เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: โดยหลักนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง แต่มาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้ "ข้อยกเว้น" ที่เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เมื่อลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรง เช่น ทุจริตต่อหน้าที่/ทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่อจนเสียหายร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับกรณีร้ายแรง (หรือเคยเตือนเป็นหนังสือ) ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร และได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา แต่ต้องมีหลักฐานและทำให้ถูกขั้นตอน บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายแรงงานสำหรับนายจ้าง
แม้เข้าข้อยกเว้นเหล่านี้ การจะอ้างได้จริงต้องมี "พยานหลักฐาน" และทำให้ถูกขั้นตอน ไม่ใช่กล่าวอ้างลอย ๆ และพึงระวังว่าแม้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ก็ยังต้องพิจารณาประเด็นอื่น เช่น ค่าจ้างค้างจ่ายและสิทธิอื่นของลูกจ้าง
ปกติเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างที่ทำงานครบระยะเวลา นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานเป็นขั้นบันได ซึ่งคำนวณได้ตามที่อธิบายไว้ที่ ค่าชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน 2026 ส่วนมาตรา 119 คือ "ทางออก" ให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเฉพาะกรณีลูกจ้างผิดร้ายแรงตามที่ระบุ การจัดประเภทให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก เพราะถ้าอ้าง ม.119 ผิดหรือพิสูจน์ไม่ได้ ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามปกติ
จุดที่นายจ้างพลาดบ่อย: การเข้าข้อยกเว้น ม.119 หมายถึงไม่ต้องจ่าย "ค่าชดเชย" เท่านั้น แต่ลูกจ้างยังอาจฟ้อง "เลิกจ้างไม่เป็นธรรม" ได้หากเหตุที่อ้างฟังไม่ขึ้นหรือไม่ได้สัดส่วน นี่คือคนละสิทธิตามกฎหมายคนละฉบับ อ่านรายละเอียดได้ที่ เลิกจ้างไม่เป็นธรรมคืออะไร นายจ้างจึงควรมีทั้งเหตุที่ชัดและหลักฐานที่หนักแน่น
นอกจากนี้ การฝ่าฝืนข้อบังคับ "กรณีไม่ร้ายแรง" ต้องเคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน และหนังสือเตือนมีอายุตามที่กฎหมายกำหนด หากพ้นกำหนดแล้วก็นำมาใช้เป็นฐานเลิกจ้างทันทีไม่ได้ การมี ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และระบบวินัยที่ชัดเจนจึงเป็นรากฐานสำคัญ
ก่อนเลิกจ้างโดยอ้างมาตรา 119 ควรรวบรวมหลักฐานการกระทำผิดให้ครบ (เอกสาร ภาพ พยาน บันทึกการสอบสวนภายใน) ระบุเหตุเลิกจ้างให้ชัดในหนังสือเลิกจ้าง และเก็บหลักฐานการตักเตือนกรณีที่กฎหมายกำหนด หากระบบเอกสารและสัญญาจ้างวางไว้ดีตั้งแต่ต้น การพิสูจน์ในชั้นแรงงานจะง่ายขึ้นมาก แนวทางร่างสัญญาจ้างให้รัดกุมอ่านได้ที่ สัญญาจ้างแรงงาน ร่างอย่างไรให้รัดกุม
| กรณี | ต้องเตือนก่อนไหม |
|---|---|
| ทุจริต/ทำผิดอาญาต่อนายจ้าง | ไม่ต้อง (ร้ายแรง) |
| ฝ่าฝืนข้อบังคับร้ายแรง | ไม่ต้อง |
| ฝ่าฝืนข้อบังคับไม่ร้ายแรง | ต้องเคยเตือนเป็นหนังสือ |
| ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน | ไม่ต้อง (แต่ต้องไม่มีเหตุอันสมควร) |
ต้องเป็นการละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน "โดยไม่มีเหตุอันสมควร" หากลูกจ้างมีเหตุ เช่น เจ็บป่วยและแจ้ง/มีหลักฐาน อาจไม่เข้าข้อยกเว้นนี้ ควรตรวจข้อเท็จจริงและเก็บหลักฐานการขาดงานให้ชัดก่อนตัดสินใจ
หนังสือเตือนมีอายุตามที่กฎหมายกำหนด หากพ้นกำหนดแล้ว มักนำมาใช้เป็นฐานเลิกจ้างทันทีไม่ได้ ต้องพิจารณาการกระทำผิดใหม่และกระบวนการเตือนใหม่ ควรปรึกษาทนายเพื่อจัดลำดับเอกสารให้ถูก
หากนายจ้างพิสูจน์เหตุไม่ได้ ศาลอาจสั่งให้จ่ายค่าชดเชยตามปกติ และอาจพิจารณาเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพิ่ม การมีหลักฐานครบและทำตามขั้นตอนจึงเป็นเกราะสำคัญ ไม่มีใครรับประกันผลคดีได้
ควรระบุเหตุเลิกจ้างให้ชัดเจนในหนังสือเลิกจ้าง เพราะโดยหลักนายจ้างจะยกเหตุที่ไม่ได้ระบุไว้มาอ้างภายหลังได้ยาก การเขียนเหตุให้ตรงข้อเท็จจริงและกฎหมายตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก
อ้างมาตรา 119 ผิดหรือไม่มีหลักฐาน อาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยและถูกฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายที่ปรึกษากฎหมายแรงงานสำหรับนายจ้างของเราช่วยวางกระบวนการเลิกจ้าง หนังสือเตือน และเอกสารให้รัดกุม ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor