เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: การปลอมเอกสารและปลอมลายมือชื่อเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 เป็นต้นไป โดยมีโทษหนักขึ้นหากเป็น "เอกสารสิทธิ" หรือ "เอกสารราชการ" (มาตรา 265-266) และผู้ที่ "ใช้หรืออ้าง" เอกสารปลอมก็มีความผิดด้วย (มาตรา 268) ในทางธุรกิจมักพบการปลอมลายมือชื่อในเช็ค สัญญา หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารโอนทรัพย์ ซึ่งอาจมีความผิดฐานอื่น เช่น ฉ้อโกงหรือยักยอก ควบคู่ไปด้วย บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือคดีฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ในธุรกิจ
การปลอมเอกสารคือการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือบางส่วน เติม ตัดทอน หรือแก้ไขข้อความในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตรา/ลงลายมือชื่อปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และทำไปโดยมีเจตนาให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารแท้ จุดสำคัญคือ "เจตนาให้หลงเชื่อ" และ "น่าจะเกิดความเสียหาย" ไม่จำเป็นต้องเกิดความเสียหายขึ้นจริงก็เป็นความผิดได้
| ประเภท | มาตรา | ลักษณะ |
|---|---|---|
| ปลอมเอกสารทั่วไป | ม.264 | โทษพื้นฐาน |
| ปลอมเอกสารสิทธิ | ม.265 | โทษหนักขึ้น (เช่น เช็ค สัญญา โฉนด) |
| ปลอมเอกสารราชการ/สิทธิอันเป็นเอกสารราชการ | ม.266 | โทษหนักที่สุดในกลุ่มนี้ |
| ใช้หรืออ้างเอกสารปลอม | ม.268 | ผู้ใช้มีความผิดเช่นเดียวกับผู้ปลอม |
เอกสารสิทธิ เช่น เช็ค ตั๋วเงิน สัญญากู้ หนังสือมอบอำนาจ หรือโฉนดที่ดิน ได้รับการคุ้มครองเข้มกว่าเอกสารทั่วไป เพราะกระทบสิทธิและทรัพย์สินโดยตรง การปลอมเอกสารกลุ่มนี้จึงมีโทษสูงกว่า และผู้ที่นำไปใช้ก็มีความผิดด้วยแม้ไม่ได้เป็นคนปลอมเอง
ในคดีธุรกิจ การปลอมเอกสารมักไม่ได้เกิดลำพัง แต่ใช้เป็นเครื่องมือไปสู่ความผิดอื่น เช่น ปลอมลายมือชื่อในเช็คเพื่อเบิกเงิน ปลอมหนังสือมอบอำนาจเพื่อโอนทรัพย์ หรือปลอมเอกสารบัญชีเพื่อปิดบังการยักยอก การวางรูปคดีจึงต้องดูว่ามีความผิดฐานใดประกอบบ้าง เปรียบเทียบเส้นแบ่งฉ้อโกงกับยักยอกได้ที่ ฉ้อโกง vs ยักยอกทรัพย์ และกรณีพนักงานเบียดบังทรัพย์บริษัทที่ พนักงานยักยอกเงินบริษัท
ต่างจากความผิดอันยอมความได้: ความผิดฐานปลอมเอกสารหลายกรณีไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้เหมือนฉ้อโกง/ยักยอกพื้นฐาน การดำเนินคดีและอายุความจึงต่างกัน ควรให้ทนายประเมินฐานความผิดให้ครบ และอย่าลืมว่าจะแจ้งความหรือฟ้องเองก็มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน อ่านที่ แจ้งความ vs ฟ้องคดีอาญาเอง
เมื่อพบว่าถูกปลอมลายมือชื่อหรือเอกสาร ควรเก็บต้นฉบับและสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมด รวบรวมตัวอย่างลายมือชื่อที่แท้จริงเพื่อใช้เปรียบเทียบ และปรึกษาทนายเพื่อพิจารณาการพิสูจน์ลายมือชื่อ (เช่น โดยผู้เชี่ยวชาญ) ก่อนดำเนินคดี การรีบทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังคู่กรณีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยป้องกันความเสียหายต่อเนื่อง และเป็นหลักฐานว่าไม่ได้ยินยอมกับเอกสารปลอมนั้น
การลงลายมือชื่อแทนผู้อื่นต้องระวัง หากทำโดยได้รับมอบอำนาจถูกต้องและแสดงชัดว่าลงนามแทน มักไม่เป็นการปลอม แต่ถ้าลงลายมือชื่อของผู้อื่นให้ดูเหมือนเจ้าตัวเซ็นเองโดยไม่มีอำนาจ อาจเข้าข่ายปลอมเอกสารได้ ควรใช้หนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องเสมอ
เช็คเป็นเอกสารสิทธิ การปลอมลายมือชื่อในเช็คจึงมีโทษหนักกว่าการปลอมเอกสารทั่วไป และมักมีความผิดฐานอื่นประกอบ เช่น ฉ้อโกง การดำเนินคดีควรรวบรวมหลักฐานจากธนาคารและพิสูจน์ลายมือชื่อให้ชัด
ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมต้องมีเจตนา หากใช้โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมจริง ๆ อาจไม่มีความผิด แต่ต้องพิจารณาพฤติการณ์เป็นรายกรณี การเก็บหลักฐานว่าได้รับมาอย่างสุจริตจึงสำคัญ ควรปรึกษาทนายหากตกอยู่ในสถานการณ์นี้
ไม่มีใครรับประกันผลคดีได้ แม้ผลพิสูจน์ลายมือชื่อจะเป็นหลักฐานสำคัญ แต่ศาลพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน การเตรียมเอกสารต้นฉบับ ตัวอย่างลายมือชื่อ และพยานผู้เชี่ยวชาญให้พร้อมช่วยเพิ่มน้ำหนักคดี
คดีปลอมเอกสารต้องวางฐานความผิดและพิสูจน์ลายมือชื่อให้แน่น เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีอาญาธุรกิจของเราช่วยวิเคราะห์ฐานความผิด เตรียมพยานผู้เชี่ยวชาญ และดำเนินคดีปลอมเอกสารควบคู่กับฉ้อโกง/ยักยอก ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor