เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด กรกฎาคม 2026
ตอบสั้น ๆ: ทรัพย์สินของคู่สมรสแบ่งเป็นสองประเภท คือ สินส่วนตัว (ของใครของมัน ไม่ต้องแบ่ง) และ สินสมรส (ต้องแบ่งครึ่งเมื่อหย่าหรือคู่สมรสตาย) โดยหลักตามมาตรา 1471 สินส่วนตัวคือทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรส ของใช้ส่วนตัว เครื่องมือประกอบอาชีพ ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือรับให้โดยเสน่หา และของหมั้น ส่วนมาตรา 1474 กำหนดว่าสินสมรสคือทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรส ทรัพย์ที่ได้มาโดยพินัยกรรมหรือการให้ที่ระบุว่าเป็นสินสมรส และดอกผลของสินส่วนตัว หากมีข้อสงสัยว่าทรัพย์ใดเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส บทความนี้อยู่ในชุด ฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรส
สินส่วนตัวตามมาตรา 1471 คือทรัพย์ที่ยังคงเป็นของคู่สมรสฝ่ายนั้นแต่เพียงผู้เดียว ไม่ต้องนำมาแบ่งเมื่อหย่าหรือเมื่ออีกฝ่ายเสียชีวิต ได้แก่ ทรัพย์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนจดทะเบียนสมรส เครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องมือที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการรับให้โดยเสน่หา และของหมั้นที่ฝ่ายหญิงได้รับ ทรัพย์เหล่านี้แม้จะได้มาหรือถือครองในระหว่างชีวิตสมรส ก็ยังถือเป็นของเฉพาะตัว ตราบใดที่พิสูจน์ที่มาได้ชัดเจน
สินสมรสตามมาตรา 1474 คือทรัพย์ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส ทรัพย์ที่ได้มาโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือที่ระบุว่าให้เป็นสินสมรส และดอกผลของสินส่วนตัว เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าเช่าจากทรัพย์ส่วนตัว หรือดอกเบี้ยเงินฝาก เมื่อการสมรสสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยการหย่าหรือการตาย สินสมรสจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่ากันระหว่างสามีภริยาตามหลักในมาตรา 1533 หลักการแบ่งครึ่งนี้ใช้โดยไม่ต้องดูว่าใครหาเงินเข้าบ้านมากกว่ากัน รายละเอียดการแบ่งสินสมรสดูที่ แบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533
| ประเภททรัพย์ | สินส่วนตัว | สินสมรส |
|---|---|---|
| ทรัพย์ก่อนสมรส | ✔ ใช่ | — |
| เงินเดือน/รายได้ระหว่างสมรส | — | ✔ ใช่ |
| มรดก/ของให้โดยเสน่หา | ✔ ใช่ | — |
| ดอกผลของสินส่วนตัว | — | ✔ ใช่ |
| ของหมั้น | ✔ ใช่ | — |
ปัญหาที่ทำให้เกิดข้อพิพาทมากที่สุดคือกรณีสินส่วนตัวถูกนำไปปนหรือแปรสภาพจนแยกไม่ออก เช่น ขายบ้านที่เป็นสินส่วนตัวก่อนสมรสแล้วนำเงินไปซื้อบ้านหลังใหม่ในระหว่างสมรส หรือใช้เงินมรดกไปลงทุนร่วมกับคู่สมรส เมื่อถึงเวลาหย่าจึงเถียงกันว่าทรัพย์ที่งอกเงยขึ้นเป็นของใคร โดยหลักถ้าพิสูจน์ที่มาของเงินสินส่วนตัวได้ชัดว่าเป็นทุนตั้งต้น ส่วนนั้นก็ยังมีสภาพเป็นสินส่วนตัว แต่ภาระการพิสูจน์ตกแก่ฝ่ายที่อ้าง หากพิสูจน์ไม่ได้ กฎหมายจะสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสและต้องแบ่งครึ่ง การเก็บหลักฐานที่มาของทรัพย์ เช่น สัญญาซื้อขายเดิม เอกสารรับมรดก หรือหลักฐานการโอนเงิน จึงสำคัญมาก
ผู้ที่มีทรัพย์สินมากก่อนแต่งงาน หรือคาดว่าจะได้รับมรดกก้อนใหญ่ สามารถวางแผนปกป้องสินส่วนตัวได้ตั้งแต่ต้น วิธีที่ชัดเจนที่สุดคือการทำสัญญาก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) ตามมาตรา 1465 ซึ่งจดแจ้งในทะเบียนสมรส ระบุให้ชัดว่าทรัพย์ใดเป็นของใครและจะจัดการอย่างไร นอกจากนี้ควรแยกบัญชีธนาคารและหลีกเลี่ยงการเอาเงินสินส่วนตัวไปปนกับสินสมรส เก็บเอกสารแสดงที่มาของทรัพย์ทุกชิ้น และหากได้รับมรดกหรือของให้ระหว่างสมรส ควรทำหลักฐานให้ชัดว่าเป็นการรับมรดกหรือรับให้โดยเสน่หา การวางระบบเหล่านี้ช่วยลดข้อพิพาทและทำให้การแบ่งทรัพย์ในอนาคตเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ก่อนแต่งงานที่มีของหมั้นหรือสินสอดเข้ามาเกี่ยวข้อง ควรเข้าใจสิทธิด้วย ดูที่ ของหมั้น-สินสอด เรียกคืนได้ไหม
ปัญหาที่พบมากในทางปฏิบัติคือทรัพย์ที่เริ่มผ่อนก่อนแต่งงานแล้วผ่อนต่อในระหว่างสมรส เช่น บ้านหรือรถที่ดาวน์และผ่อนบางส่วนก่อนสมรสด้วยเงินของตนเอง แล้วผ่อนงวดที่เหลือด้วยเงินสินสมรสหลังแต่งงาน กรณีเช่นนี้ทรัพย์อาจมีสภาพผสม ส่วนที่มาจากเงินก่อนสมรสยังมีลักษณะเป็นสินส่วนตัว ส่วนที่ผ่อนด้วยสินสมรสก็อาจก่อให้เกิดสิทธิของคู่สมรสอีกฝ่ายในสัดส่วนนั้น เมื่อหย่าจึงต้องพิสูจน์ที่มาของเงินแต่ละงวดและสัดส่วนที่ชำระ การเก็บหลักฐาน เช่น สัญญาซื้อขาย ใบเสร็จผ่อนดาวน์ และสเตทเมนต์บัญชีที่ใช้ผ่อน จึงช่วยให้การแบ่งเป็นธรรม แนวทางที่ปลอดภัยคือทำข้อตกลงหรือบันทึกให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าทรัพย์และภาระผ่อนส่วนใดเป็นของใคร เพื่อลดข้อพิพาทในอนาคต
โดยหลักไม่ต้องแบ่ง เพราะเป็นสินส่วนตัวตามมาตรา 1471 ที่มีอยู่ก่อนสมรส แต่ถ้าระหว่างสมรสมีการผ่อนต่อด้วยเงินสินสมรส หรือมีการปรับปรุงเพิ่มมูลค่าด้วยสินสมรส ส่วนเพิ่มนั้นอาจมีประเด็นต้องพิจารณา ควรเก็บหลักฐานที่มาของเงินไว้ให้ชัด
ใช่ เงินเดือนและรายได้ที่หามาได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474 แม้จะเป็นชื่อบัญชีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม เมื่อหย่าจึงต้องนำมาแบ่งครึ่งตามหลักในมาตรา 1533
ไม่ต้องแบ่ง มรดกและทรัพย์ที่ได้รับให้โดยเสน่หาในระหว่างสมรสเป็นสินส่วนตัวของผู้รับตามมาตรา 1471 เว้นแต่ผู้ให้หรือผู้ทำพินัยกรรมจะระบุเป็นหนังสือว่าให้เป็นสินสมรส แต่ดอกผลของมรดกนั้นถือเป็นสินสมรส
กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส หากฝ่ายที่อ้างว่าเป็นสินส่วนตัวพิสูจน์ที่มาไม่ได้ ทรัพย์นั้นจะถูกถือเป็นสินสมรสและต้องแบ่งครึ่ง จึงควรเก็บเอกสารหลักฐานที่มาของทรัพย์ทุกชิ้นไว้
การแยกสินส่วนตัวออกจากสินสมรสมักตัดสินกันด้วยหลักฐานที่มาของทรัพย์ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีครอบครัวของเราช่วยวางแผนปกป้องทรัพย์ ทำสัญญาก่อนสมรส และต่อสู้เรื่องการแบ่งทรัพย์เมื่อหย่า ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor