เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: กฎหมายไทยห้ามบุคคลที่มีคู่สมรสอยู่แล้วไปจดทะเบียนสมรสกับอีกคนหนึ่ง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452) หากฝ่าฝืน การสมรสครั้งหลัง (สมรสซ้อน) ตกเป็นโมฆะ ตามมาตรา 1495 ผลคือถือเสมือนไม่เคยมีการสมรสครั้งหลังนั้นเลย ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น คู่สมรสเดิม สามารถกล่าวอ้างหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นโมฆะได้ อย่างไรก็ตามกฎหมายยังคุ้มครอง บุตรที่เกิดมา และคุ้มครอง คู่สมรสฝ่ายที่สมรสโดยสุจริต ในบางเรื่อง บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายครอบครัว
"สมรสซ้อน" คือการที่บุคคลซึ่งจดทะเบียนสมรสอยู่แล้วและการสมรสนั้นยังไม่สิ้นสุด (ยังไม่หย่า ไม่ตาย หรือศาลยังไม่พิพากษาให้เพิกถอน) ไปจดทะเบียนสมรสกับบุคคลอื่นอีก กฎหมายกำหนดหลัก "สมรสเดียว" จึงห้ามไว้ชัดเจน และกำหนดให้การสมรสครั้งหลังเป็นโมฆะ ความเป็นโมฆะนี้เกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่าเหมือนการสมรสที่สมบูรณ์ แต่ในทางปฏิบัติมักต้องมีคำพิพากษาหรือการดำเนินการทางทะเบียนเพื่อให้เกิดความชัดเจนและแก้ไขสถานะในทะเบียน
หลักการนี้ยังคงใช้ภายใต้กฎหมายสมรสเท่าเทียมที่เปลี่ยนถ้อยคำเป็นกลางทางเพศ กล่าวคือไม่ว่าคู่สมรสจะเป็นเพศใด ก็ห้ามจดทะเบียนสมรสซ้อนเช่นกัน อ่านเรื่องสิทธิคู่สมรสยุคใหม่ได้ที่ สมรสเท่าเทียม สิทธิคู่สมรส
เนื่องจากการสมรสซ้อนเป็นโมฆะ ผู้มีส่วนได้เสียย่อมกล่าวอ้างความเป็นโมฆะได้ และเพื่อความชัดเจนผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้พิพากษาว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะ ผู้มีส่วนได้เสียที่พบบ่อยได้แก่
การพิสูจน์มักอาศัยเอกสารทะเบียนสมรสและทะเบียนการหย่า เพื่อแสดงว่าในวันที่จดทะเบียนครั้งหลังนั้น การสมรสเดิมยังคงอยู่หรือไม่ จุดนี้สำคัญมากในคดีมรดกที่มีผู้อ้างเป็น "คู่สมรส" หลายคน ซึ่งเกี่ยวพันกับลำดับผู้มีสิทธิรับมรดก ดูที่ ลำดับทายาทโดยธรรมและสิทธิคู่สมรส
แม้การสมรสซ้อนจะเป็นโมฆะ แต่กฎหมายไม่ลงโทษบุตรที่เกิดมาโดยไม่รู้เห็น บุตรที่เกิดในระหว่างการสมรสที่เป็นโมฆะนี้ยังถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดา และมีสิทธิต่าง ๆ รวมถึงสิทธิรับมรดก ส่วนคู่สมรสฝ่ายที่ได้สมรสไป "โดยสุจริต" คือไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว กฎหมายก็คุ้มครองไม่ให้เสียสิทธิที่ได้มาโดยสุจริตก่อนรู้ความจริง การพิสูจน์ความสุจริตและช่วงเวลาที่รู้ความจริงจึงสำคัญต่อผลทางทรัพย์สิน
เรื่องทรัพย์สินที่หามาด้วยกัน: แม้การสมรสครั้งหลังจะเป็นโมฆะ แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างอยู่กินก็ต้องมีการแบ่งปันอย่างเป็นธรรมตามหลักกฎหมาย ไม่ใช่ตกเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งหมด ซึ่งต่างจากการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย แนวทางแบ่งทรัพย์ดูประกอบได้ที่ แบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533
หลายคนสับสนระหว่าง "สมรสซ้อน (โมฆะ)" กับ "การมีชู้ที่เป็นเหตุฟ้องหย่า" สองเรื่องนี้ต่างกัน การมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยไม่ได้จดทะเบียนซ้อน เป็นเรื่องเหตุฟ้องหย่าและการเรียกค่าทดแทน ส่วนการไปจดทะเบียนซ้อนเป็นเรื่องความเป็นโมฆะของการสมรสครั้งหลังโดยตรง ทั้งสองกรณีอาจเกิดร่วมกันได้ คู่สมรสเดิมที่ถูกกระทำจึงควรปรึกษาทนายเพื่อเลือกใช้สิทธิให้ครบ เหตุฟ้องหย่าทั้งหมดดูที่ เหตุฟ้องหย่า 10 ประการ
เพื่อป้องกันปัญหาสมรสซ้อนและข้อพิพาทที่ตามมา ก่อนตัดสินใจจดทะเบียนสมรสหรือทำธุรกรรมสำคัญร่วมกัน ควรตรวจสอบสถานะการสมรสของอีกฝ่ายให้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติเคยสมรสมาก่อน
สำหรับคู่ไทย-ต่างชาติ การตรวจสอบเอกสารและการรับรองข้ามประเทศมีรายละเอียดมากกว่าปกติ การปรึกษาทนายที่เข้าใจคดีครอบครัวระหว่างประเทศช่วยให้การสมรสและการวางแผนทรัพย์สินเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่เกิดปัญหาความเป็นโมฆะภายหลัง
การสมรสครั้งหลังเป็นโมฆะตามกฎหมาย และฝ่ายที่รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสจะไม่ได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้สมรสโดยสุจริต จึงอาจเสียเปรียบเรื่องสิทธิในทรัพย์สินที่อ้างจากการสมรสนั้น ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินสถานะ
ไม่ใช่ บุตรที่เกิดระหว่างการสมรสที่เป็นโมฆะยังถือเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และมีสิทธิเช่นเดียวกับบุตรทั่วไป รวมถึงสิทธิรับมรดกจากบิดามารดา กฎหมายไม่ให้บุตรต้องรับผลร้ายจากความผิดของผู้ใหญ่
การสมรสซ้อนเป็นโมฆะโดยผลของกฎหมาย จึงไม่ใช่การหย่า แต่ในทางปฏิบัติมักต้องร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นโมฆะหรือดำเนินการทางทะเบียนเพื่อแก้ไขสถานะให้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์สินหรือมรดก
คู่สมรสเดิมที่ได้รับความเสียหายอาจมีสิทธิตามกฎหมายครอบครัว เช่น การเรียกค่าทดแทนในกรณีที่เข้าเงื่อนไข และอาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าคู่สมรสเดิมได้ด้วย ทั้งนี้ขึ้นกับข้อเท็จจริง ควรปรึกษาทนายเพื่อวางแผนใช้สิทธิให้ครบถ้วน
คดีสมรสซ้อนมักพันกับข้อพิพาทมรดกและทรัพย์สินที่ซับซ้อน เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีครอบครัวของเราช่วยตรวจสอบสถานะการสมรส ดำเนินการเรื่องความเป็นโมฆะ และปกป้องสิทธิบุตรและฝ่ายที่สุจริต ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor