เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: การให้ข้อมูลเท็จในกระบวนการยุติธรรมเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่นเป็นความผิดอาญาหลายฐาน แจ้งความเท็จ (มาตรา 172) คือแจ้งข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อเจ้าพนักงาน โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท · แจ้งว่ามีความผิดทั้งที่รู้ว่าไม่มี (มาตรา 173) โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท · ฟ้องเท็จ (มาตรา 175) คือเอาความเท็จมาฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำผิดอาญา · เบิกความเท็จ (มาตรา 177) คือเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาลในข้อสำคัญ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี (ถ้าเป็นคดีอาญาไม่เกิน 7 ปี) ผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีเหล่านี้สามารถดำเนินคดีกลับได้ บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือคดีอาญาธุรกิจ
| ฐาน | ลักษณะ | โทษโดยสรุป |
|---|---|---|
| แจ้งความเท็จ (ม.172) | แจ้งข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อเจ้าพนักงาน | จำคุก ≤2 ปี หรือปรับ ≤40,000 |
| แจ้งเท็จว่ามีความผิด (ม.173) | รู้ว่าไม่มีการกระทำผิด แต่แจ้งว่ามี | จำคุก ≤3 ปี และปรับ ≤60,000 |
| ฟ้องเท็จ (ม.175) | เอาความเท็จมาฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่าทำผิดอาญา | มีโทษจำคุกและปรับตามที่กฎหมายกำหนด |
| เบิกความเท็จ (ม.177) | เบิกความเท็จในข้อสำคัญในการพิจารณาคดีต่อศาล | จำคุก ≤5 ปี (คดีอาญา ≤7 ปี) |
ทุกฐานมีจุดร่วมคือต้องเป็น "ความเท็จ" และผู้กระทำต้องมีเจตนา คือรู้อยู่แล้วว่าข้อความนั้นไม่จริง หากเป็นการเข้าใจผิดโดยสุจริตหรือเป็นความเห็น ก็อาจไม่ครบองค์ประกอบความผิด การพิสูจน์เจตนาและความเป็นเท็จจึงเป็นหัวใจของคดี
ความต่างสำคัญอยู่ที่ "เวทีที่ให้ข้อมูลเท็จ" การ แจ้งความเท็จ เกิดในชั้นเจ้าพนักงาน เช่น แจ้งตำรวจหรือพนักงานสอบสวน การ ฟ้องเท็จ เกิดเมื่อเอาความเท็จไปฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่าทำผิดอาญา และการ เบิกความเท็จ เกิดในชั้นพิจารณาคดีเมื่อพยานให้การเท็จในข้อสำคัญ ทั้งสามฐานคุ้มครองความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมและปกป้องผู้บริสุทธิ์จากการถูกกลั่นแกล้ง คนที่ตกเป็นเหยื่อการแจ้งความเท็จมักเป็นคู่กรณีในข้อพิพาททางธุรกิจหรือส่วนตัว
หากถูกแจ้งความหรือฟ้องด้วยเรื่องที่ไม่เป็นความจริง สิ่งแรกคืออย่าตื่นตระหนกและอย่าให้การโดยไม่ปรึกษาทนาย ควรรวบรวมหลักฐานที่แสดงความจริง เช่น เอกสาร ข้อความ พยานบุคคล และลำดับเหตุการณ์ เพื่อใช้ต่อสู้และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เมื่อคดีที่ถูกกลั่นแกล้งยุติลงโดยปรากฏว่าข้อกล่าวหาเป็นเท็จ ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีกลับฐานแจ้งความเท็จ ฟ้องเท็จ หรือเบิกความเท็จ และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ การเลือกช่องทางระหว่างแจ้งความกับฟ้องคดีเองดูที่ แจ้งความ vs ฟ้องคดีอาญาเอง
ระวังการแจ้งความ/ฟ้องของตัวเองด้วย: ผู้ที่คิดจะแจ้งความหรือฟ้องคู่กรณีก็ต้องมั่นใจว่าข้อเท็จจริงเป็นจริงและมีหลักฐาน เพราะหากแจ้งหรือฟ้องด้วยข้อความเท็จ อาจกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง การปรึกษาทนายเพื่อประเมินพยานหลักฐานก่อนดำเนินคดีจึงช่วยป้องกันทั้งการเสียรูปคดีและความเสี่ยงถูกฟ้องกลับ
การกลั่นแกล้งด้วยข้อมูลเท็จมักเกิดพร้อมกับการทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ซึ่งอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเพิ่มอีก โดยเฉพาะเมื่อมีการเผยแพร่ข้อกล่าวหาเท็จสู่สาธารณะหรือออนไลน์ ทั้งสองเรื่องดำเนินคดีควบคู่กันได้ อ่านเรื่องหมิ่นประมาทออนไลน์ที่ หมิ่นประมาทออนไลน์ และหากการกลั่นแกล้งเป็นการข่มขู่เรียกทรัพย์ก็อาจเข้าข่ายกรรโชก ดูที่ กรรโชก vs รีดเอาทรัพย์
ผู้ที่ถูกแจ้งความหรือฟ้องด้วยข้อกล่าวหาเท็จ ควรตั้งหลักและรวบรวมหลักฐานอย่างเป็นระบบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และใช้ดำเนินคดีกลับในภายหลัง
เมื่อคดีที่ถูกกลั่นแกล้งสิ้นสุดโดยปรากฏว่าข้อกล่าวหาเป็นเท็จ ผู้เสียหายจึงดำเนินคดีกลับได้อย่างมีน้ำหนัก การมีทนายช่วยตั้งแต่ต้นทำให้การเก็บหลักฐานและการวางรูปคดีเป็นระบบและทันเวลา
อย่าให้การโดยไม่ปรึกษาทนาย ควรรวบรวมหลักฐานที่แสดงความจริงเพื่อต่อสู้คดี และเมื่อพิสูจน์ได้ว่าข้อกล่าวหาเป็นเท็จ สามารถดำเนินคดีกลับฐานแจ้งความเท็จหรือฟ้องเท็จ และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้
ได้ การเบิกความเท็จในข้อสำคัญในการพิจารณาคดีต่อศาลเป็นความผิดตามมาตรา 177 มีโทษจำคุก และหากเป็นการเบิกความในคดีอาญาโทษจะสูงขึ้น ทั้งนี้ต้องพิสูจน์ว่าพยานรู้ว่าข้อความนั้นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดี
แจ้งความเท็จเกิดในชั้นเจ้าพนักงาน เช่น แจ้งตำรวจ ส่วนฟ้องเท็จคือการเอาความเท็จไปฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำผิดอาญา ต่างกันที่เวทีและขั้นตอน แต่ทั้งคู่คุ้มครองผู้บริสุทธิ์จากการถูกกลั่นแกล้งด้วยข้อมูลเท็จ
ความผิดเหล่านี้ต้องมีเจตนา คือรู้ว่าข้อความเป็นเท็จ หากเป็นการเข้าใจผิดโดยสุจริตตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะนั้น โดยหลักไม่ครบองค์ประกอบความผิด แต่การพิจารณาขึ้นกับพยานหลักฐาน ควรปรึกษาทนายหากไม่แน่ใจ
การถูกกลั่นแกล้งด้วยข้อมูลเท็จกระทบทั้งชื่อเสียงและอิสรภาพ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีอาญาของเราช่วยต่อสู้คดีที่ถูกกลั่นแกล้ง ดำเนินคดีกลับฐานแจ้งความเท็จ-ฟ้องเท็จ-เบิกความเท็จ และเรียกค่าเสียหาย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor