เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: หลังการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องค้ำประกัน (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 ผู้ค้ำประกันได้รับความคุ้มครองมากขึ้น จุดสำคัญคือ ข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกัน (ที่เป็นบุคคลธรรมดา) ต้องรับผิด "อย่างลูกหนี้ร่วม" ตกเป็นโมฆะ และห้ามขยายขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ผู้ค้ำจึงไม่ใช่ "ลูกหนี้สำรอง" ที่เจ้าหนี้จะข้ามมาบีบก่อนได้ทันทีอีกต่อไป บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ
สัญญาค้ำประกันคือสัญญาที่ "ผู้ค้ำประกัน" ตกลงกับเจ้าหนี้ว่าจะชำระหนี้แทน หากลูกหนี้ไม่ชำระ ในอดีตสัญญาค้ำประกันมักเขียนให้ผู้ค้ำรับผิด "อย่างลูกหนี้ร่วม" ทำให้เจ้าหนี้ข้ามไปเรียกจากผู้ค้ำได้ทันทีเหมือนเป็นลูกหนี้เอง คนจำนวนมากเซ็นค้ำให้ญาติหรือเพื่อนด้วยความเกรงใจ แล้วต้องรับภาระหนี้เต็มจำนวนทั้งที่ไม่ได้ใช้เงิน กฎหมายจึงแก้ไขเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดา
หัวใจของการแก้ไขคือ ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วม หรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นตกเป็นโมฆะ ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาจึงคงสถานะเป็น "ผู้ค้ำประกัน" ไม่ใช่ลูกหนี้ร่วม โดยมีข้อยกเว้นสำหรับกรณีผู้ค้ำประกันที่เป็น "นิติบุคคล" ซึ่งยินยอมผูกพันตนรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้
กฎหมายห้ามทำข้อตกลงล่วงหน้าที่ขยายความรับผิดของผู้ค้ำให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ข้อตกลงในลักษณะนี้ก็ไม่มีผลผูกพันผู้ค้ำ ทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถเขียนสัญญาผลักภาระทั้งหมดไปที่ผู้ค้ำได้เหมือนเดิม
เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หากเจ้าหนี้ละเลยไม่บอกกล่าวตามกำหนด ผู้ค้ำอาจหลุดพ้นจากความรับผิดในส่วนดอกเบี้ยและค่าเสียหายบางส่วนที่เกิดขึ้นภายหลัง การจัดการเรื่องหนังสือบอกกล่าวจึงสำคัญกับทั้งสองฝ่าย อ่านวิธีเขียนหนังสือบอกกล่าวให้มีผลได้ที่ หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (โนติส)
| ประเด็น | แบบเดิม | หลังแก้ไข (2558) |
|---|---|---|
| สถานะผู้ค้ำ (บุคคลธรรมดา) | มักถูกเขียนให้เป็นลูกหนี้ร่วม | ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ |
| เจ้าหนี้เรียกจากใครก่อน | ข้ามมาเรียกผู้ค้ำได้ทันที | ผู้ค้ำมีสิทธิตามฐานะผู้ค้ำประกัน |
| ขยายความรับผิดล่วงหน้า | ทำได้กว้าง | ห้าม เกินกฎหมายไม่ผูกพัน |
| บอกกล่าวเมื่อลูกหนี้ผิดนัด | ไม่เคร่งครัด | เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวผู้ค้ำตามกำหนด |
ข้อควรระวังสำหรับนิติบุคคล: ข้อยกเว้นเรื่อง "รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม" ใช้กับผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลซึ่งยินยอม ดังนั้นบริษัทที่เซ็นค้ำให้บริษัทในเครือหรือกรรมการที่ค้ำในนามตนเอง ควรตรวจสถานะและถ้อยคำในสัญญาอย่างรอบคอบ
ผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดามีสิทธิหลายประการที่ช่วยลดความเสี่ยง เช่น สิทธิให้เจ้าหนี้ไปเรียกจากลูกหนี้หรือบังคับเอาจากหลักประกันก่อนในกรณีที่กฎหมายกำหนด สิทธิที่จะหลุดพ้นบางส่วนหากเจ้าหนี้ไม่บอกกล่าวตามกำหนด และเมื่อผู้ค้ำชำระหนี้แทนแล้วย่อม รับช่วงสิทธิ ไปไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ได้ การรู้และใช้สิทธิเหล่านี้อย่างถูกจังหวะมีผลต่อภาระเงินที่ผู้ค้ำต้องแบกอย่างมาก
สัญญาค้ำประกันต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ค้ำจึงจะฟ้องร้องบังคับได้ การร่างที่ดีควรระบุหนี้ที่ค้ำให้ชัดเจน (จำนวน ขอบเขต ระยะเวลา) ไม่ใส่ข้อความที่ขัดกฎหมายใหม่ (เช่น บังคับให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมสำหรับบุคคลธรรมดา) และกำหนดกลไกการบอกกล่าวให้สอดคล้องกฎหมาย หลักการร่าง-ตรวจสัญญาและการป้องกันข้อพลาดทั้งหมดอยู่ในเสาหลัก คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ และหากต้องการคุ้มครองความลับธุรกิจคู่กับสัญญาหลัก ดูเพิ่มที่ NDA สัญญารักษาความลับทางธุรกิจ
ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ได้อยู่ในฐานะลูกหนี้ร่วมอีกต่อไป เจ้าหนี้ต้องดำเนินการตามฐานะผู้ค้ำประกันและกรอบกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ความรับผิดจริงขึ้นกับถ้อยคำในสัญญา จำนวนหนี้ที่ค้ำ และการปฏิบัติตามขั้นตอนของเจ้าหนี้ ควรให้ทนายตรวจสัญญาเพื่อประเมินขอบเขตที่แท้จริง
สำหรับผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดา ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตกเป็นโมฆะตามกฎหมายใหม่ จึงไม่ผูกพันผู้ค้ำในส่วนนั้น แต่ตัวสัญญาค้ำประกันส่วนที่ชอบด้วยกฎหมายยังมีผลอยู่ ควรให้ทนายแยกแยะว่าข้อใดใช้ได้-ข้อใดเป็นโมฆะ
การเลิกค้ำประกันขึ้นกับประเภทหนี้และเงื่อนไขสัญญา กรณีค้ำหนี้ในอนาคตหรือหนี้ที่ไม่กำหนดเวลา อาจมีช่องทางบอกเลิกได้ในบางกรณีตามกฎหมาย แต่หนี้ที่เกิดและผูกพันไปแล้วมักยกเลิกย้อนหลังไม่ได้ ควรปรึกษาทนายก่อนดำเนินการ
ไม่เหมือนทั้งหมด ข้อยกเว้นในกฎหมายเปิดให้ผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้ ดังนั้นบริษัทหรือกรรมการที่ค้ำในนามนิติบุคคลควรตรวจถ้อยคำและสถานะให้ชัด เพราะความเสี่ยงต่างจากผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดา
สัญญาค้ำประกันที่เขียนผิดยุคอาจมีข้อที่เป็นโมฆะ หรือทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายด้านสัญญาและหนี้ของเราช่วยตรวจ-ร่างสัญญาค้ำประกันให้ถูกกฎหมายใหม่ และประเมินขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor