จ่ายเงินล่วงหน้าก่อนเริ่มงาน เขียนสัญญาอย่างไรให้ขอคืนได้

จ่ายเงินล่วงหน้าก่อนเริ่มงาน เขียนสัญญาอย่างไรให้ขอคืนได้

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด 1 ตุลาคม 2569

ผู้รับจ้างขอเงินล่วงหน้าเพื่อซื้อวัสดุหรือจองทีมงาน คุณกำลังจะโอนเงินแต่สัญญาระบุเพียงยอดรวมกับวันเสร็จ ถ้างานไม่เริ่มตามนัด จะขอเงินก้อนแรกคืนอย่างไร และจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าจ่ายไปเพื่ออะไร?

ก่อนจ่ายเงินล่วงหน้า ให้สัญญาระบุว่างวดแรกเป็นค่าทำงานส่วนใด ต้องเริ่มงานและส่งหลักฐานเมื่อไร หากไม่เริ่มหรือส่งมอบไม่ได้ จะบอกกล่าว เลิกสัญญา และคืนเงินส่วนใดอย่างไร เงินที่จ่ายล่วงหน้าไม่ได้คืนอัตโนมัติทุกกรณี ต้องดูงานที่ทำแล้ว เงื่อนไขสัญญา และเหตุที่สัญญาสิ้นสุด

ใครควรใช้แนวทางนี้

เหมาะกับผู้ว่าจ้างทำของหรือจ้างบริการที่ต้องจ่ายก่อนเห็นผลงาน เช่น สั่งผลิตสินค้า พัฒนาระบบ หรือจ้างตกแต่งพื้นที่ หากเป็นการซื้อขายสินค้าสำเร็จรูป เงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อขาย หรือเงินประกันการเช่า ต้องแยกกติกาของธุรกรรมนั้นก่อน อย่าเรียกเงินทุกประเภทว่า “มัดจำ” เพราะชื่อในใบเสร็จอย่างเดียวไม่บอกสิทธิครบถ้วน

ก่อนโอนเงิน ควรทำอะไรตามลำดับ

  1. ขอสัญญาฉบับที่จะลงนาม ใบเสนอราคา และขอบเขตงานฉบับเดียวกัน ตรวจชื่อผู้รับเงินให้ตรงกับคู่สัญญา หากให้โอนไปบัญชีบุคคลอื่น ให้ขอเหตุผลและหนังสือยืนยันจากผู้มีอำนาจ
  2. เขียนตารางงวดงานว่าก่อนจ่ายต้องได้อะไร เช่น แบบที่อนุมัติ รายการวัสดุ หรือหลักฐานสั่งผลิต แยกเงินเริ่มงานออกจากงวดตรวจรับให้ชัด
  3. ระบุวันเริ่มงาน จุดตรวจความคืบหน้า วิธีแจ้งงานช้า ระยะเวลาให้แก้ไข และวิธีคืนเงินหากเลิกสัญญาโดยชอบ กำหนดด้วยว่าวัสดุที่ซื้อด้วยเงินล่วงหน้าเป็นของใคร
  4. ให้ผู้มีอำนาจของทั้งสองฝ่ายลงนามก่อนชำระเงิน จากนั้นโอนตามช่องทางที่ระบุในสัญญา เก็บสลิป ใบรับเงิน และข้อความยืนยันยอดไว้ด้วยกัน

ถ้าโอนแล้วแต่อีกฝ่ายไม่เริ่มงาน ให้ตรวจวันครบกำหนดและเหตุเลื่อนก่อน ส่งหนังสือแจ้งให้เริ่มหรือแก้ไขภายในเวลาที่เหมาะสมตามสัญญาและข้อเท็จจริง อย่าประกาศเลิกสัญญาทันทีเพียงเพราะไม่สบายใจ เพราะสิทธิเลิกสัญญาต้องมีฐานตามสัญญาหรือกฎหมาย ดูขั้นตอนใน คู่ค้าส่งงานช้า บอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนได้ไหม

เอกสารที่ควรเตรียม

  • สัญญา ใบเสนอราคา ขอบเขตงานและตารางงวด ใช้ดูว่างวดแรกซื้อผลงานหรือสิทธิอะไร
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือเอกสารยืนยันผู้ลงนาม ใช้ตรวจอำนาจรับงานและรับเงิน
  • สลิป ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และข้อความยืนยันบัญชี ใช้พิสูจน์จำนวน ผู้รับ และวันจ่าย
  • อีเมลส่งงาน ภาพความคืบหน้า ใบสั่งวัสดุ และหนังสือทวงถาม ใช้แยกงานที่ทำจริงออกจากงานที่ยังไม่ทำ

ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และข้อผิดพลาดที่พบ

การร่างเงื่อนไขก่อนจ่ายขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสารและความซับซ้อนของงาน หากเกิดข้อพิพาท ระยะเวลาขึ้นกับการแจ้งแก้ไข การตรวจผลงาน และการเจรจา ค่าร่างสัญญา ค่าตรวจเอกสาร หรือค่าดำเนินคดีต้องประเมินจากเอกสาร ไม่ควรตั้งตัวเลขเดียวใช้กับทุกเรื่อง

ข้อพลาดที่กระทบสิทธิคือโอนก่อนลงนาม ใช้คำว่า “ไม่คืนเงินทุกกรณี” โดยไม่กำหนดผลงานที่ต้องส่ง ไม่ตรวจบัญชีผู้รับ และแจ้งเลิกสัญญาโดยไม่ดูขั้นบอกกล่าว หากเลิกสัญญาโดยชอบ หลักการกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 ยังต้องคำนึงถึงงานที่ทำไปแล้วด้วย จึงไม่ควรรับปากว่าจะได้เงินทั้งหมดคืน

เมื่อไรควรให้ทนายดู และทนายช่วยอะไรได้

ควรให้ทนายตรวจเมื่อยอดล่วงหน้าสูง คู่ค้าให้จ่ายเข้าบัญชีบุคคลอื่น เงื่อนไขคืนเงินขัดกันหลายฉบับ หรือมีงานทำไปบางส่วนแล้ว ทนายช่วยเทียบสัญญากับใบเสนอราคา จัดลำดับหลักฐาน ตรวจสิทธิบอกกล่าวและเลิกสัญญา ร่างเงื่อนไขงวดจ่ายหรือหนังสือทวงถาม และประเมินยอดที่ควรเจรจา สำหรับการตรวจสัญญาทั้งฉบับก่อนเซ็น ดู รายการตรวจสัญญาก่อนเซ็น และ วิธีเขียนสัญญาจ้างบริการ

คำถามที่พบบ่อย

โอนเงินแล้วแต่ยังไม่ลงนามสัญญา ขอคืนได้เลยหรือไม่

ยังตอบจากสลิปเพียงใบเดียวไม่ได้ ต้องดูใบเสนอราคา ข้อความตกลง และงานที่อีกฝ่ายเริ่มทำแล้ว เก็บข้อความทั้งหมดก่อนแจ้งข้อเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษร

เขียนว่าเงินล่วงหน้าไม่คืนทุกกรณีได้ไหม

ควรระบุเหตุและวิธีคิดเงินที่คู่ค้ามีสิทธิเก็บ ไม่ใช้ประโยคกว้างโดยไม่แยกงานหรือค่าใช้จ่ายจริง ความบังคับได้ของข้อความต้องดูชนิดสัญญาและข้อเท็จจริง

คำเตือนและแหล่งกฎหมาย

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

ส่งคำว่า “เงินล่วงหน้า” พร้อมสัญญาและใบเสนอราคาฉบับที่กำลังจะลงนามทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อขอรายการจุดที่ต้องตรวจก่อนจ่าย

Scroll