คู่สมรสตาย แบ่งสินสมรสก่อนตกทอดมรดก ม.1625
คู่สมรสตาย แบ่งสินสมรสก่อนตกทอดมรดก ม.1625

เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด กรกฎาคม 2026

ตอบสั้น ๆ: เมื่อสามีหรือภริยาที่จดทะเบียนสมรสเสียชีวิต กฎหมายไม่ได้ยกทรัพย์ทั้งหมดเป็นมรดกทันที แต่ต้องแบ่งสินสมรสออกครึ่งหนึ่งให้คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ก่อน ตามมาตรา 1625 ประกอบมาตรา 1533 ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของผู้ตาย รวมกับสินส่วนตัวของผู้ตาย จึงจะกลายเป็น "กองมรดก" ที่นำไปแบ่งให้ทายาท และคู่สมรสที่ยังอยู่ก็มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทตามมาตรา 1629 วรรคสอง อีกส่วนหนึ่งด้วย การเข้าใจลำดับขั้นนี้สำคัญมาก เพราะหลายครอบครัวเข้าใจผิดว่าทรัพย์ทั้งบ้านต้องแบ่งให้ลูกเท่า ๆ กัน บทความนี้อยู่ในชุด มรดกและพินัยกรรม

ขั้นตอนแรก แบ่งสินสมรสครึ่งหนึ่งก่อน

มาตรา 1625 วางหลักว่า เมื่อการสมรสสิ้นสุดลงด้วยความตาย ให้แบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาเสียก่อน โดยสินสมรสจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่ากันตามมาตรา 1533 ครึ่งหนึ่งเป็นของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่โดยตรง ไม่ถือเป็นมรดก ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจึงตกเป็นกองมรดกของผู้ตาย ยกตัวอย่างเช่น สามีภริยามีสินสมรสเป็นบ้านและเงินฝากรวม 10 ล้านบาท เมื่อสามีตาย ภริยาได้ 5 ล้านบาทในฐานะเจ้าของสินสมรสครึ่งหนึ่งทันที ส่วนอีก 5 ล้านบาทจึงเป็นมรดกที่จะนำไปแบ่งกับทายาทคนอื่นต่อไป

ขั้นตอนที่สอง รวมเป็นกองมรดกแล้วแบ่งทายาท

เมื่อได้ส่วนที่เป็นมรดกแล้ว (ครึ่งหนึ่งของสินสมรส บวกสินส่วนตัวของผู้ตาย) จึงนำไปแบ่งให้ทายาทโดยธรรม โดยคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่มีฐานะเป็นทายาทตามมาตรา 1629 วรรคสอง และได้รับส่วนแบ่งร่วมกับทายาทลำดับต่าง ๆ ตามสัดส่วนที่มาตรา 1635 กำหนด เช่น ถ้ามีผู้สืบสันดาน (บุตร) คู่สมรสจะได้ส่วนแบ่งเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตรคนหนึ่ง การรู้ว่าใครเป็นทายาทลำดับใดและได้สัดส่วนเท่าไรจึงจำเป็น ดูรายละเอียดที่ ลำดับทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ

ตัวอย่างการคำนวณ เมื่อมีคู่สมรสและบุตร 2 คน

สมมติสามีเสียชีวิต มีสินสมรส 12 ล้านบาท และมีสินส่วนตัวของสามีอีก 3 ล้านบาท ทายาทมีภริยาและบุตร 2 คน ขั้นแรกแบ่งสินสมรส ภริยาได้ครึ่งหนึ่งคือ 6 ล้านบาททันที ขั้นที่สองกองมรดกของสามีเท่ากับ 6 ล้าน (ครึ่งสินสมรส) บวก 3 ล้าน (สินส่วนตัว) รวม 9 ล้านบาท กองมรดก 9 ล้านนี้แบ่งให้ทายาทซึ่งมีภริยาและบุตร 2 คน รวม 3 คน โดยหลักได้คนละเท่า ๆ กันคือ 3 ล้านบาท ดังนั้นภริยาจะได้รวม 6 ล้าน (จากสินสมรส) บวก 3 ล้าน (จากมรดก) เท่ากับ 9 ล้านบาท ส่วนบุตรได้คนละ 3 ล้านบาท ตัวเลขจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงและประเภททรัพย์ ควรให้ทนายตรวจ

ถ้ามีพินัยกรรม จะเปลี่ยนอะไร

พินัยกรรมมีผลต่อ "ส่วนที่เป็นมรดก" ของผู้ตายเท่านั้น ไม่กระทบสินสมรสครึ่งหนึ่งที่เป็นของคู่สมรสที่ยังอยู่ กล่าวคือผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์ได้เฉพาะส่วนที่เป็นของตน (สินส่วนตัว + ครึ่งหนึ่งของสินสมรส) เท่านั้น จะยกสินสมรสส่วนของคู่สมรสอีกฝ่ายไปไม่ได้ หากพินัยกรรมระบุยกทรัพย์เกินส่วนของตน ส่วนที่เกินก็ไม่มีผล การวางแผนมรดกที่ดีจึงควรระบุให้ชัดว่าทรัพย์ใดเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว และควรเข้าใจสิทธิสละมรดกของทายาทบางคนด้วย ดูที่ การสละมรดก ม.1612

ทำไมต้องแยกสินสมรสให้ชัดก่อนแบ่งมรดก

ข้อพิพาทมรดกจำนวนมากเกิดจากการข้ามขั้นตอนแบ่งสินสมรส ทายาทบางคนเข้าใจว่าทรัพย์ทั้งหมดเป็นมรดกที่ต้องแบ่งเท่ากัน ทำให้คู่สมรสที่ยังอยู่เสียเปรียบ หรือกลับกัน คู่สมรสที่ยังอยู่อ้างว่าทรัพย์ทั้งหมดเป็นสินสมรสของตน ทั้งที่บางส่วนเป็นสินส่วนตัวของผู้ตายที่ต้องตกเป็นมรดก การแยกประเภททรัพย์ให้ชัด โดยดูที่มาว่าได้มาก่อนหรือระหว่างสมรส เป็นมรดก/ของให้ หรือเป็นรายได้ร่วม จึงเป็นหัวใจ หลักการแบ่งสินสมรสครึ่งหนึ่งนี้ใช้ทั้งกรณีหย่าและกรณีตาย เทียบได้กับตอนหย่าที่ แบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533 การตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อรวบรวมและแบ่งทรัพย์อย่างถูกต้องจึงช่วยลดข้อพิพาทได้มาก

หนี้สินของผู้ตายกับการแบ่งมรดก

อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือหนี้สิน เมื่อคู่สมรสเสียชีวิต หากมีหนี้ที่เป็นหนี้ร่วมของสามีภริยา ก็ต้องจัดการหนี้ส่วนที่เกี่ยวกับสินสมรสก่อนแบ่ง และกองมรดกของผู้ตายย่อมรวมทั้งทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตายด้วย ทายาทที่รับมรดกไม่จำต้องรับผิดในหนี้สินของผู้ตายเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน กล่าวคือเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกชำระจากกองมรดกได้ แต่จะไล่เบี้ยเอาจากทรัพย์ส่วนตัวของทายาทเกินกว่าที่ได้รับมรดกไม่ได้ ดังนั้นก่อนแบ่งมรดก ควรตรวจสอบและชำระหนี้ของกองมรดกให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงแบ่งทรัพย์ส่วนที่เหลือให้ทายาท การตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อรวบรวมทรัพย์ ชำระหนี้ และแบ่งอย่างเป็นระบบจึงช่วยป้องกันปัญหาทั้งกับเจ้าหนี้และระหว่างทายาทด้วยกัน

คำถามที่พบบ่อย

คู่สมรสตาย ทรัพย์ทั้งหมดเป็นมรดกเลยไหม

ไม่ใช่ ต้องแบ่งสินสมรสครึ่งหนึ่งให้คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ก่อนตามมาตรา 1625 ประกอบมาตรา 1533 เฉพาะครึ่งหนึ่งของสินสมรสที่เป็นของผู้ตายบวกสินส่วนตัวของผู้ตายเท่านั้นที่เป็นมรดก

คู่สมรสที่ยังอยู่ได้รับมรดกด้วยไหม

ได้ นอกจากสินสมรสครึ่งหนึ่งที่เป็นของตนแล้ว คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ยังเป็นทายาทตามมาตรา 1629 วรรคสอง จึงมีสิทธิรับส่วนแบ่งจากกองมรดกร่วมกับทายาทลำดับอื่นตามสัดส่วนในมาตรา 1635 อีกด้วย

ไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีสิทธิแบ่งสินสมรสไหม

โดยหลักไม่มีสิทธิตามบทบัญญัติสินสมรส เพราะสิทธิแบ่งสินสมรสและสิทธิรับมรดกในฐานะคู่สมรสเกิดจากการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย คู่ที่อยู่กินโดยไม่จดทะเบียนอาจต้องพิสูจน์กรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์เป็นราย ๆ ไป ซึ่งยากกว่ามาก

พินัยกรรมยกทรัพย์ทั้งบ้านให้คนเดียวได้ไหม

ยกได้เฉพาะส่วนที่เป็นของผู้ทำพินัยกรรมเอง คือสินส่วนตัวและครึ่งหนึ่งของสินสมรส จะยกสินสมรสส่วนของคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ได้ หากพินัยกรรมระบุเกินส่วนของตน ส่วนที่เกินย่อมไม่มีผลบังคับ

📚 แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (อ่านเพิ่มเติม)

ปรึกษาทนายความไทย-จีน ลอว์ เฟิร์ม

การแบ่งทรัพย์เมื่อคู่สมรสเสียชีวิตต้องแยกสินสมรสก่อนตกทอดเป็นมรดก มิฉะนั้นทายาทหรือคู่สมรสที่ยังอยู่อาจเสียเปรียบ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีมรดกของเราช่วยคำนวณส่วนแบ่ง ตั้งผู้จัดการมรดก และแบ่งทรัพย์อย่างเป็นธรรม ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ

Powered by Froala Editor

Scroll