เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหย่า คุณยัง "ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว" ต่อศาลได้ แต่ต้องพิสูจน์ว่ามี "เหตุฟ้องหย่า" อย่างใดอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 เช่น มีชู้ ทิ้งร้างเกิน 1 ปี ทำร้ายร่างกาย หรือแยกกันอยู่เกิน 3 ปี เมื่อศาลพิพากษาให้หย่า การสมรสจึงสิ้นสุด แม้คู่สมรสจะไม่ยินยอมก็ตาม บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือฟ้องหย่า 2026
กฎหมายไทยให้ "การหย่า" เกิดขึ้นได้ 2 ทางเท่านั้น ทางแรกคือ หย่าโดยความยินยอม ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ทำหนังสือหย่ามีพยาน 2 คน แล้วไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ/สำนักงานเขต จบเร็วและประหยัด ทางที่สองคือ ฟ้องหย่าต่อศาล ใช้เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ไม่ยอมเซ็น หรือตกลงเรื่องบุตร-ทรัพย์สินกันไม่ได้ กรณีนี้ต้องให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด
หัวใจที่ทำให้สองทางต่างกันคือ "เหตุ" การหย่าโดยความยินยอมไม่ต้องมีเหตุอะไร แค่สมัครใจทั้งคู่ก็พอ แต่การฟ้องหย่าฝ่ายเดียว ต้องมีเหตุฟ้องหย่าตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น จะอ้างเพียงว่า "หมดรัก" "เข้ากันไม่ได้" หรือ "เบื่อ" ลอย ๆ ไม่ได้ ถ้าไม่เข้าเหตุใดเลย ศาลก็ยกฟ้อง รายละเอียดเปรียบเทียบสองเส้นทางนี้อยู่ในเสาหลัก คู่มือฟ้องหย่า 2026
มาตรา 1516 วางเหตุฟ้องหย่าไว้หลายประการ ที่พบบ่อยและใช้ฟ้องฝ่ายเดียวได้ เช่น อีกฝ่ายอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามีภริยา มีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ ประพฤติชั่วทำให้อีกฝ่ายอับอายหรือเดือดร้อนเกินควร ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจอย่างร้ายแรง จงใจทิ้งร้างไปเกิน 1 ปี รวมถึงสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุขเกิน 3 ปี เป็นต้น
ข้อควรรู้: เหตุฟ้องหย่าหลายข้อมี "อายุความ 1 ปี" นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้เหตุ (มาตรา 1529) ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปสิทธิฟ้องอาจขาดอายุความ และถ้ารู้เหตุแล้ว "ให้อภัย" เช่น กลับไปคืนดีกันแล้ว ก็อาจหมดสิทธิยกเหตุนั้นมาฟ้องภายหลังตามมาตรา 1518 อ่านรายละเอียดเหตุทั้งหมดทีละข้อได้ที่ เหตุฟ้องหย่า 10 ประการ ตามมาตรา 1516
หัวใจของการฟ้องฝ่ายเดียวคือ "พิสูจน์เหตุ" จึงต้องเก็บหลักฐานที่สอดคล้องกับเหตุที่จะอ้าง เช่น ภาพถ่าย แชต ใบเสร็จโรงแรม พยานบุคคลที่รู้เห็น ใบรับรองแพทย์กรณีถูกทำร้าย หลักฐานการแยกกันอยู่ (สัญญาเช่า ทะเบียนบ้าน) ยิ่งหลักฐานหนักแน่นและเชื่อมโยงกันเป็นเรื่องราว โอกาสที่ศาลรับฟังก็ยิ่งสูง
คดีหย่าเป็นคดีครอบครัว ยื่นฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวตามภูมิลำเนาของจำเลยหรือที่มูลคดีเกิด คำฟ้องควรระบุเหตุฟ้องหย่าให้ชัด และถ้าต้องการเรียกร้องเรื่องอื่นพ่วงไปด้วย เช่น อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร การแบ่งสินสมรส หรือค่าทดแทนจากชู้ ก็ใส่รวมในคำฟ้องคราวเดียวได้
เมื่อรับฟ้อง ศาลมักนัดไกล่เกลี่ยก่อน หากตกลงกันได้ก็ทำสัญญาประนีประนอมและจบคดีได้เร็ว หากตกลงไม่ได้ก็เข้าสู่การสืบพยานทั้งสองฝ่าย แล้วศาลจึงพิพากษา หากศาลเห็นว่าเข้าเหตุฟ้องหย่าจริง ก็พิพากษาให้หย่าและสั่งเรื่องบุตร-ทรัพย์สินไปพร้อมกัน
เมื่อคดีถึงที่สุด นำคำพิพากษาไปแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึก/จดทะเบียนหย่า การสมรสจึงสิ้นสุดสมบูรณ์ และคุณสามารถดำเนินการเรื่องสถานะ ทรัพย์สิน หรือการสมรสใหม่ได้ต่อไป
ไม่มีกรอบเวลาตายตัว ขึ้นกับความซับซ้อนของคดีและปริมาณคดีของศาล โดยทั่วไปหากตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ยอาจจบภายในไม่กี่เดือน แต่ถ้าต้องสืบพยานเต็มรูปแบบและมีประเด็นบุตร-ทรัพย์สินพ่วง อาจใช้เวลาเป็นปีหรือมากกว่า และหากมีการอุทธรณ์/ฎีกาก็ยืดออกไปอีก ปัจจัยที่ช่วยให้เร็วขึ้นคือหลักฐานพร้อม คำฟ้องรัดกุม และการเจรจาที่ยืดหยุ่นในส่วนที่ตกลงกันได้
| ปัจจัย | ทำให้เร็วขึ้น | ทำให้ช้าลง |
|---|---|---|
| ความร่วมมือ | ตกลงในชั้นไกล่เกลี่ย | โต้แย้งทุกประเด็น |
| พยานหลักฐาน | พร้อม ชัด เชื่อมโยง | ต้องสืบหลายปาก |
| ประเด็นพ่วง | เฉพาะเรื่องหย่า | มีบุตร+สินสมรสมาก |
ข้อดีของการฟ้องหย่าคือสามารถจัดการเรื่องสำคัญในคราวเดียว ได้แก่ อำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ซึ่งศาลยึดประโยชน์สูงสุดของบุตรเป็นหลัก (อ่านเพิ่มที่ อำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร) การแบ่งสินสมรส ตามหลักแบ่งคนละครึ่งของมาตรา 1533 (ดู แบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533) และในบางกรณี ค่าทดแทน จากคู่สมรสหรือชู้ การวางแผนประเด็นพ่วงให้ดีตั้งแต่ต้นช่วยไม่ให้ต้องไปฟ้องเป็นคดีใหม่ภายหลัง
ได้ ถ้ามีเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 คุณยื่นฟ้องต่อศาลฝ่ายเดียวได้ และเมื่อศาลพิพากษาให้หย่า การสมรสก็สิ้นสุดแม้อีกฝ่ายไม่ยินยอม สิ่งสำคัญคือต้องพิสูจน์เหตุให้ศาลเชื่อ ไม่ใช่อ้างเพียงว่าหมดรักหรือเข้ากันไม่ได้ลอย ๆ
การสมัครใจแยกกันอยู่เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุขเกิน 3 ปี หรือฝ่ายหนึ่งจงใจทิ้งร้างเกิน 1 ปี เป็นเหตุฟ้องหย่าได้ตามมาตรา 1516 แต่ต้องมีพยานหลักฐานยืนยันระยะเวลาและลักษณะการแยกกันอยู่ให้ชัดเจน
หากพิสูจน์เรื่องชู้ได้ยาก อาจพิจารณาอ้างเหตุอื่นที่พิสูจน์ง่ายกว่าและมีหลักฐานชัด เช่น การทิ้งร้าง การแยกกันอยู่ หรือการทำร้ายร่างกาย/จิตใจ การปรึกษาทนายเพื่อเลือก "เหตุที่พิสูจน์ได้จริง" ตั้งแต่ต้นช่วยเพิ่มโอกาสมากกว่าการฝืนอ้างเหตุที่ไม่มีหลักฐาน
โดยทั่วไปหากจดทะเบียนสมรสในไทยหรือมีจุดเกาะเกี่ยวกับไทย สามารถฟ้องหย่าต่อศาลไทยได้ แต่มีประเด็นกฎหมายขัดกันและการบังคับคำพิพากษาในต่างประเทศที่ต้องวางแผนเป็นกรณี ควรปรึกษาทนายที่มีประสบการณ์คดีไทย-ต่างชาติโดยเฉพาะ
คดีฟ้องหย่าฝ่ายเดียวแพ้-ชนะที่ "เลือกเหตุให้ตรงหลักฐาน" และเตรียมพยานให้รัดกุม เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีครอบครัวของเราช่วยประเมินเหตุฟ้องหย่า วางแผนพยาน และดูแลประเด็นบุตร-สินสมรสให้ครบในคดีเดียว ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor