สัญญาจำกัดความรับผิด คู่ค้าทำเสียหายเรียกได้แค่ไหน

สัญญาจำกัดความรับผิด คู่ค้าทำเสียหายเรียกได้แค่ไหน

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด 30 กันยายน 2569

บริษัทจ้างผู้ให้บริการดูแลระบบ ลูกค้าหยุดใช้งานเพราะระบบล่มหลายวัน ค่าเสียหายที่บริษัทคำนวณได้สูงกว่าค่าจ้างทั้งปี แต่สัญญามีบรรทัดหนึ่งว่า “รับผิดไม่เกินค่าบริการที่ได้รับ” บรรทัดนี้อาจสำคัญมาก ทว่าไม่ใช่คำตอบจบในตัวเอง

ข้อสัญญาจำกัดความรับผิดอาจใช้ได้บางส่วน แต่ต้องอ่านว่าใช้กับความเสียหายประเภทใด ใครเป็นผู้ทำผิด และมีข้อยกเว้นใด มาตรา 373 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ห้ามตกลงล่วงหน้ายกเว้นความรับผิดจากกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตน การเรียกเงินเกินวงเงินจึงต้องดูข้อเท็จจริงและหลักฐาน ไม่ใช่ดูตัวเลขเพดานเพียงอย่างเดียว

กรณีของใครบ้างที่เข้าข่าย

เหมาะกับสัญญาบริการธุรกิจ พัฒนาซอฟต์แวร์ ขนส่ง ผลิตสินค้า หรือดูแลทรัพย์สินที่จำกัดวงเงินชดใช้ หรือไม่รับผิด “ความเสียหายทางอ้อม” หากเป็นสัญญาผู้บริโภค สัญญาสำเร็จรูป หรือความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะ ต้องตรวจกรอบกฎหมายเพิ่ม ข้อสัญญาเดียวกันอาจให้ผลต่างกันตามสถานะคู่สัญญาและลักษณะความเสียหาย

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  1. ระบุหน้าที่ที่คู่ค้าต้องทำจากสัญญา ขอบเขตงาน และเกณฑ์ตรวจรับ ไม่เริ่มจากยอดค่าเสียหาย
  2. อ่านข้อจำกัดความรับผิดทั้งตอน รวมคำจำกัดความ ข้อยกเว้น ระยะเวลาแจ้งความเสียหาย และลำดับความสำคัญของเอกสาร
  3. ทำตารางเหตุการณ์ วันผิดพลาด ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผลกระทบ และการแก้ไขที่ทำแล้ว แยกความเสียหายแต่ละประเภท
  4. เก็บใบเสร็จ ค่าใช้จ่ายแก้ไข หนังสือลูกค้าร้องเรียน บันทึกระบบ และหลักฐานยอดธุรกิจ โดยอย่าส่งข้อมูลลูกค้าผ่านช่องสาธารณะ
  5. แจ้งข้อเรียกร้องเป็นหนังสือ ระบุเหตุและยอดตามที่พิสูจน์ได้ พร้อมสงวนสิทธิหากยังต้องตรวจยอดเพิ่มเติม

หากยังอยู่ช่วงก่อนเซ็น ใช้ เช็กลิสต์ตรวจสัญญาก่อนเซ็น หรือดู ข้อพลาดในสัญญาที่ทำให้เสียเปรียบ เพื่อเจรจาขอบเขตความรับผิดให้ชัด

เอกสารที่ควรเตรียม

  • สัญญา ภาคผนวก และข้อกำหนดบริการ: ตรวจเพดานและข้อยกเว้น
  • รายงานเหตุ บันทึกระบบ รูปถ่าย และอีเมลแก้ไข: ตรวจสาเหตุและความรุนแรง
  • ใบแจ้งหนี้และหลักฐานชำระ: ตรวจฐานคำนวณเพดานที่สัญญาอ้างถึง
  • หลักฐานค่าใช้จ่ายและรายได้ที่เสียไป: แยกความเสียหายปกติกับรายการที่ต้องพิสูจน์เพิ่มเติม

ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และข้อผิดพลาด

เวลาตรวจขึ้นกับจำนวนเอกสารทางเทคนิคและความพร้อมของหลักฐานความเสียหาย บางกรณีต้องให้ผู้เชี่ยวชาญระบบหรือบัญชีประเมินเพิ่ม ค่าใช้จ่ายจึงอาจมีค่าตรวจเทคนิคและค่าทนาย ต้องประเมินจากเอกสารจริง ไม่มีช่วงราคาที่ใช้ได้ทุกคดี

อย่าเขียนยอดเรียกแบบรวมก้อนโดยไม่มีที่มา อย่าลบ log หรือแก้ระบบก่อนเก็บสำเนา และอย่าตัดสินว่าข้อจำกัด “เป็นโมฆะทั้งหมด” เพียงเพราะรู้สึกไม่เป็นธรรม หากงานเป็นซอฟต์แวร์ ควรตรวจขอบเขตส่งมอบและสิทธิแก้ไขจาก สัญญาพัฒนาซอฟต์แวร์ ด้วย

จุดที่ควรให้ทนายเข้าดูแล

ควรให้ทนายตรวจเมื่อความเสียหายสูงกว่าเพดานมาก มีข้อมูลลูกค้ารั่วไหล มีข้อกล่าวหาจงใจปกปิด หรือคู่ค้าอ้างข้อยกเว้นหลายชั้น ทนายช่วยอ่านข้อสัญญาทั้งชุด จัดประเภทความเสียหาย ตรวจข้อกฎหมายที่ห้ามยกเว้นความรับผิด ร่างหนังสือเรียกร้อง เจรจายอดและเงื่อนไขแก้ไข และเตรียมคดีหากตกลงกันไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

เขียนว่าไม่รับผิดทุกกรณี ใช้ได้ไหม

ไม่ได้เสมอไป มาตรา 373 ห้ามยกเว้นล่วงหน้าสำหรับกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตน และบางสัญญาอาจต้องตรวจพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมด้วย

เรียกค่าเสียโอกาสทางธุรกิจได้หรือไม่

ต้องตรวจสัญญา ความสัมพันธ์ระหว่างการผิดหน้าที่กับผลเสีย และหลักฐานคำนวณที่เชื่อถือได้ ไม่ควรใช้ยอดประมาณลอย ๆ

คู่มือและบริการที่เกี่ยวข้อง

อ่าน คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ หรือดู บริการทบทวนข้อสัญญา

📚 แหล่งกฎหมาย

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

ส่งคำว่า “จำกัดความรับผิด” พร้อมหน้าข้อสัญญาและรายการความเสียหายทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น

Scroll