เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: ลูกจ้างที่ทำสัญญาจ้างแบบไม่มีกำหนดเวลา มีสิทธิลาออกได้ แต่ต้อง บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ ให้นายจ้างทราบเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง (โดยทั่วไปคือล่วงหน้าประมาณ 1 รอบการจ่ายค่าจ้าง) เว้นแต่ข้อบังคับหรือสัญญากำหนดไว้เป็นอย่างอื่นที่ไม่ขัดกฎหมาย ส่วน "เงินประกันการทำงาน" นายจ้างต้อง คืนให้ลูกจ้างพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เลิกจ้าง ลาออก หรือสัญญาประกันสิ้นสุด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 10 และนายจ้างจะหักค่าจ้างตามอำเภอใจไม่ได้ บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายแรงงาน
สำหรับสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา กฎหมายให้ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป ในทางปฏิบัติหลายองค์กรกำหนดให้แจ้งล่วงหน้า 30 วัน ซึ่งทำได้หากไม่ขัดกฎหมายและลูกจ้างทราบเงื่อนไขนั้น การลาออกโดยทำเป็นหนังสือและเก็บหลักฐานการยื่นไว้ ช่วยป้องกันข้อโต้แย้งภายหลังเรื่องวันที่มีผลและสิทธิต่าง ๆ การกำหนดเงื่อนไขการลาออกให้ชัดควรอยู่ในสัญญาจ้างตั้งแต่ต้น ดูที่ สัญญาจ้างแรงงาน ร่างให้รัดกุม
หากลูกจ้างลาออกโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามที่ตกลงไว้ และทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายจริง นายจ้างอาจเรียกค่าเสียหายได้ แต่ต้องพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่หักเงินตามใจ และโดยหลักการ นายจ้างไม่มีสิทธิยึดค่าจ้างที่ลูกจ้างทำงานไปแล้ว เพราะค่าจ้างเป็นสิ่งที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามงานที่ทำ การหักหรือหน่วงค่าจ้างเพื่อ "ลงโทษ" การลาออกกะทันหันจึงเสี่ยงผิดกฎหมาย
ข้อควรรู้เรื่องการหักเงิน: กฎหมายคุ้มครองแรงงานจำกัดเหตุที่นายจ้างหักค่าจ้างได้ไว้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาต เช่น ภาษี เงินสมทบประกันสังคม หรือกรณีที่ลูกจ้างยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด การหักนอกเหนือจากนี้อาจไม่ชอบ ลูกจ้างที่ถูกหักเงินโดยไม่เป็นธรรมสามารถร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงานได้
นายจ้างเรียกเก็บ "เงินประกันการทำงาน" ได้เฉพาะลักษณะงานที่กฎหมายกำหนด (เช่น งานที่เกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง) และเมื่อการจ้างสิ้นสุด ไม่ว่าจะเลิกจ้างหรือลาออก นายจ้างต้องคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ให้ลูกจ้าง ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่สิ้นสุดการจ้างหรือสัญญาประกันสิ้นอายุ หากนายจ้างไม่คืนตามกำหนดอาจต้องเสียดอกเบี้ยและมีความรับผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้หากลูกจ้างก่อความเสียหายจริง นายจ้างอาจหักจากเงินประกันได้ แต่ต้องมีเหตุและแจ้งให้ทราบ ไม่ใช่ริบทั้งจำนวนโดยอ้างว่าลาออกกะทันหัน
โดยหลัก "การลาออกเอง" ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย เพราะค่าชดเชยเป็นสิทธิเมื่อถูก "เลิกจ้าง" โดยไม่เข้าข้อยกเว้น อย่างไรก็ดี หากการลาออกเกิดจากการที่นายจ้างกระทำไม่ชอบจนลูกจ้างจำต้องออก อาจถือเป็นการเลิกจ้างโดยปริยายและมีสิทธิเรียกร้องได้ การแยกแยะว่าเป็น "ลาออกจริง" หรือ "ถูกบีบให้ออก" จึงสำคัญมาก รายละเอียดสิทธิเมื่อถูกเลิกจ้างดูที่ ค่าชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน และความเข้าใจผิดเรื่องทดลองงานดูที่ ทดลองงาน เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยไหม
ก่อนวันสุดท้ายของการทำงาน ลูกจ้างควรตรวจสอบสิทธิและเอกสารให้ครบ เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ที่ควรได้รับ
วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างยังไม่ได้ใช้ตามสิทธิ นายจ้างต้องจ่ายเป็นเงินเมื่อสิ้นสุดการจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบสิทธิเหล่านี้ก่อนออกจากงานช่วยให้ได้รับเงินครบถ้วน รายละเอียดสิทธิวันลาดูที่ สิทธิวันลาของลูกจ้าง
กฎหมายกำหนดให้บอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง ซึ่งมักใกล้เคียง 1 รอบการจ่ายค่าจ้าง หลายองค์กรกำหนด 30 วันในสัญญาหรือข้อบังคับ ซึ่งทำได้หากไม่ขัดกฎหมาย ควรดูสัญญาและข้อบังคับของที่ทำงานประกอบ
โดยหลักไม่ได้ ค่าจ้างที่ลูกจ้างทำงานไปแล้วเป็นสิทธิของลูกจ้าง นายจ้างจะยึดเพื่อลงโทษการลาออกไม่ได้ หากเสียหายจริงต้องพิสูจน์และเรียกค่าเสียหายตามกฎหมาย ไม่ใช่หักเอาเองตามใจ
นายจ้างต้องคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ภายใน 7 วันนับแต่สิ้นสุดการจ้าง หากไม่คืน ลูกจ้างทวงถามเป็นหนังสือและร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงานได้ และนายจ้างอาจต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ยเพิ่ม
ควรทำเป็นหนังสือ ระบุวันที่ยื่นและวันที่ประสงค์ให้มีผล เก็บสำเนาและหลักฐานการส่งมอบ เช่น ลายเซ็นผู้รับหรืออีเมล เพื่อยืนยันการบอกกล่าวล่วงหน้า และตรวจสอบว่าได้รับค่าจ้างค้างจ่ายและเงินประกันคืนครบถ้วน
ลาออก-หักเงิน-เงินประกัน เป็นจุดที่นายจ้างและลูกจ้างขัดแย้งกันบ่อย เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายที่ปรึกษากฎหมายแรงงานของเราช่วยนายจ้างวางระบบการลาออก-เงินประกันให้ถูกกฎหมาย และช่วยลูกจ้างทวงค่าจ้าง-เงินประกันที่ถูกหักโดยไม่เป็นธรรม ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor