ตัวแทนมอบอำนาจต่อให้คนอื่น ใครรับผิดเมื่อเสียหาย

ตัวแทนมอบอำนาจต่อให้คนอื่น ใครรับผิดเมื่อเสียหาย

ผู้เขียน: นายศรศักดา จิราพงษ์ · จัดทำ 28 ตุลาคม 2569

คุณมอบอำนาจให้คนหนึ่งไปลงนามหรือติดต่อแทน แต่ภายหลังพบว่ามีอีกคนเป็นผู้ดำเนินการ เอกสารถูกเซ็นผิดเงื่อนไขหรือเงินยังไม่ถึงบัญชีบริษัท คนแรกกลับบอกว่าคนที่รับช่วงต้องรับผิดเอง ก่อนเรียกค่าเสียหายต้องตามให้ครบว่าใครให้อำนาจใครและให้ทำอะไร

ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง เว้นแต่มีอำนาจใช้ตัวแทนช่วงตามมาตรา 808 การส่งคนอื่นไปแทนจึงไม่ทำให้พ้นความรับผิดทันที ต้องตรวจสิทธิมอบช่วง ขอบเขตงาน และเหตุเสียหาย มาตรา 812 กำหนดความรับผิดของตัวแทนจากความประมาท การไม่ทำหน้าที่ หรือทำเกินอำนาจ ส่วนมาตรา 813 มีเงื่อนไขเฉพาะเมื่อตัวการเป็นผู้ระบุคนที่จะให้รับช่วง และมาตรา 814 วางความรับผิดโดยตรงระหว่างตัวแทนช่วงกับตัวการ

กรณีใดเข้าข่ายมอบอำนาจช่วง

บทความนี้เป็นแนวทางตรวจสิทธิและดำเนินการเมื่อผู้รับมอบอำนาจใช้บุคคลอื่นทำการแทน เช่น ลงนามสัญญา รับเงิน หรือจัดการทรัพย์สิน ต้องเป็นการใช้อำนาจแทนผู้มอบอำนาจเดิม ไม่ใช่เพียงให้พนักงานส่งเอกสารหรือจ้างผู้ช่วยทำงานธุรการ

คนที่รับช่วงอาจปรากฏชื่อในหนังสือมอบอำนาจช่วง หรืออ้างคำสั่งจากตัวแทนเดิมโดยไม่มีเอกสาร การใช้คำเรียกว่าผู้ช่วย ผู้ประสานงาน หรือหุ้นส่วนไม่ได้ตัดสินฐานะ ต้องดูการกระทำจริงและหลักฐานที่คู่ค้าได้รับ

กรณีผู้รับเหมาจ้างคนอื่นมาทำงานให้สำเร็จตามสัญญาอาจเป็นเรื่องจ้างช่วงซึ่งใช้หลักต่างออกไป ส่วนการมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัทต้องตรวจหนังสือรับรองและเงื่อนไขลายมือชื่อของบริษัทด้วย

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อพบว่ามีคนรับช่วง

  1. เก็บหนังสือมอบอำนาจต้นทางและฉบับมอบช่วงทุกหน้า รวมเอกสารแนบ วันลงนาม วันสิ้นสุด และหลักฐานที่อีกฝ่ายใช้แสดงอำนาจ
  2. ขอสำเนาสัญญาหรือเอกสารที่ทำไปแล้วจากคู่ค้า ระบุวันที่รับเอกสาร ใครเป็นผู้ส่ง และได้รับคำยืนยันอำนาจจากใคร หลีกเลี่ยงการกล่าวหาว่าปลอมก่อนตรวจต้นฉบับ
  3. ทำลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่มอบอำนาจจนพบความเสียหาย แยกการกระทำของตัวแทนเดิม ตัวแทนช่วง และการอนุมัติของผู้มอบอำนาจ
  4. แจ้งให้ตัวแทนเดิมรายงานงานและแสดงบัญชีเงินที่รับจ่ายตามหน้าที่ ขอคืนต้นฉบับและหลักฐานของกิจการโดยเก็บหลักฐานการส่งคำขอ
  5. หากยังมีธุรกรรมเสี่ยง ให้ตรวจและดำเนินการจำกัดหรือถอนอำนาจ พร้อมแจ้งผู้รับช่วงและคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรคิดว่าบอกคนแรกเพียงคนเดียวแล้วทุกฝ่ายจะรู้
  6. เก็บหลักฐานความเสียหายจริง เช่น เงินที่โอนไปผิดบัญชี ค่าแก้เอกสาร หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดเพิ่ม แยกออกจากยอดที่ยังคาดการณ์ ก่อนตกลงชดใช้หรือส่งหนังสือเรียกร้อง

ตรวจข้อความให้อำนาจก่อนตัดสินว่าใครทำผิด

เริ่มจากดูว่าเอกสารต้นทางอนุญาตให้มอบช่วงหรือไม่ ถ้าอนุญาต ต้องดูเงื่อนไขด้วย เช่น ใช้ได้เฉพาะงานติดต่อ แต่ไม่รวมลงนามหรือรับเงิน การมีอำนาจมอบช่วงไม่ใช่อำนาจขยายงานเกินกว่าที่ได้รับมา

นิติกรรมบางประเภทต้องมีหลักฐานหรือแบบของการตั้งตัวแทนตามกฎหมาย หนังสือมอบช่วงที่ทำขึ้นเองจึงอาจไม่เพียงพอสำหรับงานนั้น ตรวจ หนังสือมอบอำนาจ เขียนอย่างไรให้รัดกุม ปลอดภัย เพื่อแยกอำนาจทั่วไปจากอำนาจทำธุรกรรมเฉพาะ

ข้อความว่าให้ดำเนินการจนเสร็จไม่ได้ตอบทุกกรณีว่ามอบต่อได้หรือไม่ ต้องอ่านทั้งฉบับ คำสั่งประกอบ และพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง หากไม่ชัด ควรให้ผู้มอบอำนาจยืนยันขอบเขตก่อนมีการลงนามเพิ่ม โดยไม่ลงวันที่ย้อนหลัง

ใครเป็นคนเลือกตัวแทนช่วง มีผลต่อความรับผิดอย่างไร

ถ้าตัวแทนเดิมเลือกคนรับช่วงเอง ต้องตรวจว่ามีอำนาจให้ทำเช่นนั้นหรือไม่ และการเลือกหรือควบคุมงานมีความประมาทจนทำให้เสียหายหรือไม่ มาตรา 812 ไม่ได้ทำให้ทุกความเสียหายเป็นหนี้ของตัวแทนโดยไม่ต้องพิสูจน์เหตุ

ถ้าผู้มอบอำนาจเดิมเป็นคนระบุชื่อให้ตั้งตัวแทนช่วง มาตรา 813 กำหนดเงื่อนไขเฉพาะ ตัวแทนเดิมต้องรับผิดในกรณีที่รู้อยู่แล้วว่าบุคคลนั้นไม่เหมาะแก่การหรือไม่สมควรไว้วางใจ แต่ไม่แจ้งผู้มอบอำนาจหรือไม่เลิกถอนตัวแทนช่วง ต้องมีหลักฐานว่ารู้ข้อเท็จจริงอะไรและรู้เมื่อใด

มาตรา 814 ทำให้ตัวแทนช่วงกับผู้มอบอำนาจมีความรับผิดโดยตรงต่อกัน การเรียกค่าเสียหายจึงไม่จำเป็นต้องมองเฉพาะคนแรก แต่ก็ไม่ควรเรียกยอดเดียวกันจากทุกคนเต็มจำนวนโดยไม่แยกการกระทำและฐานรับผิด

หากความเสียหายเกิดจากคำสั่งผิดที่ผู้มอบอำนาจให้เอง หรือมีการอนุมัติภายหลัง ต้องตรวจผลของข้อเท็จจริงนั้นด้วย การใช้คนรับช่วงกับความรับผิดในผลเสียหายเป็นคนละคำถามที่ต้องตอบให้ครบ

สัญญาที่คนรับช่วงเซ็นผูกพันบริษัทแล้วหรือยัง

การตรวจความรับผิดภายในยังไม่เพียงพอ ต้องแยกผลต่อคู่ค้าภายนอกด้วย มาตรา 820 กล่าวถึงการกระทำในขอบอำนาจ ส่วนมาตรา 821–823 เกี่ยวกับการแสดงหรือเชื่อถืออำนาจและการทำโดยไม่มีหรือเกินอำนาจ จึงสรุปไม่ได้ว่าเอกสารทุกฉบับเป็นโมฆะทันทีเมื่อพบคนรับช่วง

หากบริษัทเคยแจ้งคู่ค้าว่าบุคคลนั้นมีอำนาจ หรือรับประโยชน์และแสดงการรับรองการกระทำ ต้องเก็บข้อความและหลักฐานไว้ให้ตรวจ อย่าออกหนังสือยอมรับหรือปฏิเสธสัญญาแบบกว้าง ๆ ก่อนเห็นเอกสารครบ

หากต้องหยุดอำนาจต่อเนื่อง ให้ดู ถอนอำนาจตัวแทนแล้ว ต้องแจ้งใครเพื่อหยุดการเซ็นแทน โดยเน้นผู้ที่ต้องแจ้งและหลักฐานการรับทราบ การเรียกคืนกระดาษมอบอำนาจเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้ความเข้าใจของคู่ค้าที่ได้รับสำเนาไปแล้ว

เอกสารที่ควรเตรียม

  • เอกสารคู่กรณีและอำนาจ: หนังสือรับรองบริษัท หลักฐานผู้ลงนาม หนังสือมอบอำนาจต้นทางและมอบช่วง ใช้ตรวจสายอำนาจกับแบบที่ต้องใช้
  • เอกสารธุรกรรม: สัญญา ใบเสนอราคา ใบรับเงิน และรายการทรัพย์ ใช้ระบุว่าผู้รับช่วงทำอะไรและเกินเงื่อนไขตรงใด
  • เอกสารคำสั่ง: อีเมล แชต บันทึกประชุม และการอนุมัติ ใช้แยกว่าใครเลือกตัวแทนช่วงและรู้ข้อจำกัดใดก่อนทำงาน
  • เอกสารเงินและความเสียหาย: รายการบัญชี หลักฐานชำระ ค่าแก้ไข และเอกสารผลกระทบจากคู่ค้า ใช้พิสูจน์ยอดที่เรียกได้
  • เอกสารการแจ้ง: หนังสือถอนหรือจำกัดอำนาจ หลักฐานส่งถึง และคำตอบของแต่ละฝ่าย ใช้ตรวจผลหลังแจ้งและกำหนดในคดี

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

การไล่เอกสารจะใช้เวลามากขึ้นเมื่อมอบอำนาจหลายทอด มีเอกสารต่างประเทศ หรือคู่ค้าได้รับข้อมูลไม่ตรงกัน ถ้ายังมีการเซ็นหรือรับเงินต่อ ต้องจัดการหยุดความเสียหายควบคู่กับการตรวจบัญชี ไม่ควรรอให้คำนวณยอดสุดท้ายเสร็จก่อนแจ้งเหตุ

ค่าใช้จ่ายอาจประกอบด้วยค่าคัดเอกสาร ค่าแปลหรือรับรองเอกสารที่จำเป็น และค่าทนายตรวจอำนาจหรือดำเนินคดี ต้องแยกตามงานจริง ส่วนอายุความและกำหนดตอบหมายต้องตรวจจากฐานเรียกร้องกับเอกสาร ไม่ใช้จำนวนวันเดียวกับทุกเรื่อง

ข้อผิดพลาดที่พบ

  • เขียนอนุญาตมอบช่วงกว้างเกินจำเป็น โดยไม่ระบุว่าห้ามรับเงิน เปลี่ยนราคา หรือมอบช่วงต่ออีกทอด
  • คิดว่าคนแรกหมดหน้าที่ทันทีเมื่อส่งงานต่อ จึงไม่ขอรายงานหรือเรียกคืนเอกสาร
  • ยืนยันว่าบริษัทไม่ผูกพันต่อคู่ค้าทั้งหมดโดยยังไม่ตรวจการแสดงอำนาจหรือการอนุมัติที่ผ่านมา
  • ลงนามเอกสารรับรองย้อนหลังเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่เห็นว่ากำลังรับรองธุรกรรมใด
  • รวมความเสียหายที่พิสูจน์ได้กับกำไรที่คาดไว้โดยไม่มีหลักฐาน ทำให้การทวงยอดคลาดเคลื่อน

จุดที่ควรให้ทนายเข้าดูแล

ให้ทนายเข้าตรวจเมื่อมีการโอนทรัพย์ รับเงินผิดทาง เซ็นสัญญามูลค่าสูง หรือมีคู่ค้าทวงให้บริษัทปฏิบัติตามสัญญาที่ไม่เคยอนุมัติ หากเอกสารต้นทางถูกแก้หรือมีข้อสงสัยลายมือชื่อ ต้องรักษาต้นฉบับและหลีกเลี่ยงการเขียนเพิ่มลงบนเอกสาร

กรณีผู้รับช่วงหลายทอดหรือแต่ละฝ่ายโทษกัน ต้องจัดหลักฐานรายบุคคลก่อนกำหนดผู้ถูกเรียกร้อง การแจ้งข้อเท็จจริงเพื่อหยุดงานกับการกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญาควรแยกกัน

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายตรวจสายอำนาจและผลของสัญญาที่ทำไปแล้ว ร่างหนังสือจำกัดหรือถอนอำนาจ ขอรายงานเงินและเอกสาร ประเมินความรับผิดรายบุคคล และเจรจาหรือดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายตามหลักฐาน รวมถึงร่างอำนาจใหม่ให้มีขอบเขตที่ตรวจสอบได้

ดูงานตรวจเอกสารที่ บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย และใช้ คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026 เป็นทางเลือกไปยังประเด็นสัญญาที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

หนังสือมอบอำนาจไม่พูดถึงมอบช่วง ส่งคนอื่นแทนได้ไหม

มาตรา 808 วางหลักให้ตัวแทนทำด้วยตนเอง เว้นแต่มีอำนาจใช้ตัวแทนช่วง จึงต้องตรวจว่ามีอำนาจจากเอกสารหรือข้อเท็จจริงที่กฎหมายรับรองหรือไม่ ไม่ควรถือว่าทำได้เพียงเพราะสะดวกกว่า

ผู้มอบอำนาจเลือกคนรับช่วงเอง คนแรกไม่ต้องรับผิดเลยใช่ไหม

ยังต้องตรวจเงื่อนไขมาตรา 813 โดยเฉพาะการรู้ว่าคนรับช่วงไม่เหมาะหรือไม่น่าไว้วางใจแล้วไม่แจ้งหรือไม่เลิกถอน

ต้องแจ้งถอนอำนาจกับคนรับช่วงด้วยหรือไม่

ควรตรวจและแจ้งทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจที่ต้องการยุติ รวมถึงคู่ค้าที่ทราบว่ามีธุรกรรมค้าง เพื่อให้มีหลักฐานว่าการแจ้งครอบคลุมใครบ้าง

ติดต่อเพื่อตรวจเอกสาร

ส่งคำว่า “มอบอำนาจช่วง” พร้อมประเภทงานและวันที่พบการมอบต่อ ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารตรวจอำนาจ

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

แหล่งกฎหมายที่ใช้จัดทำบทความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 เรื่องแบบการตั้งตัวแทน; มาตรา 807–814 เรื่องหน้าที่และความรับผิดของตัวแทนกับตัวแทนช่วง; มาตรา 820–823 เรื่องผลต่อบุคคลภายนอก

ตัวบทประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เผยแพร่โดย ศอ.บต. (มาตราที่ระบุในบทความ)

ตรวจมาตราที่อ้างและแหล่งข้อมูลเมื่อ 28 ตุลาคม 2569

Scroll