ซื้อบ้านมือสองแล้วพบรั่วซึม ผู้ขายต้องรับผิดไหม

ซื้อบ้านมือสองแล้วพบรั่วซึม ผู้ขายต้องรับผิดไหม

วันดูบ้านผนังทาสีใหม่และฝ้าเพดานแห้งดี แต่หลังโอนและเข้าอยู่ พอฝนตกกลับมีน้ำหยดจากฝ้า ผู้ขายตอบว่าบ้านมือสองขายตามสภาพ
ผู้ซื้อควรซ่อมทันทีหรือรอผู้ขายมาตรวจ และต้องเก็บอะไรไว้ก่อนรื้อฝ้า

คำตอบสั้น

ผู้ขายบ้านมือสองอาจต้องรับผิดตามมาตรา 472 หากความชำรุดทำให้ทรัพย์เสื่อมราคาหรือไม่เหมาะกับการใช้งานตามปกติหรือตามสัญญา แม้ผู้ขายไม่รู้ข้อบกพร่องก็ไม่ได้หลุดพ้นเสมอ แต่ต้องตรวจว่าปัญหามีอยู่ในช่วงที่ผู้ขายต้องรับผิดหรือเกิดใหม่หลังรับบ้าน ผู้ซื้อรู้อยู่แล้วหรือควรรู้หรือไม่ และมีข้อยกเว้นตามมาตรา 473 หรือข้อตกลงเรื่องความรับผิดอย่างไร คำว่าพบรั่วหลังโอนจึงยังไม่เพียงพอต่อข้อสรุปว่าผู้ขายต้องจ่ายทุกกรณี

กรณีใดเข้าข่าย และกรณีใดต้องแยก

ใช้กับผู้ซื้อบ้านพร้อมที่ดินมือสองที่พบหลังคารั่ว น้ำซึม ผนังชื้น หรือระบบภายในบกพร่องหลังส่งมอบ โดยมีประเด็นว่าสภาพนั้นมีมาก่อนและกระทบการใช้บ้านตามที่ซื้อหรือไม่

ถ้าปัญหาเกิดจากผู้ซื้อรื้อหลังคา ต่อเติม หรือเปลี่ยนระบบเองหลังเข้าอยู่ ต้องตรวจเหตุใหม่แยกจากสภาพเดิม กรณีซื้อทอดตลาดมีข้อยกเว้นตามมาตรา 473 (3) ส่วนการจ้างช่างมาซ่อมแล้วงานซ่อมบกพร่องเป็นความสัมพันธ์อีกสัญญาหนึ่ง

สำหรับคอนโดต้องแยกต้นทางจากทรัพย์ส่วนบุคคลหรือส่วนกลางและผู้มีหน้าที่จัดการ ไม่ควรนำขั้นตอนบ้านเดี่ยวมาใช้โดยไม่ตรวจ หากซื้อจากผู้ประกอบธุรกิจ อาจต้องตรวจบทคุ้มครองผู้บริโภคและข้อสัญญาเพิ่มเติม

สิ่งที่ควรทำเมื่อเริ่มเห็นน้ำรั่ว

  1. ป้องกันอันตรายก่อน หากน้ำใกล้ระบบไฟหรือฝ้าเริ่มแอ่น ให้หลีกเลี่ยงบริเวณนั้นและให้ผู้ชำนาญตรวจ ไม่ขึ้นหลังคาหรือแตะอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่เปียกเพื่อถ่ายหลักฐาน
  2. ถ่ายภาพกว้างให้เห็นห้องและตำแหน่ง แล้วถ่ายจุดน้ำเข้า รอยคราบและความเสียหายใกล้ ๆ บันทึกวันเวลา สภาพอากาศและครั้งที่พบ เก็บไฟล์ต้นฉบับไม่ให้เหลือเพียงภาพส่งต่อในแชต
  3. รวบรวมภาพประกาศขาย ภาพวันดูบ้าน รายงานตรวจบ้านก่อนโอน และคำตอบผู้ขายเรื่องการซ่อมเดิม จัดลำดับวันทำสัญญา ส่งมอบ เข้าอยู่และพบอาการ
  4. แจ้งผู้ขายเป็นหนังสือพร้อมภาพและเสนอให้เข้าตรวจร่วม ขอคำตอบเรื่องแนวทางแก้ ไม่ควรเริ่มด้วยการกล่าวหาว่าหลอกลวงหากยังไม่ทราบสาเหตุ
  5. ให้วิศวกรหรือผู้ตรวจที่มีความเหมาะสมกับอาการตรวจต้นเหตุ แยกความเห็นเรื่องอายุของความเสียหายจากรายการซ่อม ขอรายงานและภาพประกอบ ไม่อาศัยใบเสนอราคาของช่างเป็นข้อพิสูจน์สาเหตุเพียงอย่างเดียว
  6. ถ้าจำเป็นต้องซ่อมฉุกเฉินเพื่อกันเสียหายเพิ่ม ให้เก็บภาพก่อน ระหว่างและหลังซ่อม เก็บชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องเท่าที่ปลอดภัย พร้อมใบเสร็จและเหตุที่รอไม่ได้ แจ้งผู้ขายตามที่ทำได้จริง
  7. นำผลตรวจและสัญญามาประเมินคำขอ เช่น ให้แก้ไข ชดใช้ค่าซ่อม หรือใช้สิทธิอื่นตามฐานกฎหมายที่เข้าเงื่อนไข ก่อนลงนามรับเงินหรือปิดข้อพิพาท

ผู้ขายบอกว่าไม่เคยรู้เรื่องรั่ว พ้นผิดหรือไม่

มาตรา 472 วรรคสองทำให้การไม่รู้ของผู้ขายไม่ใช่คำตอบตัดความรับผิดโดยลำพัง แต่ผู้ซื้อยังต้องมีหลักฐานว่าความชำรุดนั้นอยู่ในขอบเขตที่ผู้ขายต้องรับผิดและกระทบการใช้งานหรือราคาอย่างไร

รอยสีใหม่ไม่ได้พิสูจน์การปกปิดในตัวเอง อาจเป็นการตกแต่งตามปกติ ต้องประกอบกับประวัติซ่อม ภาพเก่า คำแจ้งของช่างหรือพฤติการณ์อื่นที่ตรวจได้ หากจะอ้างว่าผู้ขายรู้แล้วปิดบัง ต้องแยกพยานในประเด็นนี้ให้ชัด ไม่ใช้ข้อสันนิษฐานแทนข้อเท็จจริง

ผู้ขายอาจโต้แย้งว่ารอยรั่วเกิดจากพายุภายหลัง การดัดแปลงของผู้ซื้อ หรือขาดการดูแล จึงควรให้ผู้ตรวจอธิบายสาเหตุและข้อจำกัดของความเห็น บางกรณีภาพหลังเกิดเหตุเพียงชุดเดียวบอกอายุรอยเสียหายไม่ได้

ขายตามสภาพหรือตรวจบ้านแล้ว ยังเรียกร้องได้ไหม

มาตรา 473 ยกเว้นความรับผิดในกรณีผู้ซื้อรู้อยู่แล้ว หรือควรรู้หากใช้ความระมัดระวังตามที่คาดหมายได้ รวมถึงข้อบกพร่องที่เห็นชัดตอนส่งมอบและรับไว้โดยไม่อิดเอื้อน จึงต้องดูว่ารอยรั่วซ่อนอยู่และต้องทดสอบอย่างไร หรือมองเห็นชัดและตกลงลดราคาเพราะจุดนั้นแล้ว

การเซ็นใบตรวจบ้านไม่ได้ลบความรับผิดทุกชนิดโดยอัตโนมัติ ต้องอ่านว่ารับรองอะไร มีรายการซ่อมค้างหรือข้อสงวนอย่างไร และปัญหาที่พบภายหลังเป็นเรื่องเดียวกับรายการที่รู้อยู่แล้วหรือไม่

มาตรา 483 อนุญาตให้ตกลงยกเว้นความรับผิดได้ แต่มาตรา 484–485 วางผลและข้อจำกัดไว้ โดยข้อยกเว้นไม่คุ้มผู้ขายในผลจากการกระทำของตนเอง หรือข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วและปกปิด การใช้คำว่าขายตามสภาพจึงต้องตีความเอกสารทั้งฉบับและพฤติการณ์ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเรียกร้องไม่ได้เสมอ

แยกค่าซ่อมให้เห็นว่าเสียเพราะอะไร

จัดรายการตามตำแหน่งและสาเหตุ เช่น แก้จุดน้ำเข้า ซ่อมฝ้าที่เสียหาย และทรัพย์ภายในที่ได้รับผล แต่ละรายการควรมีหลักฐานก่อนซ่อมกับค่าใช้จ่ายจริงหรือประมาณการที่อธิบายงานได้ หากเลือกปรับปรุงบ้านให้ดีกว่าเดิม ต้องแยกส่วนปรับปรุงออกจากส่วนแก้ความเสียหาย

การขอให้ผู้ขายจ่ายค่าซ่อมทั้งหลังทั้งที่พบปัญหาเพียงจุดเดียวอาจถูกโต้แย้งเรื่องขอบเขต การเรียกเงินคืนทั้งหมดหรือเลิกสัญญายิ่งต้องตรวจสิทธิและความร้ายแรงของปัญหา ไม่ได้เกิดจากมาตรา 472 เพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องพิจารณาอย่างอื่น

ถ้าช่างที่ผู้ซื้อจ้างเข้าซ่อมกลับทำงานบกพร่อง ให้เก็บสัญญาซ่อมแยกจากสัญญาซื้อบ้าน และตรวจ สิทธิเมื่อตรวจรับงานจ้างแล้วพบข้อบกพร่อง เพื่อไม่เรียกผิดคู่กรณี

เอกสารที่ควรเตรียม

  • เอกสารคู่สัญญา: สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาขาย ใบตรวจรับและข้อความรับรองสภาพบ้าน ใช้ตรวจสิทธิและข้อยกเว้น
  • เอกสารทรัพย์: โฉนด หลักฐานอาคาร แบบที่มีอยู่ และภาพก่อนโอน ใช้ระบุทรัพย์ที่ขายและบริเวณเสียหาย หากเจ้าของบ้านกับที่ดินไม่ชัดให้ตรวจเพิ่มเติม
  • เอกสารหนี้และค่าใช้จ่าย: หลักฐานชำระราคา ใบเสนอราคาซ่อม ใบเสร็จและรายการทรัพย์เสียหาย ใช้แยกเงินที่จ่ายกับยอดเรียกร้อง
  • เอกสารข้อพิพาท: วันพบอาการ หนังสือแจ้ง คำตอบผู้ขาย รายงานผู้ตรวจและหลักฐานซ่อมเดิม ใช้พิสูจน์สาเหตุและตรวจวันใช้สิทธิ
  • เอกสารเจ้ามรดกหรือทายาท: ใช้เฉพาะเมื่อผู้ขายเสียชีวิตแล้ว ต้องตรวจผู้มีอำนาจจัดการและสิทธิเรียกร้องต่อกองมรดกเพิ่มเติม

ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่ต้องประเมิน

มาตรา 474 กำหนดฟ้องเรื่องความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องภายในหนึ่งปีนับแต่พบเห็นความชำรุดบกพร่อง อย่านับจากวันโอนโดยอัตโนมัติ หรือรอให้ซ่อมหลายรอบจนไม่ตรวจวันแรกที่พบ แต่หากเรียกด้วยฐานอื่น ต้องให้ทนายแยกเงื่อนไขและกำหนดของแต่ละสิทธิ

ระยะตรวจขึ้นกับว่าหาต้นทางรั่วได้ทันทีหรือจำเป็นต้องทดสอบ มีแบบอาคารหรือไม่ และต้องตรวจหลายจุดหรือหลายฝ่าย การรอฤดูฝนครั้งถัดไปโดยไม่มีหลักฐานหรือแผนใช้สิทธิอาจทำให้เสียเวลา

ค่าใช้จ่ายบุคคลภายนอก ได้แก่ ผู้ตรวจอาคาร การทดสอบและงานซ่อม ค่าทนายแยกตรวจเอกสาร เจรจาและดำเนินคดี ค่าธรรมเนียมศาลประเมินตามคำขอ ไม่กำหนดราคาหรือรับรองว่าจะเรียกคืนค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมดก่อนตรวจเรื่อง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้หลักฐานหาย

  • รื้อฝ้าหรือทาสีทับทั้งหมดก่อนบันทึกสภาพเดิม ทำให้โต้แย้งยากว่ารอยเสียหายเป็นอย่างไร
  • เก็บแต่ยอดเสนอราคาซ่อม แต่ไม่มีความเห็นเรื่องสาเหตุหรือวันที่เริ่มพบ
  • เซ็นรับเงินช่วยเหลือพร้อมข้อความยุติข้อเรียกร้องทั้งหมด ทั้งที่ความเสียหายยังไม่ตรวจครบ
  • ถือว่าการเจรจาหรือการรับปากจะซ่อมทำให้กำหนดฟ้องหยุดนับเสมอ

เมื่อใดควรให้ทนายรับช่วง

ควรให้ทนายตรวจเมื่อผู้ขายยกข้อขายตามสภาพปฏิเสธทั้งหมด มีหลักฐานว่าปกปิดปัญหา เกิดความเสี่ยงโครงสร้าง หรือใกล้กำหนดฟ้อง หากต้องการเลิกสัญญาหรือเรียกเงินมากกว่าค่าซ่อมเฉพาะจุด ควรประเมินหลักฐานและฐานสิทธิก่อนส่งหนังสือ

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายตรวจสัญญาซื้อขายและใบตรวจรับ จัดประเด็นให้ผู้ตรวจอาคารตอบโดยไม่ก้าวล่วงการวินิจฉัยทางวิศวกรรม ร่างหนังสือแจ้งสิทธิและข้อเสนอแก้ไข ช่วยเจรจาค่าซ่อมหรือประเมินฟ้องตามหลักฐานจริง งานตรวจสภาพอาคารต้องอาศัยผู้มีความรู้ด้านนั้นโดยตรง

ดู บริการคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ สำหรับข้อพิพาทหลังซื้อ ส่วนการซื้อครั้งต่อไปควรตรวจ เจ้าของบ้านและสิ่งปลูกสร้าง ควบคู่กับ เอกสารสิทธิในที่ดิน และใช้ คู่มือกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ เลือกประเด็นที่ต้องตรวจเพิ่ม

คำถามที่พบบ่อย

โอนไปแล้วไม่มีประกันบ้าน ยังเรียกผู้ขายได้ไหม

อาจมีสิทธิตามกฎหมายแม้ไม่มีใบรับประกัน ต้องตรวจสภาพชำรุด ข้อยกเว้นและข้อตกลงซื้อขาย ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีประกันหรือไม่

ผู้ขายไม่ยอมมาตรวจ ซ่อมเลยได้ไหม

หากต้องป้องกันความเสียหายเพิ่มให้จัดการตามความจำเป็นอย่างปลอดภัย เก็บหลักฐานและแจ้งผู้ขายเท่าที่ทำได้ การจะเรียกค่าซ่อมคืนยังต้องพิสูจน์ความรับผิดและความเหมาะสมของค่าใช้จ่าย

พบรั่วหลายเดือนหลังโอน ถือว่าเป็นปัญหาใหม่หรือไม่

ระยะเวลาที่ผ่านไปไม่ใช่คำตอบเดียว ต้องตรวจสาเหตุ สภาพเดิม ประวัติซ่อมและการเปลี่ยนแปลงหลังรับบ้าน

ติดต่อเพื่อตรวจเอกสาร

ส่งคำว่า "บ้านมือสองรั่ว" พร้อมจังหวัด วันรับบ้านและวันที่พบอาการครั้งแรก ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อให้สำนักงานแจ้งรายการหลักฐานก่อนตรวจสิทธิ

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

แหล่งกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472–474 เรื่องความชำรุดบกพร่อง ข้อยกเว้นและกำหนดฟ้อง และมาตรา 483–485 เรื่องข้อสัญญายกเว้นความรับผิดของผู้ขาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่โดย ศอ.บต.

Scroll