ผู้เขียน: นายศรศักดา จิราพงษ์ · จัดทำ 28 ตุลาคม 2569
มีผู้ค้ำหนี้ก้อนเดียวกันหลายคน แต่เมื่อเจ้าหนี้ทวงกลับมีคุณคนเดียวที่จ่ายปิดบัญชี คนที่เหลือบอกว่าไม่เคยตกลงแบ่งกัน หรือเซ็นคนละวันจึงไม่เกี่ยวกัน ก่อนทวงเงินต้องแยกยอดที่คุณรับผิดเองออกจากส่วนที่เรียกให้ผู้ค้ำคนอื่นร่วมออกได้
ผู้ค้ำหลายคนในหนี้รายเดียวกันมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันตามมาตรา 682 วรรคสอง แม้ทำสัญญาค้ำแยกฉบับ ผู้ที่ชำระเกินส่วนของตนจึงอาจเรียกส่วนที่ผู้ค้ำอื่นต้องรับผิดได้ตามมาตรา 296 แต่ต้องตรวจว่าค้ำหนี้เดียวกันจริง ขอบเขตของแต่ละสัญญา ข้อตกลงแบ่งภาระ และการหลุดพ้นของแต่ละคนก่อน ไม่ใช่นำยอดที่จ่ายทั้งหมดหารจำนวนชื่อผู้ค้ำทันที
บทความนี้เป็นวิธีดำเนินการสำหรับผู้ค้ำที่จ่ายหนี้ให้เจ้าหนี้แล้วและต้องการให้ผู้ค้ำรายอื่นร่วมออกเงิน ใช้ได้เมื่อมีหลักฐานว่าทุกคนผูกพันในหนี้รายเดียวกัน เช่น สัญญากู้หรือบัญชีหนี้เดียวกัน แม้ลงนามต่างวันหรือคนละเอกสาร ต้องนำเอกสารมาเทียบกันก่อน
ถ้าคนหนึ่งค้ำวงเงินเดิม แต่อีกคนค้ำหนี้ที่เกิดภายหลัง หรือบางคนค้ำเฉพาะรายการ ต้องแยกส่วนที่ซ้อนกันจากส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง ผู้รับเรือนซึ่งค้ำประกันผู้ค้ำอีกชั้นหนึ่งก็มีฐานต่างจากผู้ค้ำร่วม จึงไม่ควรจัดทุกชื่อเป็นกลุ่มเดียว
การเรียกจากผู้ค้ำร่วมต่างจากการเรียกหนี้คืนจากลูกหนี้ประธาน หากต้องการดำเนินการกับลูกหนี้โดยตรง ให้ดู ผู้ค้ำจ่ายหนี้แทนแล้ว เรียกคืนจากลูกหนี้อย่างไร แล้วจัดบัญชีไม่ให้เรียกซ้ำเกินสิทธิที่เหลืออยู่
มาตรา 682 วรรคสองกล่าวถึงผู้ค้ำหลายคนในหนี้รายเดียวกันและไม่บังคับว่าต้องเข้าค้ำพร้อมกัน ประเด็นที่ต้องพิสูจน์จึงอยู่ที่หนี้ซึ่งรับค้ำและขอบเขตความผูกพัน ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนเอกสาร
คำว่าเป็นลูกหนี้ร่วมในความสัมพันธ์ของผู้ค้ำหลายคนไม่ควรนำไปสรุปว่าผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาสละความคุ้มครองทุกอย่างและกลายเป็นผู้กู้ร่วมกับลูกหนี้ประธาน กฎหมายค้ำประกันมีเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเอง ดู สัญญาค้ำประกันกฎหมายใหม่ ผู้ค้ำรับผิดแค่ไหน ประกอบก่อนยอมรับยอดที่ถูกเรียก
เอกสารที่เขียนชื่อผู้ค้ำหลายคนไว้ในหน้าเดียวกันก็ยังต้องตรวจลายมือชื่อและความสมบูรณ์ หากมีคนไม่ได้ลงนามหรืออ้างว่ามีการเติมข้อความภายหลัง เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ต่างจากการแบ่งยอดระหว่างผู้ค้ำที่ยอมรับสัญญา
มาตรา 296 วางหลักให้ลูกหนี้ร่วมรับผิดภายในเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องเริ่มจากการอ่านข้อตกลงระหว่างผู้ค้ำ แล้วตรวจว่าวงเงินที่ค้ำและส่วนของหนี้ที่แต่ละคนเกี่ยวข้องตรงกันหรือไม่
ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด: ถ้ามีผู้ค้ำสองคนที่รับผิดในหนี้เดียวกันเท่ากัน ไม่มีข้อตกลงแบ่งภาระต่างออกไป ไม่มีการหลุดพ้น และคนหนึ่งจ่ายหนี้ที่ต้องร่วมรับผิดทั้งหมด การเรียกจากอีกคนเริ่มพิจารณาจากส่วนครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่เรียกยอดเต็มแล้วให้เขาไปทวงลูกหนี้เอง ตัวอย่างนี้ใช้ไม่ได้ทันทีถ้าวงเงินหรือสถานะของสองคนต่างกัน
หากเรียกจากผู้ค้ำคนหนึ่งไม่ได้ หรือเจ้าหนี้ปลดคนใดให้พ้นหนี้ มาตรา 296 มีผลเฉพาะที่ต้องตรวจเพิ่ม ไม่ควรเอาส่วนของผู้ที่ถูกปลดมาแบ่งให้คนอื่นโดยอัตโนมัติ ต้องอ่านว่าหนังสือนั้นปลดหนี้ ปลดเฉพาะหลักประกัน หรือเพียงรับเงินบางส่วน
เงินที่ได้รับคืนภายหลังต้องลงบัญชีตามวันที่และที่มา การเจรจาควรกำหนดวิธีแจ้งยอดที่ได้รับจากลูกหนี้และหลักประกัน เพื่อให้ทุกคนตรวจสอบยอดคงเหลือได้
เรื่องที่มีสำเนาสัญญาของทุกคนและยอดรับชำระตรงกันมักจัดบัญชีเจรจาได้ง่ายกว่าเรื่องที่ค้ำหลายวงเงินหรือมีการปลดบางคน ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับการได้เอกสาร การยอมรับยอด และการต้องพิสูจน์ลายมือชื่อหรือความสมบูรณ์ของสัญญา
ค่าคัดเอกสาร ค่าแปลเมื่อมีเอกสารต่างภาษา และค่าทนายควรแยกรายการ หากต้องฟ้องยังมีค่าธรรมเนียมศาลตามคำขอและทุนทรัพย์จริง ไม่มีช่วงราคาหรือเวลาที่ใช้แทนกันได้ทุกเรื่อง ต้องประเมินจากชุดเอกสารก่อน
อย่าถือว่าการทวงจากผู้ค้ำร่วมใช้กำหนดเดียวกับการทวงลูกหนี้ทุกกรณี ให้ตรวจฐานเรียกร้อง วันที่ชำระ และเหตุที่อาจกระทบอายุความแยกกัน การคุยกันต่อเนื่องไม่ได้แปลว่ารักษาสิทธิไว้ครบแล้ว
ควรให้ทนายตรวจเมื่อผู้ค้ำรายอื่นอ้างว่าสัญญาไม่สมบูรณ์ เจ้าหนี้เคยปลดเขาแล้ว หรือเขาค้ำคนละหนี้กับคุณ หากมีคดีเดิมหรือคำพิพากษา ต้องตรวจว่าข้อที่ต้องการเรียกใหม่ถูกตกลงหรือวินิจฉัยไปแล้วเพียงใด
เมื่อบางคนไม่มีทรัพย์ ชำระแล้วบางส่วน หรือเสียชีวิต ต้องวางแผนคู่กรณีและยอดเรียกให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่ควรใช้หนังสือฉบับเดียวเปลี่ยนเฉพาะชื่อแล้วส่งทุกฝ่าย
ทนายเทียบสัญญาค้ำและหนี้ประธาน ตรวจเหตุหลุดพ้น ทำบัญชีส่วนรับผิด ประเมินข้อต่อสู้ ร่างหนังสือเรียกให้ร่วมออกเงิน และจัดข้อตกลงผ่อนหรือระงับข้อพิพาท หากต้องดำเนินคดีจะตรวจฐานเรียกร้องและคู่กรณีก่อนยื่นฟ้อง
รายละเอียดงานเอกสารอยู่ใน บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย และอ่านโครงสร้างสัญญาหนี้กับเอกสารประกอบได้ที่ คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026
การไม่รู้จักกันไม่ใช่ข้อยกเว้นโดยตัวมันเอง ต้องตรวจว่าเป็นผู้ค้ำหนี้รายเดียวกันและยังมีความรับผิดร่วมตามขอบเขตของแต่ละคนหรือไม่
ต้องแยกส่วนที่ตนต้องรับภาระออกก่อน ไม่ควรเรียกเต็มยอดโดยไม่คำนวณสิทธิภายในและหักเงินที่ได้รับคืนแล้ว
ต้องอ่านเอกสาร การปลดหลักประกันกับการปลดความรับผิดตามสัญญาค้ำไม่จำเป็นต้องมีผลเหมือนกัน อย่าใช้การคืนเอกสารชิ้นเดียวสรุปสถานะทั้งหมด
ส่งคำว่า “ผู้ค้ำร่วม” พร้อมจำนวนผู้ค้ำและวันที่จ่ายหนี้ ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารสำหรับตรวจส่วนที่เรียกคืนได้
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสอง เรื่องผู้ค้ำหลายคนในหนี้เดียวกัน; มาตรา 292–296 เรื่องผลต่อหนี้ร่วมและส่วนรับผิดภายใน; มาตรา 693 เรื่องสิทธิผู้ค้ำต่อหนี้ของลูกหนี้; กฎหมายแก้ไขค้ำประกันประกอบการแยกฐานผู้ค้ำจากลูกหนี้ประธาน
ตัวบทประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เผยแพร่โดย ศอ.บต. (มาตราที่ระบุในบทความ)
สำนักงานกฎหมายและคดี กรุงเทพมหานคร: กฎหมายแก้ไขค้ำประกัน พ.ศ. 2558
ตรวจมาตราที่อ้างและแหล่งข้อมูลเมื่อ 28 ตุลาคม 2569