความสัมพันธ์เกินเพื่อน ข้อความแชตเชิงชู้สาว หลักฐานการพักค้างคืนด้วยกัน พยานบุคคลที่รู้เห็น หรือหลักฐานการอุปการะเลี้ยงดู เช่น การโอนเงินหรืออยู่กินฉันสามีภริยา ยิ่งหลักฐานเชื่อมโยงกันเป็นเรื่องราวและแสดงว่าผู้ล่วงเกิน "รู้" ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว โอกาสที่ศาลรับฟังก็ยิ่งสูง
ข้อควรระวังเรื่องการได้มาซึ่งหลักฐาน: การเก็บหลักฐานต้องไม่ละเมิดกฎหมายอื่น เช่น การบุกรุก ดักฟัง หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ เพราะอาจกลายเป็นความผิดเสียเอง ควรปรึกษาทนายเรื่องวิธีรวบรวมหลักฐานที่ใช้ได้จริงในชั้นศาล
ไม่มีอัตราตายตัวและไม่มีใครรับประกันจำนวนเงินได้ เพราะศาลใช้ดุลพินิจกำหนดตามพฤติการณ์และความร้ายแรงของแต่ละคดี โดยพิจารณาปัจจัยประกอบ เช่น ฐานะของคู่กรณี ความเสียหายต่อชื่อเสียงและจิตใจ ระยะเวลาและลักษณะความสัมพันธ์ชู้สาว รวมถึงพฤติการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการเรียกร้องจำนวนสูงเกินจริงโดยไม่มีฐานข้อเท็จจริงรองรับ มักไม่เป็นผลดีต่อรูปคดี
| เรียกจาก | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|
| คู่สมรสฝ่ายที่ผิด | มีพฤติการณ์ยกย่อง/อุปการะผู้อื่นฉันสามีภริยา หรือมีชู้ |
| ชู้/ผู้ล่วงเกิน | รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรส |
ในคดีหย่ามักมีหลายเรื่องเงินที่แยกกัน "ค่าทดแทน" คือชดเชยความเสียหายจากการประพฤติผิด ส่วน "การแบ่งสินสมรส" คือการแบ่งทรัพย์ที่ทำมาหาได้ระหว่างสมรสคนละครึ่งตามหลักมาตรา 1533 ซึ่งอธิบายไว้ที่ แบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533 และยังมีเรื่องอำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะบุตรที่แยกต่างหากอีก การฟ้องคราวเดียวให้ครบทุกประเด็นช่วยไม่ให้ต้องฟ้องซ้ำ และหากอีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ก็ยังเดินหน้าได้ตามแนวทางใน ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า
การเรียกค่าทดแทนจากชู้มักต้องสัมพันธ์กับการมีเหตุและใช้สิทธิตามกฎหมายครอบครัวอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงไม่พอใจ ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและวางรูปคดีให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ ว่าจะหย่าด้วยหรือไม่
มี การใช้สิทธิเรียกค่าทดแทนมีกรอบอายุความตามกฎหมาย โดยทั่วไปนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงพฤติการณ์และตัวผู้กระทำ หากปล่อยไว้นานเกินไปอาจเสียสิทธิ จึงควรรีบรวบรวมหลักฐานและปรึกษาทนายโดยเร็ว
เพียงข้อความเดียวหรือการพูดคุยทั่วไปอาจยังไม่พอ ศาลพิจารณาที่ "พฤติการณ์โดยรวม" ว่าถึงขั้นยกย่องฉันสามีภริยา อุปการะเลี้ยงดู หรือมีความสัมพันธ์ทางเพศหรือไม่ หลักฐานที่หนักแน่นและเชื่อมโยงกันจึงสำคัญกว่าหลักฐานชิ้นเดียว
ไม่มีใครรับประกันผลคดีหรือจำนวนเงินได้ เพราะขึ้นกับพยานหลักฐานและดุลพินิจศาล สิ่งที่ทำได้คือเตรียมหลักฐานให้รัดกุมและวางรูปคดีให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการชดเชยที่เป็นธรรม
คดีค่าทดแทนกรณีมีชู้แพ้-ชนะที่ "หลักฐาน" และการวางรูปคดี เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีครอบครัวของเราช่วยประเมินหลักฐาน วางแผนคดีหย่าและค่าทดแทนให้ครบในคดีเดียว ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor