เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
กฎหมายไทยกำหนดแบบพินัยกรรมไว้ 5 แบบ แต่ละแบบมีหลักเกณฑ์เคร่งครัดต่างกัน หากทำผิดแบบหรือพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ พินัยกรรมอาจตกเป็นโมฆะหรือบางข้อกำหนดเสียเปล่าได้ บทความนี้เทียบ 5 แบบให้เห็นชัด พร้อมตอบคำถามฮิตว่า "เขียนเองใส่ A4 ใช้ได้จริงไหม" และเตือนกับดักที่ทำให้พินัยกรรมโมฆะ — อ่านภาพรวมมรดกทั้งหมดได้ที่ คู่มือจัดการมรดกและทำพินัยกรรม
1. แบบธรรมดา (มาตรา 1656): ทำเป็นหนังสือ จะเขียนหรือพิมพ์ก็ได้ ลงวัน เดือน ปี และผู้ทำลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน โดยพยานทั้งสองลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น เป็นแบบที่นิยมและยืดหยุ่นที่สุด
2. เขียนเองทั้งฉบับ (มาตรา 1657): ผู้ทำต้องเขียนข้อความทั้งฉบับด้วยลายมือตนเอง ลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อ จะพิมพ์หรือใช้ลายพิมพ์นิ้วมือไม่ได้ ข้อดีคือไม่ต้องมีพยานก็ได้ แต่ผู้ที่เขียนหนังสือไม่ได้ทำแบบนี้ไม่ได้
3. เอกสารฝ่ายเมือง (มาตรา 1658): แจ้งข้อความต่อนายอำเภอต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน นายอำเภอจดและอ่านให้ฟัง แล้วทุกฝ่ายลงลายมือชื่อและประทับตราตำแหน่ง เป็นแบบที่น่าเชื่อถือสูงและถูกโต้แย้งยาก ฝากเก็บที่อำเภอได้
4. เอกสารลับ (มาตรา 1660): ลงลายมือชื่อในพินัยกรรม ผนึกซองและลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก แล้วนำไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานสองคน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเก็บเนื้อหาเป็นความลับจนกว่าจะเสียชีวิต
5. ด้วยวาจา (มาตรา 1663): ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษที่ทำพินัยกรรมแบบอื่นไม่ได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ตาย โดยแสดงเจตนาต่อพยานสองคนแล้วพยานไปแจ้งนายอำเภอโดยไม่ชักช้า ความสมบูรณ์สิ้นไปเมื่อพ้น 1 เดือนหลังผู้ทำกลับสู่ภาวะปกติ
ได้ ถ้าทำให้ครบเงื่อนไขแบบใดแบบหนึ่ง ถ้าจะใช้แบบ "เขียนเองทั้งฉบับ" (มาตรา 1657) ต้องเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งฉบับ ลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อ ห้ามพิมพ์แม้แต่บางส่วน หรือถ้าจะพิมพ์ก็ต้องใช้แบบธรรมดา (มาตรา 1656) ที่ต้องมีพยานสองคนลงชื่อรับรอง กระดาษ A4 ใช้ได้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ชนิดกระดาษ แต่อยู่ที่ทำครบองค์ประกอบของแบบที่เลือกหรือไม่
พยานห้ามเป็นผู้รับทรัพย์: หากให้ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม หรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์ มาเป็น "พยาน" ข้อกำหนดที่ยกทรัพย์ให้บุคคลนั้นจะตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1653 และ 1705 (ตัวพินัยกรรมส่วนอื่นอาจยังใช้ได้) นี่คือจุดที่คนพลาดบ่อย เช่น ให้ลูกที่จะได้รับมรดกมาเซ็นเป็นพยาน ทำให้ลูกคนนั้นอดได้รับส่วนที่ยกให้
ถ้าต้องการความสะดวกและทรัพย์ไม่ซับซ้อน แบบธรรมดา (มาตรา 1656) เพียงพอ แต่ถ้าทรัพย์มาก มีทายาทหลายฝ่าย หรือกังวลว่าจะถูกโต้แย้งภายหลัง แบบเอกสารฝ่ายเมือง (มาตรา 1658) จะมั่นคงและน่าเชื่อถือกว่า เพราะมีเจ้าพนักงานรับรองและจัดเก็บ ไม่ว่าจะเลือกแบบใด ควรตั้งผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรมด้วย เพื่อให้การจัดการทรัพย์หลังเสียชีวิตราบรื่น และควรให้ทนายตรวจถ้อยคำเพื่อกันปัญหาพยาน การแก้ไข และข้อกำหนดที่อาจขัดกฎหมาย
การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองในที่ว่าการอำเภอเสียค่าธรรมเนียมเพียงฉบับละ 50 บาท (นอกที่ว่าการอำเภอ 100 บาท) ส่วนแบบเอกสารลับฉบับละ 20 บาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับความมั่นคงที่ได้ และยังฝากเก็บต้นฉบับไว้ที่อำเภอได้ สำหรับพินัยกรรมที่ทำเอง ควรเก็บในที่ปลอดภัยและแจ้งให้ผู้ที่ไว้ใจหรือผู้จัดการมรดกทราบว่าเก็บไว้ที่ใด เพื่อไม่ให้สูญหายหรือถูกทำลาย จุดที่ไม่ควรลืมคือการ "ตั้งผู้จัดการมรดก" ไว้ในพินัยกรรม เพื่อให้มีผู้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์ตามเจตนาได้รวดเร็ว และหากต้องการตัดทายาทคนใดมิให้รับมรดก ก็ทำได้โดยระบุไว้ในพินัยกรรมให้ชัดเจน การวางแผนทั้งหมดนี้ในคราวเดียวช่วยให้ทรัพย์ตกถึงมือผู้ที่ตั้งใจจริง ๆ โดยมีข้อพิพาทน้อยที่สุด
ไม่ แบบธรรมดาและแบบเขียนเองทั้งฉบับทำเองได้โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับอำเภอ ส่วนแบบเอกสารฝ่ายเมือง เอกสารลับ และด้วยวาจา เป็นแบบที่ต้องดำเนินการผ่านนายอำเภอ
ไม่ควร เพราะหากผู้รับทรัพย์หรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์เป็นพยาน ข้อกำหนดที่ยกทรัพย์ให้บุคคลนั้นจะตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1653 และ 1705 ควรใช้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนได้เสียเป็นพยาน
พินัยกรรมที่ทำผิดแบบเพียงนิดเดียวอาจทำให้เจตนาสุดท้ายเป็นโมฆะ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีมรดกของเราช่วยร่างพินัยกรรมให้ถูกแบบ ตั้งผู้จัดการมรดก และให้บริการรับรองเอกสาร ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor