เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: "การสละมรดก" คือการที่ทายาทแสดงเจตนาไม่ขอรับมรดกของเจ้ามรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 ซึ่งต้องทำให้ถูกแบบ คือ แสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ (นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต) หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ จะสละด้วยวาจาหรือเพียงพูดปากเปล่าไม่ได้ และ สละแต่บางส่วน หรือสละโดยมีเงื่อนไข/เงื่อนเวลาไม่ได้ ทั้งต้องทำหลังเจ้ามรดกตายแล้วเท่านั้น เมื่อสละแล้วมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดกตาย บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือจัดการมรดกและทำพินัยกรรม
การทำผิดแบบ เช่น เซ็นสละกันเองโดยไม่ได้มอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่และไม่ใช่สัญญาประนีประนอม อาจทำให้การสละไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย การปรึกษาทนายและจัดทำเอกสารให้ถูกแบบจึงสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งภายหลัง
เมื่อสละมรดกโดยชอบแล้ว ถือว่าผู้สละไม่เคยเป็นทายาทมาตั้งแต่เจ้ามรดกตาย (มีผลย้อนหลัง) ส่วนแบ่งที่ผู้สละจะได้รับจะตกแก่ทายาทคนอื่นตามกฎหมาย และโดยหลักผู้สืบสันดานของผู้สละอาจเข้ารับมรดกแทนที่ได้ตามหลักการรับมรดกแทนที่ ทั้งนี้รายละเอียดขึ้นกับสถานะของทายาทแต่ละลำดับ ดูภาพรวมว่าใครมีสิทธิรับมรดกที่ ลำดับทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ
เหตุผลที่หลายคนสละมรดกคือ "ไม่อยากรับหนี้" ของเจ้ามรดก ในทางกฎหมายทายาทรับผิดในหนี้ของกองมรดกไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกได้อยู่แล้ว แต่หากไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย การสละมรดกให้ถูกแบบก็เป็นทางหนึ่ง อย่างไรก็ดี ควรพิจารณาให้รอบคอบเพราะสละแล้วก็ไม่ได้รับทรัพย์ส่วนดีด้วย และการสละเพื่อทำให้เจ้าหนี้ของตัวผู้สละเองเสียเปรียบอาจถูกโต้แย้งได้ เรื่องทายาทกับหนี้ของผู้ตายอ่านที่ พ่อแม่ตายทิ้งหนี้ ทายาทต้องใช้ไหม
สละมรดก ≠ ถูกตัด ≠ ถูกกำจัด: "สละมรดก" คือทายาทไม่ขอรับเอง ต่างจาก "การตัดทายาทโดยพินัยกรรม/หนังสือ" ที่เจ้ามรดกเป็นผู้ตัด และต่างจาก "การถูกกำจัดมิให้รับมรดก" เพราะประพฤติเหตุร้ายแรงต่อเจ้ามรดก เรื่องการตัดทายาทดูที่ ตัดลูกออกจากมรดก ม.1608
ในทางปฏิบัติ การสละมรดกมักเกิดควบคู่กับการจัดการมรดก เช่น ทายาทบางคนสละเพื่อให้การโอนทรัพย์ไปยังทายาทที่ตกลงกันทำได้ราบรื่น ซึ่งยังต้องมีการตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อรวบรวมและแบ่งทรัพย์ตามกฎหมาย ขั้นตอนการตั้งผู้จัดการมรดกอ่านที่ ตั้งผู้จัดการมรดก ทำอย่างไร
แม้การสละมรดกจะเป็นสิทธิของทายาท แต่กฎหมายก็คุ้มครองเจ้าหนี้ของตัวผู้สละด้วย หากทายาทสละมรดกโดยรู้อยู่ว่าจะทำให้เจ้าหนี้ของตนเสียประโยชน์ เช่น มีหนี้ค้างแล้วสละทรัพย์ที่ควรได้เพื่อไม่ให้เจ้าหนี้บังคับชำระ เจ้าหนี้มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการสละมรดกนั้นได้ตามที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้นการสละมรดกจึงไม่ใช่ช่องทางหลบเลี่ยงเจ้าหนี้เสมอไป ผู้ที่มีภาระหนี้ของตนเองควรปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจ เพื่อประเมินผลกระทบและความเสี่ยงที่อาจถูกเพิกถอนภายหลัง ซึ่งต่างจากกรณีที่สละเพื่อไม่ต้องการเข้าไปจัดการกองมรดกที่มีหนี้สินของเจ้ามรดกเอง
หากเลือกวิธีไปแสดงเจตนาสละมรดกเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ควรเตรียมเอกสารและทำความเข้าใจขั้นตอนล่วงหน้า เพื่อให้การสละสมบูรณ์และไม่ต้องเดินทางหลายรอบ
เมื่อสละโดยสมบูรณ์แล้ว ส่วนแบ่งของผู้สละจะตกแก่ทายาทคนอื่น และโดยหลักผู้สืบสันดานของผู้สละอาจเข้ารับมรดกแทนที่ได้ จึงควรพิจารณาผลกระทบต่อลูกหลานก่อนตัดสินใจ หากมีทายาทหลายคนและต้องการจัดสรรทรัพย์ให้ลงตัว การทำสัญญาประนีประนอมแบ่งมรดกอาจตอบโจทย์กว่าการสละทั้งหมด เพราะยืดหยุ่นและกำหนดรายละเอียดได้
ไม่ได้ การสละมรดกต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ (นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต) หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ การพูดปากเปล่าหรือเซ็นกันเองโดยไม่ถูกแบบอาจไม่สมบูรณ์
ไม่ได้ การสละมรดกจะทำแต่เพียงบางส่วน หรือทำโดยมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาไม่ได้ ต้องสละทั้งหมด หากต้องการแบ่งทรัพย์เฉพาะบางอย่างควรใช้วิธีตกลงแบ่งมรดกหรือสัญญาประนีประนอมแทน
ไม่ได้ การสละมรดกต้องกระทำภายหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วเท่านั้น ข้อตกลงสละมรดกล่วงหน้าก่อนตายไม่มีผลตามกฎหมาย
เมื่อสละมรดกโดยถูกต้องและสมบูรณ์แล้ว โดยหลักจะถอนคืนไม่ได้ จึงควรพิจารณาให้รอบคอบและปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจ เพราะมีผลย้อนหลังเสมือนไม่เคยเป็นทายาท
สละมรดกผิดแบบอาจไม่สมบูรณ์ หรือเสียสิทธิโดยไม่จำเป็น เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีมรดกของเราช่วยจัดทำหนังสือสละมรดก สัญญาประนีประนอม และวางแผนแบ่งมรดกให้ถูกต้องครบถ้วน ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor