ลูกค้าสั่งผลิตสินค้าแล้วไม่รับของ ผู้ผลิตควรทำอย่างไร

ลูกค้าสั่งผลิตสินค้าแล้วไม่รับของ ผู้ผลิตควรทำอย่างไร

ผู้เขียน: นายศรศักดา จิราพงษ์ · เผยแพร่ 7 ตุลาคม 2569

โรงงานผลิตกล่องตามแบบและติดชื่อแบรนด์ของลูกค้าจนครบจำนวน นัดส่งของแล้วลูกค้าเงียบ ก่อนส่งข้อความว่าไม่ต้องการสินค้าอีก โรงงานขายของชุดนี้ให้คนอื่นแทบไม่ได้ จะเก็บเงินตามออเดอร์หรือทำอย่างไรกับของที่ค้างคลัง?

ถ้าเป็นการซื้อขายสินค้าที่ผลิตเสร็จและตรงตามข้อตกลง ผู้ซื้อมีหน้าที่รับมอบและชำระราคาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 486 แต่สิทธิเรียกเงินต้องตรวจว่าออเดอร์ผูกพันแล้วหรือไม่ สินค้าตรงสเปกหรือไม่ และถึงวันส่งมอบหรือยัง หากข้อตกลงเป็นจ้างทำของหรือผู้ซื้ออ้างความชำรุดบกพร่อง ผลอาจต่างกัน อย่าทำลายหรือขายของต่อก่อนเก็บหลักฐาน

กรณีของใครที่เข้าข่าย

บทความนี้เป็นวิธีดำเนินการของผู้ผลิตหรือผู้ขายสินค้าตามออเดอร์เมื่อของพร้อมส่ง แต่ลูกค้าไม่รับมอบโดยไม่ชี้ข้อบกพร่องที่ตรวจได้ หากลูกค้าแจ้งว่าสินค้าไม่ตรงแบบหรือคุณภาพไม่ผ่าน ให้แยกข้อพิพาทนั้นก่อน และดู ขั้นตรวจรับสินค้าไม่ตรงสเปก หากลูกค้าขอยกเลิกตั้งแต่งานยังไม่เสร็จ ให้อ่าน กรณียกเลิกงานกลางคัน แทน

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  1. ยืนยันเอกสารออเดอร์: ใบสั่งซื้อ ใบเสนอราคาที่ตอบรับ แบบตัวอย่าง ปริมาณ ราคา วันส่ง และผู้มีอำนาจอนุมัติ
  2. ตรวจและบันทึกสินค้าเป็นล็อต ถ่ายภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ฉลาก ผลตรวจคุณภาพ และจำนวนที่พร้อมส่ง เทียบกับแบบที่ลูกค้าอนุมัติ
  3. ส่งหนังสือแจ้งว่าของพร้อมส่ง ระบุสถานที่ วัน วิธีรับมอบ และขอให้ลูกค้าระบุเหตุไม่รับของเป็นลายลักษณ์อักษร เก็บหลักฐานการส่งและการตอบกลับ
  4. แยกต้นทุนจัดเก็บและความเสียหายที่เกิดจริง หาทางลดความเสียหายโดยไม่แก้สภาพสินค้าเสียหลักฐานหรือขายทิ้งทันที
  5. ก่อนออกใบแจ้งหนี้ฉบับสุดท้าย บอกเลิก หรือขายสินค้าให้รายอื่น ให้ตรวจฐานสัญญาและผลทางภาษีกับผู้เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ควรเตรียม

  • ข้อตกลง: สัญญา ใบสั่งซื้อ ใบเสนอราคาและข้อความอนุมัติแบบ ใช้พิสูจน์ออเดอร์ที่ผูกพัน
  • สินค้า: ตัวอย่างที่อนุมัติ รายงาน QC ภาพสินค้า เลขล็อตและบัญชีคงคลัง ใช้พิสูจน์ความพร้อมและความตรงสเปก
  • ส่งมอบ: นัดรถ หนังสือแจ้งส่ง ใบขนส่ง และหลักฐานปฏิเสธรับ ใช้ยืนยันว่าใครไม่ทำตามขั้นตอน
  • เงินและข้อพิพาท: หลักฐานเงินมัดจำ ต้นทุนเก็บของ ข้อร้องเรียนและหนังสือโต้แย้ง ใช้คำนวณยอดและแยกข้อบกพร่องจริง

ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และข้อผิดพลาด

หากสเปกและออเดอร์ชัด การเจรจาอาจเริ่มได้เร็ว แต่เมื่อมีข้อโต้แย้งเรื่องคุณภาพ ต้องใช้เวลาตรวจตัวอย่างและอาจมีค่าทดสอบภายนอก ค่าคลังสินค้า ค่าทนาย และค่าดำเนินคดีต้องประเมินตามปริมาณของและหลักฐาน ไม่ควรกำหนดตัวเลขเหมารวม ค่าธรรมเนียมศาลเกี่ยวข้องเมื่อเลือกฟ้องคดี

อย่าอ้างว่าลูกค้า “รับมอบแล้ว” เพียงเพราะออกใบแจ้งหนี้ และอย่าขายสินค้าที่ติดแบรนด์ลูกค้าโดยไม่ตรวจสิทธิในเครื่องหมายการค้า การไม่แยกของแต่ละล็อตอาจทำให้พิสูจน์สเปกไม่ได้ สำหรับการวางสัญญารอบหน้า ดู ข้อที่ควรมีในสัญญาจ้างผลิตสินค้า OEM

เมื่อใดควรให้ทนายเข้าดูแล และทนายช่วยอะไร

ให้ทนายตรวจเมื่อออเดอร์มีหลายฉบับ ลูกค้าอ้างว่าสินค้าไม่ตรงสเปก มูลค่าคลังสินค้าสูง หรือกำลังจะนำสินค้าไปขายต่อ ทนายช่วยแยกสัญญาซื้อขายออกจากจ้างทำของ ตรวจการยอมรับแบบและหลักฐานพร้อมส่ง ร่างหนังสือให้รับมอบหรือชี้ข้อบกพร่อง เจรจาวิธีจัดการของ และประเมินคำเรียกร้องตามเอกสาร ดูหลักการกว้างใน คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีสัญญาฉบับยาว ใช้ใบสั่งซื้อได้ไหม

ให้ดูว่าใบสั่งซื้อมีสาระสำคัญและมีหลักฐานการตอบรับหรือเริ่มปฏิบัติตามอย่างไร เก็บใบเสนอราคา อีเมลและหลักฐานอนุมัติแบบไว้ร่วมกัน

ลูกค้าไม่รับของแล้วขายให้รายอื่นได้ทันทีไหม

อย่าทำทันที โดยเฉพาะสินค้าติดแบรนด์หรือมีแบบเฉพาะ ต้องตรวจข้อสัญญา สิทธิในแบบและเครื่องหมาย หลักฐานการปฏิเสธรับ และผลต่อการเรียกเงินเดิมก่อน

แหล่งกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 486 เรื่องหน้าที่ผู้ซื้อ และมาตรา 587, 602 เรื่องจ้างทำของ ใน ฉบับเผยแพร่โดยกรุงเทพมหานคร

ส่งคำว่า “สั่งผลิตแล้วไม่รับของ” พร้อมใบสั่งซื้อและวันที่นัดส่ง ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการหลักฐานที่ควรเตรียม

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

Scroll