เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: กฎหมายสมรสเท่าเทียม (พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567) มีผลใช้บังคับและเปิดให้จดทะเบียนสมรสได้ตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 ทำให้ บุคคล 2 คนไม่ว่าเพศใดสามารถหมั้นและจดทะเบียนสมรสกันได้ โดยเปลี่ยนถ้อยคำจาก "ชาย-หญิง/สามี-ภริยา" เป็น "บุคคล/คู่สมรส" คู่สมรสเพศเดียวกันจึงมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมคู่สมรสทั่วไป ทั้งเรื่องสินสมรส มรดก การให้ความยินยอมรักษาพยาบาล และการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่รับรองสิทธินี้ บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายครอบครัว
หัวใจของการแก้ไขคือเปลี่ยนเงื่อนไขการสมรสจาก "ชายและหญิง" เป็น "บุคคลสองคน" และเปลี่ยนคำเรียกในกฎหมายให้เป็นกลางทางเพศ เช่น "ผู้หมั้น/ผู้รับหมั้น" และ "คู่สมรส" ผลคือคู่รักเพศเดียวกันที่อายุครบตามกฎหมายสามารถจดทะเบียนสมรสและได้รับการรับรองสถานะทางกฎหมายเช่นเดียวกับคู่สมรสชาย-หญิง การจดทะเบียนทำที่อำเภอ/สำนักงานเขตตามปกติ
เมื่อสมรสแล้ว หลักการเรื่องสินสมรสและการแบ่งทรัพย์เมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดก็ใช้เหมือนคู่สมรสทั่วไป อ่านหลักการแบ่งสินสมรสได้ที่ แบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533 และคู่ที่ต้องการกำหนดเรื่องทรัพย์สินล่วงหน้าก็ทำสัญญาก่อนสมรสได้ ดูที่ สัญญาก่อนสมรส (Prenup)
กฎหมายสมรสเท่าเทียมเปิดให้คู่สมรสรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสำหรับการสร้างครอบครัว ทั้งนี้การรับบุตรบุญธรรมยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและขั้นตอนของกฎหมาย เช่น คุณสมบัติด้านอายุและการจดทะเบียน อ่านรายละเอียดที่ รับบุตรบุญธรรม ขั้นตอนและสิทธิ ส่วนประเด็นการมีบุตรโดยวิธีอื่นและสถานะของบุตรยังมีรายละเอียดเฉพาะที่ควรปรึกษาทนายเป็นกรณี
คู่ไทย-ต่างชาติเพศเดียวกัน: คู่รักเพศเดียวกันที่ฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติก็สมรสในไทยได้ตามกฎหมายนี้ แต่การรับรองสถานะในต่างประเทศและประเด็นกฎหมายขัดกันยังต้องพิจารณาเป็นกรณี เช่นเดียวกับคดีครอบครัวไทย-ต่างชาติทั่วไป ดูเพิ่มที่ ฟ้องหย่าคู่สมรสต่างชาติ
เมื่อคู่สมรสเพศเดียวกันมีสิทธิเท่าเทียม การหย่าและการแบ่งทรัพย์สินก็ใช้หลักเดียวกับคู่สมรสทั่วไป ทั้งการหย่าโดยความยินยอมและการฟ้องหย่าเมื่อมีเหตุตามกฎหมาย การวางแผนเรื่องทรัพย์สินและบุตรให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยลดข้อพิพาทในอนาคต ดูเส้นทางการหย่าได้ที่เสาหลัก คู่มือฟ้องหย่า 2026
เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว คู่สมรสควรวางระบบเอกสารและการเงินให้ชัดเพื่อใช้สิทธิได้เต็มที่และลดข้อพิพาทในอนาคต โดยเฉพาะคู่ที่มีทรัพย์สินหรือทำธุรกิจร่วมกัน ควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้ตั้งแต่ต้น
สำหรับคู่ไทย-ต่างชาติ ยังมีประเด็นเฉพาะ เช่น การรับรองสถานะสมรสในต่างประเทศ วีซ่า/ถิ่นที่อยู่ และกฎหมายขัดกัน ที่ควรปรึกษาทนายเป็นกรณีเพื่อวางแผนล่วงหน้า การกำหนดเรื่องทรัพย์สินให้ชัดด้วยสัญญาก่อนสมรสก็เป็นทางเลือกที่ดี ดูที่ สัญญาก่อนสมรส (Prenup)
กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลและเปิดให้จดทะเบียนสมรสได้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป โดยจดทะเบียนได้ที่อำเภอหรือสำนักงานเขตเช่นเดียวกับคู่สมรสทั่วไป
มี เมื่อจดทะเบียนสมรสถูกต้อง คู่สมรสเพศเดียวกันมีสิทธิรับมรดกของกันและกันในฐานะคู่สมรสตามกฎหมาย เช่นเดียวกับคู่สมรสชาย-หญิง การทำพินัยกรรมเพิ่มเติมช่วยให้การจัดการทรัพย์ชัดเจนยิ่งขึ้น
ได้ กฎหมายสมรสเท่าเทียมเปิดให้คู่สมรสรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและขั้นตอนการรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย ควรเตรียมเอกสารและความยินยอมให้ครบและปรึกษาทนาย
หากเคยจดทะเบียนในต่างประเทศหรือมีสถานะคู่ชีวิตในรูปแบบอื่น การรับรองสถานะในไทยและการสมรสตามกฎหมายไทยมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเป็นกรณี ควรปรึกษาทนายเพื่อตรวจเอกสารและวางแผนให้ถูกต้อง
สมรสเท่าเทียมเปิดสิทธิใหม่หลายด้าน การวางแผนทรัพย์สิน-มรดก-บุตรให้ครบช่วยใช้สิทธิได้เต็มที่ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีครอบครัวของเราช่วยจดทะเบียนสมรส ทำสัญญาก่อนสมรส วางแผนมรดกและรับบุตรบุญธรรมสำหรับคู่สมรสทุกเพศ รวมถึงคู่ไทย-ต่างชาติ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor