เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษี "รายปี" ที่เก็บจากผู้เป็นเจ้าของ/ผู้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 โดยจัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อัตราต่างกันตามประเภทการใช้ประโยชน์ จุดที่คนทั่วไปโล่งใจคือ บ้านหลังหลักที่เจ้าของมีชื่อในทะเบียนบ้านและมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษี ส่วนที่ดินเพื่อพาณิชย์และที่ดิน ว่างเปล่า/ไม่ทำประโยชน์ เสียอัตราสูงกว่าและที่ว่างเปล่าเพิ่มขึ้นทุก 3 ปี (สูงสุดไม่เกิน 3%) บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
| ประเภท | หลักเกณฑ์/การยกเว้น (โดยสรุป) |
|---|---|
| ที่อยู่อาศัย (บ้านหลังหลัก) | เจ้าของมีชื่อในทะเบียนบ้าน มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับยกเว้น |
| เกษตรกรรม (บุคคลธรรมดา) | มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อ อปท. ได้รับยกเว้น |
| พาณิชย์/อื่น ๆ | อัตราสูงกว่าที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน |
| ที่ดินว่างเปล่า/ไม่ทำประโยชน์ | อัตราสูง และเพิ่มทุก 3 ปีหากปล่อยทิ้ง (สูงสุดไม่เกิน 3%) |
อัตราภาษีและเพดานเป็นไปตามที่กฎหมายและประกาศกำหนด และอาจมีมาตรการบรรเทา/ลดหย่อนเป็นรายปีตามนโยบายรัฐ ดังนั้นตัวเลขที่แน่นอนควรตรวจสอบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล/อบต./เขต) ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ในแต่ละปี
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือเจ้าของหรือผู้ครอบครอง/ทำประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ณ วันที่กฎหมายกำหนด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะแจ้งประเมินและกำหนดเวลาชำระในแต่ละปี (โดยทั่วไปมีกำหนดชำระช่วงต้น-กลางปี และอาจมีการขยายเวลาตามประกาศ) หากไม่ชำระตามกำหนดมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย การติดตามหนังสือแจ้งประเมินจาก อปท. และชำระให้ตรงเวลาจึงสำคัญ
ต่างจากค่าโอน-ภาษีตอนขาย: ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษี "รายปี" จากการถือครอง คนละส่วนกับค่าธรรมเนียมและภาษีตอน "โอน/ขาย" ที่กรมที่ดิน อ่านเรื่องค่าใช้จ่ายตอนโอนได้ที่ ค่าโอนที่ดิน 2569 การเข้าใจทั้งสองส่วนช่วยวางแผนต้นทุนการถือครองและการขายได้ครบ
เจ้าของที่ดินที่มีที่ดินว่างเปล่าหลายแปลงควรพิจารณาใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น ทำเกษตรกรรมหรือให้เช่า เพื่อให้เข้าอัตราที่เหมาะสมและไม่ถูกเก็บอัตราที่ดินว่างเปล่าที่เพิ่มขึ้นทุก 3 ปี ทั้งนี้ต้องทำอย่างมีหลักฐานและตรงตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่จัดฉากเพื่อเลี่ยงภาษี การตรวจสอบสถานะและเอกสารที่ดินก่อนซื้อก็ช่วยประเมินภาระภาษีล่วงหน้า ดูที่ ตรวจสอบโฉนดก่อนซื้อที่ดิน และเรื่องเงื่อนไขซื้อขายที่ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งหนังสือแจ้งประเมินภาษีมาให้ เจ้าของทรัพย์ไม่ควรชำระทันทีโดยไม่ตรวจสอบ แต่ควรไล่ดูรายละเอียดให้รอบคอบก่อน โดยเฉพาะจุดที่มักคลาดเคลื่อน
หากเห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้อง เช่น จัดประเภทจากที่อยู่อาศัยเป็นพาณิชย์ทั้งที่ใช้อยู่จริง เจ้าของมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านและอุทธรณ์ตามขั้นตอนและกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ระหว่างนั้นควรชำระตามกำหนดเพื่อเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม แล้วขอคืนส่วนต่างหากอุทธรณ์สำเร็จ และเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง การเตรียมเอกสารที่ดินให้พร้อมตั้งแต่ตอนซื้อช่วยให้ตรวจสอบการประเมินได้ง่ายขึ้น ดูที่ ตรวจสอบโฉนดก่อนซื้อที่ดิน
บ้านหลังหลักที่เจ้าของมีชื่อในทะเบียนบ้านและมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษี ส่วนที่เกิน 50 ล้านจึงเสียเฉพาะส่วนเกินตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้บ้านหลังที่สองหรือที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านมีหลักเกณฑ์ต่างออกไป
ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ทำประโยชน์เสียภาษีในอัตราสูงกว่าประเภทอื่น และหากปล่อยทิ้งไว้ต่อเนื่อง อัตราจะเพิ่มขึ้นทุก 3 ปี โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 3% การใช้ประโยชน์ที่ดินจึงช่วยลดภาระภาษีได้
ควรติดต่อสอบถามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เพราะหน้าที่เสียภาษียังคงอยู่แม้ไม่ได้รับหนังสือ การตรวจสอบและชำระให้ตรงเวลาช่วยหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
การใช้ทรัพย์เพื่อหารายได้ เช่น ปล่อยเช่าเชิงพาณิชย์ มักเข้าอัตรา "อื่น ๆ/พาณิชย์" ซึ่งสูงกว่าที่อยู่อาศัย รายละเอียดขึ้นกับลักษณะการใช้จริงและการประเมินของท้องถิ่น ควรตรวจสอบเพื่อวางแผนต้นทุนให้ถูกต้อง
ภาษีที่ดินคิดผิดประเภทหรือลืมชำระ อาจเจอเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง และอัตรา/มาตรการอาจเปลี่ยนได้ ทีมทนายคดีที่ดินและที่ปรึกษาภาษีของเราช่วยประเมินประเภทการใช้ที่ดิน วางแผนภาระภาษี และโต้แย้งการประเมินที่ไม่ถูกต้อง ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor