เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: ชนะคดีแล้วได้ "คำพิพากษา" แต่ถ้าลูกหนี้ยังไม่จ่าย เจ้าหนี้ต้อง ตั้งเรื่องบังคับคดี โดยขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี สืบทรัพย์ ของลูกหนี้ แล้ว ยึดหรืออายัด ทรัพย์สิน/เงินเดือน/บัญชี เพื่อนำออก ขายทอดตลาด ชำระหนี้ ทั้งนี้ต้องดำเนินการภายใน อายุความบังคับคดี 10 ปี นับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด การเตรียมข้อมูลทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ล่วงหน้าช่วยให้บังคับคดีได้เร็ว บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือคดีฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ในธุรกิจ
เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดและลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหนี้ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการยึด/อายัดทรัพย์ ขั้นนี้ต้องเริ่มภายในอายุความบังคับคดี
หัวใจของการบังคับคดีคือ "หาให้เจอว่าลูกหนี้มีทรัพย์อะไร" เช่น ที่ดิน บ้าน รถ บัญชีเงินฝาก เงินเดือน หุ้น การสืบทรัพย์อย่างเป็นระบบช่วยให้รู้ว่าจะยึด/อายัดอะไรได้ ถ้าลูกหนี้พยายามโอนทรัพย์หนีก่อนหรือระหว่างคดี อาจเข้าข่ายโกงเจ้าหนี้และเพิกถอนได้ อ่านที่ ลูกหนี้โอนทรัพย์หนีเจ้าหนี้ (ม.350)
เมื่อพบทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะยึดทรัพย์ (เช่น ที่ดิน รถ) หรืออายัดสิทธิเรียกร้อง (เช่น เงินในบัญชี เงินเดือนส่วนที่อายัดได้) แล้วนำทรัพย์ออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา การอายัดเงินเดือนมีเพดานคุ้มครองขั้นต่ำของลูกหนี้ตามกฎหมาย
อายุความบังคับคดี 10 ปี: เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องร้องขอบังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด หากปล่อยพ้นกำหนดจะบังคับคดีไม่ได้ แม้จะชนะคดีแล้วก็ตาม ดังนั้นอย่าชนะคดีแล้วนิ่งเฉย ควรเดินเรื่องบังคับคดีและสืบทรัพย์ต่อเนื่อง
หากสืบแล้วลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ให้ยึด การได้เงินคืนย่อมยากขึ้น แต่เจ้าหนี้ยังเฝ้าติดตามและสืบทรัพย์ใหม่ได้ภายในอายุความ เผื่อลูกหนี้มีทรัพย์เพิ่มในภายหลัง และหากพบว่าลูกหนี้ซ่อนหรือโอนทรัพย์หนีก็ดำเนินการตามกฎหมายเพิ่มได้ ความจริงข้อนี้สะท้อนว่า "การประเมินความสามารถชำระของอีกฝ่ายก่อนฟ้อง" สำคัญมาก โดยเฉพาะคดีฉ้อโกง/ยักยอกที่มักดำเนินคดีอาญาควบคู่เพื่อเพิ่มแรงกดดันและโอกาสได้ทรัพย์คืน ดูภาพรวมที่ ฉ้อโกง vs ยักยอกทรัพย์ และกรณีหนี้จากเช็คที่ คดีเช็คเด้ง
ทั้งนี้กฎหมายคุ้มครองเงินเดือนและทรัพย์สินจำเป็นบางส่วนของลูกหนี้ไว้ไม่ให้ยึด/อายัดทั้งหมด เพื่อให้ลูกหนี้ยังดำรงชีพได้ การวางแผนบังคับคดีให้ตรงทรัพย์ที่ยึดได้จริงจึงช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
ศาลออกคำพิพากษาให้ชำระ แต่ไม่ได้ไปยึดทรัพย์ให้เอง เจ้าหนี้ต้องตั้งเรื่องบังคับคดีและสืบทรัพย์เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ การเข้าใจผิดว่า "ชนะแล้วจบ" ทำให้หลายคนปล่อยจนใกล้ขาดอายุความบังคับคดี
การอายัดเงินเดือนมีเกณฑ์คุ้มครองขั้นต่ำของลูกหนี้ตามกฎหมาย จึงอายัดได้เฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ ไม่ใช่ทั้งหมด รายละเอียดขึ้นกับฐานเงินเดือนและหลักเกณฑ์ปัจจุบัน ควรให้ทนายคำนวณและดำเนินการให้ถูกต้อง
หากลูกหนี้โอนทรัพย์เพื่อหนีการชำระหนี้ เจ้าหนี้อาจดำเนินคดีโกงเจ้าหนี้และขอเพิกถอนการฉ้อฉลเพื่อดึงทรัพย์กลับมาบังคับคดีได้ ขึ้นกับลำดับเวลาและเจตนา การรีบสืบทรัพย์และดำเนินการเร็วช่วยเพิ่มโอกาส
ไม่มีใครรับประกันได้ เพราะขึ้นกับว่าลูกหนี้มีทรัพย์พอหรือไม่ การบังคับคดีช่วยให้ได้รับชำระจากทรัพย์ที่ยึด/อายัดได้ แต่ถ้าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ก็อาจได้ไม่ครบ การประเมินและวางแผนแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญ
ชนะคดีแล้วนิ่งเฉยจนขาดอายุความบังคับคดี = เสียสิทธิฟรี เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีแพ่งและบังคับคดีของเราช่วยตั้งเรื่องบังคับคดี สืบทรัพย์ ยึด-อายัด และขายทอดตลาดเพื่อให้ได้รับชำระหนี้ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor