เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: เมื่อพ่อแม่หรือญาติป่วยหนักจนไม่อาจจัดการทรัพย์สินหรือตัดสินใจเองได้ เช่น เป็นอัลไซเมอร์ หรือไม่รู้สึกตัว ธนาคารและหน่วยงานมักไม่ยอมให้ผู้อื่นทำธุรกรรมแทน ทางออกตามกฎหมายคือยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งเป็น คนไร้ความสามารถและตั้ง "ผู้อนุบาล" (มาตรา 28) หรือกรณีบกพร่องไม่ถึงขั้นไร้ความสามารถ ให้สั่งเป็น คนเสมือนไร้ความสามารถและตั้ง "ผู้พิทักษ์" (มาตรา 32) เพื่อให้มีผู้มีอำนาจดูแลและจัดการแทนอย่างถูกกฎหมาย บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือจัดการมรดกและทำพินัยกรรม
กฎหมายแบ่งระดับความบกพร่องไว้ 2 ระดับ คนไร้ความสามารถ คือผู้ที่วิกลจริตหรือมีภาวะที่ไม่อาจดูแลตนเองหรือจัดการทรัพย์สินได้เลย ศาลจะสั่งเป็นคนไร้ความสามารถและตั้ง "ผู้อนุบาล" มาดูแลและทำแทนเกือบทั้งหมด ส่วน คนเสมือนไร้ความสามารถ คือผู้ที่ยังพอดูแลตนเองได้แต่บกพร่องบางส่วน เช่น กายพิการ จิตอ่อน หรือติดสุรา/ยาเสพติดจนจัดการทรัพย์สินบางเรื่องไม่ได้ ศาลจะตั้ง "ผู้พิทักษ์" มาช่วยให้ความยินยอมในกิจการสำคัญ ความต่างนี้กำหนดขอบเขตอำนาจของผู้ดูแลและประเภทธุรกรรมที่ต้องขอความยินยอม
| ประเด็น | คนไร้ความสามารถ (ม.28) | คนเสมือนไร้ความสามารถ (ม.32) |
|---|---|---|
| ระดับอาการ | ดูแล/จัดการเองไม่ได้เลย | บกพร่องบางส่วน |
| ผู้ดูแล | ผู้อนุบาล | ผู้พิทักษ์ |
| บทบาท | ทำแทนเป็นหลัก | ให้ความยินยอมในกิจการสำคัญ |
ผู้ที่ยื่นคำร้องต่อศาลได้ ได้แก่ คู่สมรส ผู้บุพการี (พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย) ผู้สืบสันดาน (ลูกหลาน) ผู้ปกครอง/ผู้พิทักษ์ตามกรณี หรือพนักงานอัยการ เอกสารและหลักฐานที่มักต้องใช้ ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ที่ระบุภาวะของผู้ป่วยอย่างชัดเจน เอกสารแสดงความสัมพันธ์ ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และบัญชีทรัพย์สินที่ต้องจัดการ ศาลจะไต่สวนเพื่อพิจารณาภาวะของผู้ป่วยและความเหมาะสมของผู้ที่จะเป็นผู้อนุบาล/ผู้พิทักษ์ ก่อนมีคำสั่ง
ทำไมต้องผ่านศาล: ถ้าไม่มีคำสั่งศาล การที่ญาติไปถอนเงินหรือโอนทรัพย์แทนผู้ป่วยอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและถูกโต้แย้งภายหลัง การมีคำสั่งตั้งผู้อนุบาล/ผู้พิทักษ์ทำให้ธนาคารและหน่วยงานยอมรับและการจัดการมีผลผูกพันถูกต้อง
ผู้อนุบาลต้องดูแลทั้งตัวบุคคลและทรัพย์สินของคนไร้ความสามารถเพื่อประโยชน์ของผู้นั้น ไม่ใช่เพื่อตนเอง การทำนิติกรรมสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น ขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ มักต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน เพื่อป้องกันการนำทรัพย์ของผู้ป่วยไปใช้โดยมิชอบ การจัดการที่โปร่งใสและมีเอกสารชัดเจนจึงสำคัญ และเป็นการป้องกันข้อพิพาทในครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อมีพี่น้องหลายคนหรือมีทรัพย์สินมาก
การวางแผนตั้งแต่ยังมีสติสัมปชัญญะดี เช่น การทำพินัยกรรมและจัดโครงสร้างทรัพย์สินให้ชัด ช่วยลดความยุ่งยากของครอบครัวในอนาคต เปรียบเทียบแบบพินัยกรรมได้ที่ วิธีทำพินัยกรรมให้ถูกกฎหมาย เทียบ 5 แบบ และเมื่อผู้ป่วยเสียชีวิต การจัดการทรัพย์จะเข้าสู่กระบวนการมรดก ซึ่งมักต้อง ตั้งผู้จัดการมรดก และหากกองมรดกมีหนี้ก็ต้องเข้าใจหลักความรับผิดของทายาทตามที่อธิบายใน พ่อแม่ตายทิ้งหนี้ ทายาทต้องใช้หนี้แทนไหม
โดยทั่วไปทำไม่ได้จนกว่าจะมีคำสั่งศาลตั้งผู้อนุบาล เพราะธนาคารต้องคุ้มครองเจ้าของบัญชี การยื่นคำร้องให้ศาลสั่งเป็นคนไร้ความสามารถและตั้งผู้อนุบาลจึงเป็นทางที่ถูกต้องในการจัดการเงินและทรัพย์สินแทน
ไม่มีกรอบตายตัว ขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสาร โดยเฉพาะใบรับรองแพทย์ การคัดค้านของญาติ และคิวนัดศาล หากเอกสารพร้อมและครอบครัวเห็นพ้องกันมักเร็วกว่า การปรึกษาทนายช่วยเตรียมคำร้องและพยานให้ครบ
การขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ของคนไร้ความสามารถ โดยหลักต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินของผู้ป่วย ผู้อนุบาลจึงไม่สามารถจัดการทรัพย์สำคัญตามใจได้ ควรดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้นิติกรรมสมบูรณ์
หากมีผู้ประสงค์เป็นผู้อนุบาลหลายคนหรือมีการคัดค้าน ศาลจะพิจารณาความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก การเตรียมเหตุผลและหลักฐานความเหมาะสม รวมถึงความโปร่งใสในการจัดการทรัพย์ ช่วยให้ศาลพิจารณาได้ชัดเจน
เมื่อคนในครอบครัวจัดการทรัพย์เองไม่ได้ การทำธุรกรรมแทนโดยไม่มีคำสั่งศาลเสี่ยงเป็นโมฆะ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีครอบครัวและมรดกของเราช่วยยื่นคำร้องตั้งผู้อนุบาล/ผู้พิทักษ์ และวางแผนจัดการทรัพย์สินอย่างถูกต้อง ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor