เจ้าหนี้ปล่อยหลักประกัน ผู้ค้ำยังต้องจ่ายเต็มไหม

เจ้าหนี้ปล่อยหลักประกัน ผู้ค้ำยังต้องจ่ายเต็มไหม

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · ตรวจข้อมูล 29 ตุลาคม 2569

ตอนเซ็นค้ำประกัน คุณเห็นว่าลูกหนี้มีที่ดินจำนองหรือมีทรัพย์วางประกันอยู่ด้วย ต่อมาทราบว่าเจ้าหนี้ยอมปล่อยทรัพย์นั้นไป แต่กลับส่งหนังสือให้คุณจ่ายหนี้ทั้งหมด จึงต้องตรวจว่าหลักประกันหายไปอย่างไร และทำให้สิทธิของคุณเสียหายจริงเท่าใด

เจ้าหนี้ปล่อยหลักประกันไม่ได้ทำให้ผู้ค้ำหลุดพ้นทั้งจำนวนโดยอัตโนมัติ ตามมาตรา 697 ผู้ค้ำอาจหลุดพ้นเท่าความเสียหาย หากการกระทำของเจ้าหนี้ทำให้รับช่วงสิทธิหรือหลักประกันที่มีอยู่ก่อนหรือขณะทำสัญญาค้ำไม่ได้ ต้องตรวจชนิดหลักประกัน ลำดับเวลา มูลค่าที่บังคับได้ และข้อสัญญาหรือความยินยอมของผู้ค้ำก่อนตอบว่าจะยังต้องจ่ายเท่าไร

กรณีของใครบ้างที่เข้าข่าย

บทความนี้เป็นแนวทางตรวจสิทธิของผู้ค้ำประกันที่ถูกเรียกชำระหลังเจ้าหนี้จัดการหลักประกัน ไม่ใช่คำตอบสำหรับลูกหนี้ที่นำทรัพย์ของตนมาจำนองเพียงอย่างเดียว เพราะฐานะและขอบเขตความรับผิดต่างกัน

  • ผู้ค้ำหนี้ธุรกิจที่พบว่าเจ้าหนี้จดปลดจำนองหรือคืนทรัพย์จำนำ ทั้งที่ยังเรียกยอดคงเหลือจากผู้ค้ำ
  • ผู้ค้ำได้รับร่างปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งให้ยินยอมปล่อยหลักประกันและยืนยันว่าจะรับผิดเต็มยอดต่อไป
  • ผู้ค้ำจ่ายแล้วและกำลังขอเอกสารรับช่วงสิทธิ แต่เจ้าหนี้แจ้งว่าสิทธิหรือทรัพย์ประกันบางส่วนไม่มีเหลือ
  • เจ้าหนี้ต้องการขายหรือเปลี่ยนหลักประกัน และต้องการตรวจผลต่อสัญญาค้ำก่อนดำเนินการ

หากทรัพย์ถูกทำลายโดยเหตุอื่น ถูกบุคคลอื่นยึด หรือเป็นหลักประกันที่เพิ่งเพิ่มภายหลัง ต้องแยกวิเคราะห์ ไม่ควรใช้มาตรา 697 สรุปผลจากคำว่า “หลักประกันหาย” เพียงคำเดียว

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  1. เก็บหนังสือทวงถามพร้อมซองและหลักฐานวันที่ได้รับ หากมีหมายศาลให้บันทึกวันนัดและกำหนดดำเนินการจากเอกสารนั้นก่อน อย่ารอคำตอบจากเจ้าหนี้จนพ้นกำหนด
  2. ขอสัญญากู้หรือสัญญาหนี้หลัก สัญญาค้ำทุกฉบับ และเอกสารแนบท้ายจากเจ้าหนี้ เทียบวงเงินที่ค้ำกับยอดที่ถูกทวง แยกเงินต้น ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย
  3. ทำตารางวันเกิดหลักประกัน วันเซ็นค้ำ วันแก้สัญญา และวันปล่อยหลักประกัน สำหรับจำนองให้ขอรายการจดทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบ โดยแสดงฐานะผู้มีส่วนได้เสียตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
  4. ขอให้เจ้าหนี้อธิบายเป็นหนังสือว่าเหตุใดจึงปล่อยหลักประกัน ได้รับเงินตอบแทนหรือทรัพย์ทดแทนหรือไม่ และนำเงินไปตัดหนี้รายการใด
  5. รวบรวมหลักฐานมูลค่าทรัพย์ ณ เวลาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาระลำดับก่อนและค่าใช้จ่ายในการบังคับ อย่าใช้ราคาประกาศขายแทนยอดที่ผู้ค้ำมีโอกาสได้รับจริง
  6. ให้ทนายตรวจข้อสงวนสิทธิหรือความยินยอมก่อนเซ็นรับสภาพหนี้ ข้อตกลงผ่อน หรือข้อความยอมรับยอด หากต้องตอบหนังสือ ให้ระบุประเด็นที่ขอตรวจโดยไม่ยอมรับข้อเท็จจริงเกินเอกสารที่มี

ต้องพิสูจน์อะไรจึงจะใช้มาตรา 697 ได้

เริ่มจากพิสูจน์ว่าคุณอยู่ในฐานะผู้ค้ำของหนี้ที่ถูกเรียกจริง จากนั้นระบุสิทธิที่ควรรับช่วงให้ได้ เช่น จำนองของหนี้เดียวกัน การถือโฉนดไว้เฉย ๆ กับการจดจำนองเป็นคนละเรื่อง การคืนเอกสารหนึ่งใบจึงยังไม่พอจะสรุปว่าสิทธิจำนองถูกปล่อย

มาตรา 693 ให้ผู้ค้ำที่ชำระหนี้มีสิทธิไล่เบี้ยและรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ตามเงื่อนไขกฎหมาย ส่วนมาตรา 697 คุ้มครองเมื่อการกระทำของเจ้าหนี้ทำให้ผู้ค้ำรับช่วงไม่ได้ ต้องเชื่อมให้เห็นว่าหากไม่มีการกระทำนั้น ผู้ค้ำจะใช้สิทธิอะไร และเหตุใดจึงใช้ไม่ได้ในภายหลัง

วันเกิดหลักประกันมีผลโดยตรง เพราะมาตรา 697 กล่าวถึงสิทธิและหลักประกันที่ให้ไว้แก่เจ้าหนี้ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำ หากมีการเปลี่ยนวงเงินหรือทำสัญญาค้ำใหม่ ต้องอ่านว่าเป็นหนี้เดิม การค้ำเดิม หรือเป็นข้อตกลงใหม่ ไม่ใช้วันที่ในเอกสารฉบับล่าสุดแทนทั้งหมด

หลุดพ้นเท่าความเสียหาย คิดอย่างไร

ให้แยกยอดหนี้ที่เรียกจากมูลค่าสิทธิที่เสียไป หลักประกันมีราคาสูงไม่ได้แปลว่าผู้ค้ำจะรับช่วงได้เงินเท่าราคานั้นเสมอ ต้องดูหนี้ที่ทรัพย์ประกัน ลำดับจำนอง ภาระอื่น สภาพทรัพย์ และโอกาสบังคับได้จริง หากได้ทรัพย์ทดแทนหรือได้เงินจากการปล่อยทรัพย์มาตัดหนี้ ก็ต้องนำมาพิจารณาด้วย

ตัวอย่างสมมติ: เจ้าหนี้ปลดจำนองที่ดินหนึ่งแปลงโดยได้รับเงินมาบางส่วน ผู้ค้ำควรขอทั้งหลักฐานรับเงินและบัญชีตัดหนี้ก่อนอ้างว่าตนเสียสิทธิทั้งหมด หากเงินลดหนี้แล้ว การคำนวณต้องไม่ถือว่าผู้ค้ำเสียทั้งมูลค่าทรัพย์เต็มจำนวนและยอดหนี้ที่ลดลงซ้ำกัน

ประเด็นนี้มักต้องใช้ข้อมูลจากหลายฝ่าย ผู้ค้ำจึงควรทำรายการเอกสารที่ยังขาดอย่างชัดเจน แทนการโต้เถียงเพียงว่าเจ้าหนี้ “ไม่ควรคืนหลักประกัน” เพราะข้อพิพาทที่ต้องวินิจฉัยคือการเสียสิทธิรับช่วงและขนาดความเสียหาย

ถ้าเคยเซ็นยินยอมให้ปล่อยหลักประกัน

อย่าเพิ่งสรุปว่าความยินยอมทุกฉบับใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ ต้องอ่านถ้อยคำ วัตถุประสงค์ วันที่ และกฎหมายที่ใช้กับสัญญา มาตรา 685/1 ระบุข้อค้ำประกันบางประเภทที่ตกลงต่างจากกฎหมายไม่ได้ แต่ไม่ได้ระบุมาตรา 697 ไว้ในรายการเดียวกัน จึงไม่ควรอ้างว่าข้อสละสิทธิเรื่องนี้เป็นโมฆะทุกกรณีโดยอัตโนมัติ

หากข้อความอยู่ในแบบสัญญาสำเร็จรูป ต้องให้ทนายตรวจทั้งขอบเขตความยินยอมและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การเซ็น “รับทราบ” กับการยินยอมให้ปล่อยทรัพย์โดยยังรับผิดเต็มจำนวนอาจมีเนื้อหาต่างกัน ต้องดูเอกสารทั้งฉบับและบริบทการลงนาม

เอกสารที่ควรเตรียม

  • เอกสารของคู่สัญญาและผู้ค้ำ: หลักฐานตัวบุคคล หนังสือรับรองบริษัท และเอกสารอำนาจลงนาม ใช้ยืนยันว่าใครรับผิดในฐานะใด
  • เอกสารหนี้: สัญญาหลัก สัญญาค้ำ รายการเดินบัญชี ใบรับชำระและหนังสือทวง ใช้ตรวจหนี้ที่ค้ำกับยอดคงเหลือ
  • เอกสารทรัพย์ประกัน: สัญญาจำนองหรือจำนำ รายการจดทะเบียน ประวัติภาระ และหลักฐานมูลค่า ใช้ตรวจสิทธิที่ควรรับช่วง
  • เอกสารข้อพิพาท: หนังสือปล่อยหลักประกัน ความยินยอม อีเมล และข้อตกลงปรับหนี้ ใช้เรียงการกระทำและผลเสียหาย
  • หากผู้ค้ำหรือลูกหนี้เสียชีวิต: เพิ่มมรณบัตร เอกสารทายาทและผู้จัดการมรดก เพื่อแยกผู้มีอำนาจดำเนินการ ไม่ต้องใช้เอกสารกลุ่มนี้ในกรณีที่ทุกฝ่ายยังมีชีวิต

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

เวลาตรวจขึ้นอยู่กับจำนวนสัญญา หลักประกันกี่รายการ และเจ้าหนี้ส่งบัญชีให้ครบหรือไม่ หากต้องประเมินทรัพย์หรือขอเอกสารย้อนหลังจะมีขั้นตอนเพิ่ม การตรวจเอกสารและการเจรจาไม่ใช่เหตุให้กำหนดในหมายศาลหยุดเดิน

แยกค่าเอกสารราชการ ค่าใช้จ่ายผู้ประเมินหรือผู้เชี่ยวชาญ และค่าทนายตามงานที่ตกลงกัน ยังระบุตัวเลขรวมที่ใช้ได้ทุกกรณีไม่ได้ ต้องประเมินจากเอกสารและสิ่งที่ต้องดำเนินการจริง

ข้อผิดพลาดที่พบ

  • ถือว่าปลดจำนองหนึ่งรายการแล้วผู้ค้ำพ้นหนี้ทั้งหมด ทำให้ไม่เตรียมข้อต่อสู้เรื่องยอดและความเสียหาย
  • ดูเฉพาะราคาประเมินทรัพย์ โดยไม่ตรวจภาระลำดับก่อนหรือเงินที่เจ้าหนี้รับมาตัดหนี้
  • เซ็นสัญญาปรับหนี้พร้อมข้อยินยอมใหม่ ก่อนเข้าใจผลต่อสิทธิรับช่วง
  • ส่งสัญญาและเลขเอกสารส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ ควรส่งผ่านช่องทางส่วนตัวที่สำนักงานกำหนด

จุดที่ควรให้ทนายเข้าดูแล

ควรให้ทนายตรวจเมื่อเจ้าหนี้ไม่ส่งประวัติหลักประกัน มีการแก้สัญญาค้ำหลายรอบ ต้องลงนามยอมรับหนี้ใหม่ หรือได้รับหมายศาลแล้ว หากผู้ค้ำจ่ายไปก่อนรู้เรื่องการปล่อยทรัพย์ ต้องตรวจฐานเรียกร้องและกำหนดเวลาจากข้อเท็จจริงเฉพาะคดีด้วย

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายช่วยเทียบหนี้หลักกับสัญญาค้ำ จัดลำดับเอกสารหลักประกัน ขอรายละเอียดจากเจ้าหนี้ ประเมินข้อโต้แย้งตามมาตรา 697 และตรวจร่างปรับหนี้ หากต้องมีคดี งานอาจรวมถึงร่างคำคู่ความ รวบรวมพยานเรื่องมูลค่าทรัพย์ และเจรจายอดตามสิทธิที่ตรวจได้ ขอบเขตต้องระบุให้ตรงกับงานที่รับ

คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026 ใช้วางภาพรวมการตรวจข้อตกลง สำหรับความรับผิดพื้นฐานอ่าน สัญญาค้ำประกันกฎหมายใหม่ ผู้ค้ำรับผิดแค่ไหน หากชำระหนี้ไปแล้วและจะเรียกจากลูกหนี้ อ่าน ผู้ค้ำจ่ายหนี้แทนแล้ว เรียกคืนจากลูกหนี้อย่างไร งานตรวจเอกสารและร่างข้อสงวนสิทธิอยู่ใน บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

เจ้าหนี้คืนโฉนดให้ลูกหนี้ ผู้ค้ำหลุดทันทีไหม

ยังสรุปไม่ได้ ต้องตรวจว่าเคยจดจำนองหรือมีสิทธิประกันใดอยู่ และมีการจดปลดสิทธิจริงหรือเพียงคืนเอกสาร จากนั้นตรวจว่าผู้ค้ำเสียสิทธิรับช่วงเพราะการกระทำของเจ้าหนี้เท่าไร

หลักประกันเกิดหลังทำสัญญาค้ำ ใช้มาตรา 697 ได้เลยหรือไม่

ไม่ควรใช้โดยไม่ตรวจ เพราะตัวบทกำหนดเงื่อนเวลาไว้ว่าให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ก่อนหรือในขณะค้ำ ต้องดูการแก้สัญญาและฐานสิทธิอื่นประกอบ ไม่ย้ายวันที่เองเพื่อให้เข้าเงื่อนไข

ควรหยุดตอบหนังสือทวงจนเจ้าหนี้ส่งเอกสารครบไหม

ควรเก็บกำหนดเวลาและตอบประเด็นที่จำเป็นโดยรักษาสิทธิ การรอเอกสารไม่ทำให้วันนัดศาลเลื่อนไปเอง หากกำหนดใกล้ถึงให้ทนายรับช่วงดำเนินการก่อน

ติดต่อเพื่อตรวจเอกสาร

ส่งคำว่า “ปล่อยหลักประกัน” พร้อมชนิดหลักประกันและวันที่ได้รับหนังสือทวง ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารสำหรับตรวจความรับผิดของผู้ค้ำ

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

แหล่งกฎหมายที่ใช้จัดทำบทความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 693 และ 697; อ่านมาตรา 685/1 ประกอบการตรวจข้อสัญญา ตรวจข้อมูลวันที่ 29 ตุลาคม 2569

Scroll