เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด กรกฎาคม 2026
ตอบสั้น ๆ: การบอกเลิกสัญญาจะทำได้ก็ต่อเมื่อมี "สิทธิเลิกสัญญา" ตามข้อสัญญาหรือตามกฎหมายเสียก่อน ตามมาตรา 386 การเลิกสัญญาทำโดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่าย และเมื่อแสดงเจตนาแล้วจะถอนไม่ได้ ถ้าอีกฝ่ายผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ โดยหลักมาตรา 387 กำหนดให้ต้องบอกกล่าวกำหนดเวลาพอสมควรให้ชำระก่อน เมื่อครบกำหนดแล้วยังไม่ชำระจึงเลิกสัญญาได้ แต่ถ้าเป็นสัญญาที่กำหนดเวลาชำระเป็นสาระสำคัญตามมาตรา 388 ก็เลิกได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าว เมื่อเลิกสัญญาแล้ว มาตรา 391 กำหนดให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะเดิม และการเลิกสัญญาไม่กระทบสิทธิเรียกค่าเสียหาย บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ
สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ ไม่ใช่ว่าใครอยากเลิกสัญญาก็เลิกได้ทันที มาตรา 386 วางหลักว่าสิทธิเลิกสัญญาต้องเกิดจากข้อสัญญา (คู่สัญญาตกลงกันไว้ว่าเลิกได้ในกรณีใด) หรือจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เช่น เมื่ออีกฝ่ายผิดนัดไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย เมื่อมีสิทธิแล้วจึงบอกเลิกได้โดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่าย และเมื่อแสดงเจตนาเลิกไปแล้วจะถอนคืนไม่ได้ ดังนั้นก่อนบอกเลิก ควรตรวจสัญญาว่ามีเงื่อนไขให้เลิกได้หรือไม่ และตรวจว่าข้อเท็จจริงเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายหรือยัง การบอกเลิกโดยไม่มีสิทธิอาจกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง
กรณีที่พบบ่อยที่สุดคืออีกฝ่ายผิดนัดไม่ชำระหนี้ มาตรา 387 กำหนดว่าให้ฝ่ายที่ต้องการเลิกกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายชำระหนี้ภายในเวลานั้นก่อน ถ้าครบกำหนดแล้วยังไม่ชำระ จึงจะเลิกสัญญาได้ ขั้นตอนบอกกล่าวนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการให้โอกาสลูกหนี้แก้ไขและเป็นหลักฐานว่าได้ทำถูกขั้นตอน หากข้ามขั้นตอนบอกกล่าวไปเลิกสัญญาทันที การเลิกอาจไม่ชอบและถูกโต้แย้งได้ การส่งหนังสือบอกกล่าวจึงควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรและมีหลักฐานการส่ง ดูวิธีเขียนหนังสือบอกกล่าวที่ หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (โนติส)
มาตรา 388 กำหนดข้อยกเว้นว่า ถ้าวัตถุประสงค์ของสัญญาจะสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการชำระหนี้ ณ เวลาที่กำหนดหรือภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ กล่าวคือกำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญ และเวลานั้นได้ล่วงพ้นไปโดยฝ่ายหนึ่งไม่ชำระ อีกฝ่ายเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน เช่น จ้างจัดดอกไม้และตกแต่งงานแต่งงานในวันที่กำหนด ถ้าผู้รับจ้างไม่มาในวันงาน การชำระหลังจากนั้นย่อมไร้ประโยชน์ จึงเลิกได้ทันที การพิจารณาว่ากำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญหรือไม่ต้องดูเจตนาของคู่สัญญาและลักษณะของงานเป็นเรื่อง ๆ ไป
เมื่อใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว มาตรา 391 กำหนดว่าคู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องให้อีกฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม เช่น คืนเงินที่รับไว้พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่รับ คืนทรัพย์ที่ส่งมอบ ส่วนงานหรือบริการที่ทำไปแล้วให้ใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้น ที่สำคัญคือการเลิกสัญญาไม่กระทบสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญา กล่าวคือฝ่ายที่ถูกผิดสัญญายังเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้อีกต่างหาก ประเด็นการริบมัดจำหรือเบี้ยปรับเมื่อเลิกสัญญาก็เกี่ยวข้องกัน ดูรายละเอียดที่ มัดจำ vs เบี้ยปรับ
ตัวอย่างในทางปฏิบัติ เช่น สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่ผู้ซื้อผิดนัดไม่ชำระงวด ผู้ขายต้องบอกกล่าวกำหนดเวลาให้ชำระก่อนจึงเลิกและริบมัดจำได้ หรือสัญญาจ้างทำของที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้าเกินกำหนด ผู้ว่าจ้างต้องบอกกล่าวให้เร่งงานก่อน หากไม่ปฏิบัติจึงเลิกและเรียกค่าเสียหายได้ ในสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาที่มีกฎหมายเฉพาะควบคุม การบอกเลิกยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเฉพาะของกฎหมายนั้นด้วย การบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินให้ถูกต้องดูที่ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน และควรตรวจอายุความสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้องด้วยที่ อายุความฟ้องหนี้-สัญญา
ไม่ได้เสมอไป ต้องมีสิทธิเลิกสัญญาก่อนตามมาตรา 386 คือมีข้อสัญญาให้เลิกได้ หรือมีเหตุตามกฎหมาย เช่น อีกฝ่ายผิดนัดไม่ชำระหนี้ การบอกเลิกโดยไม่มีสิทธิอาจทำให้ตนกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง
กรณีอีกฝ่ายผิดนัดไม่ชำระหนี้ โดยหลักตามมาตรา 387 ต้องบอกกล่าวกำหนดเวลาพอสมควรให้ชำระก่อน แล้วจึงเลิกได้ เว้นแต่เป็นสัญญาที่กำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญตามมาตรา 388 ซึ่งเลิกได้ทันทีเมื่อพ้นกำหนดโดยไม่ต้องบอกกล่าว
ตามมาตรา 391 คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม เช่น คืนเงินที่รับไว้พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันรับ คืนทรัพย์ที่ส่งมอบ ส่วนงานหรือบริการที่ทำไปแล้วให้ใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้น
ได้ การใช้สิทธิเลิกสัญญาไม่กระทบสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญา ฝ่ายที่ถูกผิดสัญญายังเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้ และอาจริบมัดจำหรือเรียกเบี้ยปรับตามที่ตกลงไว้ในสัญญาได้ตามกรณี
การบอกเลิกสัญญาผิดขั้นตอนอาจทำให้ตนกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญา เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีสัญญาและธุรกิจของเราช่วยตรวจสิทธิเลิกสัญญา ร่างหนังสือบอกกล่าว-บอกเลิก และเรียกค่าเสียหาย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor