รับบุตรบุญธรรม ขั้นตอน เงื่อนไข และสิทธิตามกฎหมาย
รับบุตรบุญธรรม ขั้นตอน เงื่อนไข และสิทธิตามกฎหมาย

เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026

ตอบสั้น ๆ: การรับบุตรบุญธรรมต้องทำตามเงื่อนไขในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จุดสำคัญคือ ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี (มาตรา 1598/19) ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ที่เกี่ยวข้อง (เช่น บิดามารดาเดิม คู่สมรสของผู้รับ และตัวเด็กกรณีอายุถึงเกณฑ์) และต้อง จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม จึงสมบูรณ์ เมื่อจดแล้วบุตรบุญธรรมมีฐานะอย่างบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับ รวมถึงสิทธิรับมรดก บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายครอบครัว

เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้รับบุตรบุญธรรม

  • ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี
  • ผู้รับต้องแก่กว่าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
  • ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมของผู้นั้นด้วย
  • กรณีผู้รับหรือผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส
  • กรณีเด็กเป็นผู้เยาว์ ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา/ผู้มีอำนาจปกครอง และผ่านกระบวนการตามกฎหมายการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

การรับเด็กผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมมีกระบวนการเพิ่มเติมตามกฎหมายเฉพาะ รวมถึงการทดลองเลี้ยงดูและการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของเด็ก

สิทธิและผลทางกฎหมายเมื่อจดทะเบียนแล้ว

เมื่อจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมถูกต้อง บุตรบุญธรรมมีฐานะอย่างบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม มีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดูและ มีสิทธิรับมรดกจากผู้รับบุตรบุญธรรม ในฐานะผู้สืบสันดาน ขณะเดียวกันบุตรบุญธรรมก็ ไม่สูญสิทธิรับมรดกจากบิดามารดาเดิม แต่ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรม การเข้าใจสิทธิมรดกตรงนี้สำคัญต่อการวางแผนทรัพย์สิน ดูลำดับทายาทประกอบที่ ลำดับทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ

ต่างจากการรับรองบุตร: "รับบุตรบุญธรรม" คนละเรื่องกับ "รับรองบุตร" (กรณีบุตรนอกสมรสของตนเอง) การรับรองบุตรทำให้บุตรตามสายเลือดเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา ส่วนบุตรบุญธรรมเป็นการรับบุคคลอื่นมาเป็นบุตรตามกฎหมาย อ่านเรื่องรับรองบุตรที่ บุตรนอกสมรส รับรองบุตร

การเลิกรับบุตรบุญธรรม

การรับบุตรบุญธรรมเลิกได้ตามกฎหมาย เช่น โดยความตกลง โดยการสมรสระหว่างกัน หรือโดยคำพิพากษาของศาลเมื่อมีเหตุตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อเลิกแล้วสิทธิและหน้าที่ที่เกิดจากการรับบุตรบุญธรรมย่อมสิ้นสุดตามผลที่กฎหมายวางไว้ การดำเนินการเรื่องเหล่านี้ควรทำผ่านกระบวนการที่ถูกต้องและปรึกษาทนายเพื่อรักษาสิทธิของทุกฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องที่กระทบต่อเด็ก

จุดเด่นสำหรับครอบครัวไทย-ต่างชาติ

กรณีผู้รับบุตรบุญธรรมเป็นชาวต่างชาติ หรือรับเด็กไทยไปอยู่ต่างประเทศ มีกระบวนการและการพิจารณาเพิ่มเติมตามกฎหมายการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและความตกลงระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองเด็กและป้องกันการค้ามนุษย์ การมีทีมที่เข้าใจทั้งกฎหมายไทยและบริบทต่างชาติ และสื่อสารได้หลายภาษา ช่วยให้กระบวนการราบรื่นและถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย

รับลูกเลี้ยง (ลูกของคู่สมรส) เป็นบุตรบุญธรรมได้ไหม

ได้ การรับบุตรของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรมทำได้ตามเงื่อนไขกฎหมาย และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ที่เกี่ยวข้อง การจดทะเบียนให้ถูกต้องช่วยให้เด็กมีสิทธิตามกฎหมายเต็มที่ รวมถึงสิทธิรับมรดก

บุตรบุญธรรมมีสิทธิรับมรดกเท่าลูกแท้ ๆ ไหม

เมื่อจดทะเบียนถูกต้อง บุตรบุญธรรมมีฐานะอย่างบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับ จึงมีสิทธิรับมรดกในฐานะผู้สืบสันดาน ทั้งนี้รายละเอียดส่วนแบ่งขึ้นกับลำดับทายาทและพินัยกรรม ควรวางแผนมรดกให้ชัดเพื่อป้องกันข้อพิพาท

รับบุตรบุญธรรมแล้ว เด็กยังรับมรดกพ่อแม่เดิมได้ไหม

โดยหลักบุตรบุญธรรมไม่สูญเสียสิทธิรับมรดกจากบิดามารดาโดยกำเนิด แต่บิดามารดาเดิมหมดอำนาจปกครองไปเมื่อมีการรับบุตรบุญธรรม ส่วนสิทธิทางทรัพย์มรดกยังคงอยู่ตามที่กฎหมายกำหนด

ต้องจดทะเบียนที่ไหน

การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมทำที่อำเภอ/สำนักงานเขต และกรณีเด็กเป็นผู้เยาว์ต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมายการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน ควรเตรียมเอกสารและความยินยอมให้ครบ การปรึกษาทนายช่วยให้ขั้นตอนถูกต้องและรวดเร็ว

📚 แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (อ่านเพิ่มเติม)

ปรึกษาทนายความไทย-จีน ลอว์ เฟิร์ม

การรับบุตรบุญธรรมที่ไม่ครบเงื่อนไขหรือไม่จดทะเบียนให้ถูก กระทบทั้งสิทธิเด็กและสิทธิมรดก เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีครอบครัวของเราช่วยดำเนินการรับบุตรบุญธรรม เตรียมความยินยอม-เอกสาร และวางแผนมรดกให้ครบ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ

Powered by Froala Editor

Scroll