ส่งหนังสือเลิกสัญญาแล้ว เปลี่ยนใจถอนได้ไหม

ส่งหนังสือเลิกสัญญาแล้ว เปลี่ยนใจถอนได้ไหม

ผู้ว่าจ้างส่งหนังสือเลิกสัญญาเพราะงานล่าช้าแล้ว วันถัดมาผู้รับจ้างเสนอแก้งานและลดราคา จึงอยากส่งอีเมลยกเลิกหนังสือเดิม
การเปลี่ยนใจฝ่ายเดียวทำให้สัญญากลับมาหรือยัง และควรให้เริ่มงานต่อทันทีหรือไม่

คำตอบสั้น

ถ้ามีสิทธิบอกเลิกตามสัญญาหรือกฎหมายและแสดงเจตนาบอกเลิกมีผลแล้ว มาตรา 386 ไม่ให้ถอนคำบอกเลิกนั้นฝ่ายเดียว ต้องแยกจากกรณีคำถอนถึงก่อนหรือพร้อมคำแสดงเจตนาตามมาตรา 169 และกรณีเอกสารเดิมเป็นเพียงหนังสือเตือน หากทั้งสองฝ่ายต้องการทำงานต่อ ควรทำข้อตกลงให้ชัด ไม่ถือว่าสัญญาเดิมกลับมาทั้งฉบับอัตโนมัติเพียงเพราะส่งข้อความว่าเปลี่ยนใจ

กรณีใดควรอ่านก่อนให้เริ่มงานต่อ

ใช้กับคู่สัญญาธุรกิจที่ส่งหนังสือหรือข้อความบอกเลิกแล้ว แต่ต้องการกลับมาให้ส่งสินค้า ทำงานหรือใช้บริการต่อ รวมทั้งผู้รับหนังสือที่สงสัยว่าต้องกลับมาทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายหรือไม่

บทความนี้ไม่ได้ใช้แทนกติกาเลิกจ้างแรงงาน บอกเลิกเช่าที่มีกฎหมายเฉพาะ หรือถอนฟ้องในศาล และไม่ถือว่าหนังสือทุกฉบับทำให้สัญญาเลิกได้ ผู้ส่งต้องมีสิทธิและทำตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องก่อน

สิ่งที่ควรทำตามลำดับ

  1. เก็บหนังสือเดิมทุกหน้า รวมฉบับร่างที่อนุมัติและฉบับที่ส่งจริง ตรวจประโยคที่บอกผล เช่น ให้แก้ไขภายในกำหนด หรือบอกเลิกโดยให้มีผลแล้ว อย่าอ่านแค่ชื่อเรื่องบนหัวกระดาษ
  2. ทำลำดับเวลาส่งและรับแยกตามช่องทาง รวมเลขติดตาม ใบตอบรับ อีเมลต้นฉบับและข้อความตอบกลับ ระบุว่าผู้รับเป็นคู่สัญญาหรือคนรับเอกสารแทนตามข้อตกลง
  3. ตรวจฐานสิทธิเลิกสัญญา ข้อกำหนดการแจ้ง ระยะให้แก้ไข และผู้มีอำนาจส่งหนังสือ หากข้ามขั้นตอนหรือส่งโดยผู้ไม่มีอำนาจ ให้ทนายประเมินผลก่อนสั่งหยุดหรือเริ่มงาน
  4. หากต้องการทำงานต่อ ให้ติดต่อคู่สัญญาเพื่อเจรจา ไม่ออกคำสั่งว่าหนังสือเดิมถูกยกเลิกแล้วโดยถือว่าอีกฝ่ายต้องยอม บันทึกไว้ว่าเรื่องใดตกลงได้และเรื่องใดยังคงโต้แย้ง
  5. จัดข้อตกลงเรื่องงานที่จะทำต่อ ราคา วันส่งใหม่ เงินที่จ่ายไปแล้ว และค่าเสียหายเดิม ระบุวันเริ่มผลและคนมีอำนาจลงนามให้ครบก่อนจ่ายงวดใหม่หรือเปิดพื้นที่ทำงาน
  6. แจ้งบัญชี หน้างานและผู้เกี่ยวข้องตามข้อตกลงใหม่ด้วยเอกสารชุดเดียว ตรวจสัญญากับผู้รับจ้างรายใหม่ที่อาจทำไว้หลังเลิกสัญญาเดิม เพื่อไม่ให้มีหน้าที่ซ้อนกัน

หนังสือเตือนกับคำบอกเลิกที่มีผล ต่างกันอย่างไร

หนังสือที่ให้ชำระหนี้หรือแก้ไขภายในเวลาพอสมควรอาจเป็นขั้นตอนก่อนใช้สิทธิตามมาตรา 387 ส่วนหนังสือแสดงเจตนาว่าเลิกสัญญาแล้วต้องตรวจทั้งเนื้อหาและฐานสิทธิจริง การใช้ชื่อว่าโนติสจึงไม่ได้บอกผลทางกฎหมายทั้งหมด

ข้อความที่มีเงื่อนไข เช่น หากไม่แก้ไขจะเลิกสัญญา ต้องตรวจว่ามุ่งให้มีผลอย่างไรและเงื่อนไขครบหรือยัง ไม่ควรตีความเองว่าเป็นเพียงคำขู่หรือมีผลทันทีทุกฉบับ แนวตรวจขั้นตอนก่อนบอกเลิกอยู่ใน วิธีบอกเลิกสัญญาให้ตรงสิทธิและขั้นตอน

หากยังไม่มีสิทธิบอกเลิก หนังสืออาจไม่ทำให้สัญญาสิ้นสุดตามที่ผู้ส่งต้องการ และอาจสร้างข้อพิพาทจากการหยุดปฏิบัติหน้าที่ การพูดว่าจะถอนหนังสือจึงไม่แก้ข้อผิดนัดเดิมได้ด้วยตัวเอง

ส่งออกไปแล้ว แต่ยังไม่ถึง ถอนทันหรือไม่

มาตรา 169 กำหนดหลักสำหรับการแสดงเจตนาต่อบุคคลที่ไม่ได้อยู่เฉพาะหน้าว่ามีผลเมื่อไปถึงผู้รับ หากคำถอนไปถึงก่อนหรือพร้อมกัน การแสดงเจตนานั้นไร้ผล ประเด็นจึงอยู่ที่หลักฐานลำดับการไปถึง ไม่ใช่แค่เวลาที่กดส่งจากเครื่องของผู้ส่ง

เมื่อคำบอกเลิกที่มีสิทธิไปถึงและมีผลแล้ว มาตรา 386 ไม่ให้ถอนฝ่ายเดียว การโทรศัพท์บอกว่าไม่เอาแล้วภายหลังจึงไม่ใช่ทางลบผลเดิมโดยอัตโนมัติ หากแจ้งสดต่อหน้า โทรศัพท์ หรือสื่อสารกันทันที ต้องตรวจหลักตามมาตรา 168 และข้อเท็จจริงของช่องทางนั้นด้วย

การลบข้อความหรือใช้คำสั่งยกเลิกส่งในแอปไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าผู้รับไม่เคยได้รับข้อความ ต้องเก็บข้อมูลเดิมไว้และให้ทนายตรวจ หากยังอยู่ในช่วงที่อาจถอนถึงทัน ควรขอคำแนะนำทันที ไม่รอให้มีข้อพิพาทเรื่องงานรอบใหม่

ถ้าทั้งสองฝ่ายยอมกลับมาทำงาน ต้องเขียนอะไร

ควรเริ่มด้วยสถานะที่ทั้งสองฝ่ายตกลงตรงกัน หากยังโต้แย้งว่าบอกเลิกมีผลหรือไม่ อาจต้องกำหนดข้อตกลงระงับประเด็นนั้นก่อน ข้อความต้องไม่บังคับให้ฝ่ายใดยอมรับความผิดเกินกว่าที่ตั้งใจ การตกลงใหม่ไม่ควรปล่อยให้เดาว่าข้อเดิมข้อใดยังใช้

  • งานที่ทำแล้วและงานคงเหลือ: ระบุว่ารับงานส่วนใดแล้ว ส่วนใดต้องแก้ และใครเป็นผู้ตรวจรับรอบใหม่
  • เงินและทรัพย์ที่ต้องคืน: แยกเงินล่วงหน้า วัสดุ แบบงาน รหัสเข้าระบบ และทรัพย์ที่แต่ละฝ่ายถืออยู่ ไม่รวมทุกอย่างเป็นยอดปิดโดยไม่แจกแจง
  • กำหนดและราคาใหม่: ระบุวันเริ่ม วันส่ง เงื่อนไขขยายเวลา และค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ยอมรับ ไม่อาศัยตารางเดิมซึ่งพ้นไปแล้ว
  • ข้อเรียกร้องเดิม: ระบุว่าจะสงวน เจรจาต่อ หรือยุติเรื่องใด รวมเบี้ยปรับ ดอกเบี้ยและค่าเสียหาย อย่าเขียนว่าสละทุกสิทธิถ้ายังไม่ได้ประเมิน
  • หลักประกันและบุคคลอื่น: ตรวจหนังสือค้ำประกัน ผู้ค้ำ ผู้รับจ้างช่วง และข้อตกลงกับรายใหม่แยกต่างหาก การยอมกันสองฝ่ายไม่ได้ขยายหน้าที่ของบุคคลเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ

มาตรา 391 กล่าวถึงผลกลับคืนสู่ฐานะเดิมและสิทธิเรียกค่าเสียหายหลังใช้สิทธิเลิกสัญญา จึงต้องจัดการบัญชีเดิมควบคู่กับงานใหม่ ไม่สรุปว่ากลับมาทำต่อแล้วเงินคืนหรือค่าเสียหายเดิมหายไปทั้งหมด วิธีทำเอกสารเปลี่ยนเงื่อนไขดู การทำบันทึกแก้ไขข้อตกลงหลังลงนาม ประกอบ

เอกสารที่ควรเตรียม

  • เอกสารคู่สัญญา: สัญญาฉบับลงนาม หนังสือมอบอำนาจและหลักฐานผู้อนุมัติบอกเลิก ใช้ตรวจว่าคนส่งและคนรับมีฐานะใด
  • เอกสารงานหรือทรัพย์: ตารางงาน ใบตรวจรับ ภาพหน้างานและรายการวัสดุ ใช้แยกงานเสร็จ งานเสียหายและของที่ต้องคืน
  • เอกสารหนี้: งวดจ่าย หลักฐานโอน เงินประกันและข้อเรียกร้องเดิม ใช้จัดบัญชีก่อนเริ่มงานรอบใหม่
  • เอกสารข้อพิพาท: หนังสือเตือน คำบอกเลิก คำถอน และหลักฐานเวลาที่แต่ละฉบับถึง ใช้ประเมินผลของเจตนา
  • เอกสารเจ้ามรดกหรือทายาท: ใช้เฉพาะเมื่อคู่สัญญาเสียชีวิตและมีผู้รับช่วงจัดการ ไม่ต้องขอเมื่อเรื่องเป็นธุรกรรมระหว่างบริษัทตามปกติ

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

ประเด็นคำถอนไปถึงทันหรือไม่ต้องตรวจทันที ส่วนการทำข้อตกลงกลับมาทำงานใช้เวลาตามจำนวนประเด็นที่ยังขัดกัน การต้องประเมินงานคงเหลือหรือขอความเห็นจากผู้ให้หลักประกันอาจทำให้เจรจานานขึ้น

ค่าทนายแยกระหว่างตรวจสถานะหนังสือ ร่างข้อตกลงใหม่และงานดำเนินคดี ค่าใช้จ่ายผู้ตรวจงานหรือวิศวกรเป็นอีกส่วน ค่าธรรมเนียมศาลเกิดเมื่อเลือกใช้กระบวนการที่เกี่ยวข้อง จึงต้องประเมินจากเอกสาร ไม่กำหนดช่วงราคาเหมารวม

หากมีสิทธิเรียกเงินหรือค่าเสียหายเดิม ต้องตรวจอายุความตามมูลหนี้ แม้กำลังเจรจากลับมาทำงานอยู่ก็ไม่ควรถือว่าเวลาหยุดนับแล้ว

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เกิดสัญญาซ้อน

  • ส่งข้อความว่าให้ถือว่าไม่เคยบอกเลิก ทั้งที่คู่สัญญาไม่ยอมรับและมีผลเลิกไปแล้ว
  • ให้เริ่มงานหรือจ่ายเงินเพิ่มโดยไม่ตกลงว่ายอดนั้นเป็นการชำระหนี้เดิมหรือค่าจ้างใหม่
  • ปล่อยให้ผู้รับจ้างสองรายทำงานทับกัน โดยไม่ตรวจหน้าที่ตามสัญญาที่ทำระหว่างหยุดงาน
  • เซ็นยุติข้อพิพาทพร้อมสละสิทธิทั้งหมดก่อนตรวจงานและเงินประกันครบ

เมื่อใดควรให้ทนายเข้าดูแล

ควรให้ทนายตรวจเมื่อแต่ละฝ่ายเข้าใจสถานะสัญญาต่างกัน มีเงินล่วงหน้าหรือหลักประกันมูลค่าสูง มีคู่สัญญาหลายคน หรืออีกฝ่ายนำหนังสือเดิมไปใช้ในคดีแล้ว หากเหตุเริ่มต้นคืองานล่าช้า ควรตรวจ สิทธิบอกเลิกและเรียกเงินคืนเมื่อส่งงานช้า แยกจากการกลับมาทำงานด้วย

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายตรวจสิทธิบอกเลิกกับหลักฐานการส่งถึง ประเมินผลของคำถอน ทำบัญชีประเด็นเงินและงานที่ยังค้าง แล้วร่างข้อตกลงทำงานต่อหรือข้อตกลงใหม่ตามเจตนาจริง ช่วยเจรจาข้อสงวนสิทธิและตรวจว่าต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลอื่นหรือไม่

ดู ขอบเขตบริการร่างและทบทวนสัญญา สำหรับการจัดเอกสาร และ คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ สำหรับเลือกบทความตามปัญหาของสัญญา

คำถามที่พบบ่อย

ส่งหนังสือทางไปรษณีย์แล้วโทรถอนก่อน ใช้ได้ไหม

ต้องตรวจว่าการถอนถึงผู้รับก่อนหรือพร้อมคำแสดงเจตนาเดิมจริงหรือไม่ รวมวิธีสื่อสารและหลักฐาน ไม่อาจตอบจากวันที่ส่งไปรษณีย์เพียงอย่างเดียว

อีกฝ่ายเงียบหลังบอกว่าขอทำงานต่อ ถือว่ายอมไหม

อย่าใช้ความเงียบเป็นข้อสรุปว่าตกลงครบแล้ว ควรขอคำยืนยันเรื่องงาน เงินและสิทธิเดิมจากผู้มีอำนาจก่อนเริ่มปฏิบัติ

ใช้บันทึกสั้น ๆ ว่าสัญญาเดิมกลับมาได้หรือไม่

ต้องตรวจว่าข้อความนั้นครอบคลุมสิ่งที่ต้องการหรือไม่ โดยเฉพาะกำหนดที่พ้นแล้ว ค่าเสียหายและหลักประกันซึ่งเกี่ยวกับบุคคลอื่น เอกสารสั้นไม่ควรแลกกับความไม่ชัดของหน้าที่

ติดต่อเพื่อตรวจเอกสาร

ส่งคำว่า "ถอนบอกเลิกสัญญา" พร้อมวันส่งหนังสือ วันรับหนังสือที่ทราบ และสถานะงานล่าสุด ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อให้สำนักงานแจ้งเอกสารที่ต้องใช้ตรวจ

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

แหล่งกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 168–169 เรื่องเวลาที่การแสดงเจตนามีผล มาตรา 386–390 เรื่องสิทธิและวิธีเลิกสัญญา และมาตรา 391 เรื่องผลภายหลังใช้สิทธิเลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่โดย ศอ.บต.

Scroll