ค้างค่าซ่อมเครื่องจักร ผู้รับจ้างยึดเครื่องไว้ได้ไหม

ค้างค่าซ่อมเครื่องจักร ผู้รับจ้างยึดเครื่องไว้ได้ไหม

ส่งเครื่องจักรไปซ่อมแล้วถูกเรียกค่าซ่อมเพิ่ม ผู้รับจ้างไม่ยอมคืนเครื่องจนกว่าจะจ่ายครบ ขณะที่โรงงานต้องใช้เครื่องส่งงานลูกค้า ปัญหานี้ต้องตรวจทั้งความถูกต้องของยอดค่าซ่อมและสิทธิที่อีกฝ่ายอ้างในการเก็บเครื่องไว้

คำตอบสั้น: ผู้รับจ้างอาจยึดหน่วงเครื่องจักรไว้ได้เมื่อครองทรัพย์โดยชอบ มีหนี้เกี่ยวกับเครื่องนั้น และหนี้ถึงกำหนด ตามมาตรา 241 แต่ต้องตรวจข้อจำกัดตามมาตรา 242 และสัญญาด้วย หากค่าซ่อมยังมีข้อพิพาทหรือเครื่องเป็นของบุคคลอื่น ต้องตรวจข้อเท็จจริงเพิ่ม สิทธิยึดหน่วงไม่ทำให้ผู้รับจ้างเป็นเจ้าของเครื่องหรือมีสิทธิขายเองโดยอัตโนมัติ

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตเนื้อหา 9 ตุลาคม 2569

บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026

กรณีใดควรตรวจสิทธิยึดหน่วง

ใช้กับผู้ประกอบการที่ส่งเครื่องจักร มอเตอร์ หรืออุปกรณ์ไปซ่อม และผู้รับจ้างซ่อมที่ยังครองทรัพย์อยู่โดยมีค่าจ้างค้างชำระ ประเด็นนี้ต่างจากผู้รับจ้างที่ส่งมอบของไปแล้วและไปนำกลับมาเอง รวมถึงต่างจากการยึดทรัพย์ตามคำสั่งศาล

ถ้าเครื่องเป็นทรัพย์เช่าซื้อ ทรัพย์เช่า หรือมีผู้ถือกรรมสิทธิ์คนละรายกับผู้สั่งซ่อม ให้ตรวจสิทธิของเจ้าของและอำนาจส่งซ่อมก่อน ไม่ถือว่าผู้รับจ้างเรียกเงินจากคนใดก็สามารถกันทรัพย์ของคนอื่นไว้เพื่อหนี้นั้นได้เสมอ

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่ออีกฝ่ายไม่คืนเครื่อง

  1. ตรวจใบรับเครื่อง หมายเลขประจำเครื่อง รายการอุปกรณ์ และสถานที่เก็บปัจจุบัน ขอให้ยืนยันเป็นหนังสือว่าเครื่องกับชิ้นส่วนยังอยู่ครบ
  2. ขอใบเสนอราคา ใบอนุมัติซ่อม รายการงานเพิ่มและใบแจ้งหนี้ แยกยอดที่ยอมรับกับยอดที่โต้แย้ง พร้อมเหตุผลว่าไม่ได้สั่ง งานไม่เสร็จ หรือราคาไม่ตรง
  3. ตรวจวันถึงกำหนดชำระ เงื่อนไขตรวจรับและผลทดสอบ อย่าสรุปว่าหนี้ถึงกำหนดจากวันที่ออกบิลอย่างเดียว และอย่าสรุปว่ายังไม่ถึงกำหนดเพียงเพราะยังไม่ยอมไปรับเครื่อง
  4. ขอวันตรวจสภาพหรือทดสอบร่วมกัน เก็บภาพและผลทดสอบโดยไม่รื้อเครื่องหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนจนเสียหลักฐาน หากต้องใช้วิศวกรให้ตกลงขอบเขตงานและผู้รับค่าใช้จ่าย
  5. เสนอแนวทางคืนเครื่องที่รักษาข้อโต้แย้งไว้ เช่น ชำระยอดที่ตกลงกันและจัดหลักประกันที่เหมาะสมสำหรับยอดพิพาท ให้ทนายตรวจรูปแบบหลักประกันก่อนผูกพัน
  6. เมื่อรับคืน ทำบันทึกสภาพ จำนวนชิ้นส่วน วันรับ และประเด็นที่ยังไม่ตกลงให้ตรงกัน แยกการรับทรัพย์คืนออกจากการยอมรับว่าซ่อมสมบูรณ์หรือยุติข้อเรียกร้องทั้งหมด

สิทธิยึดหน่วงต้องตรวจครบ ไม่ใช่มีบิลแล้วทำได้ทันที

มาตรา 241 กำหนดทั้งการครองทรัพย์ของผู้อื่น หนี้ที่เกี่ยวกับทรัพย์นั้น และกำหนดชำระ หนี้จากงานซ่อมเครื่องหนึ่งจึงต้องตรวจความเกี่ยวพันกับเครื่องที่ถูกเก็บไว้ การเอาเครื่องซึ่งส่งซ่อมครั้งใหม่ไปกดดันให้จ่ายหนี้อีกเรื่องไม่ใช่ข้อสรุปที่ทำได้โดยไม่ตรวจ

มาตรา 242 จำกัดสิทธิยึดหน่วงที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะภาระหรือคำสั่งที่ให้ไว้ก่อนหรือขณะส่งมอบ รวมถึงกรณีขัดความสงบเรียบร้อย จึงต้องอ่านเงื่อนไขคืนเครื่อง เครดิตเทอม และข้อยกเว้นในสัญญา ไม่ใช้เฉพาะมาตรา 241 แยกจากข้อตกลง

เมื่อสิทธิยึดหน่วงเกิดขึ้นโดยชอบ มาตรา 244 ให้ใช้กับทรัพย์ทั้งหมดที่ยึดหน่วงไว้จนกว่าจะชำระหนี้สิ้นเชิงได้ การจ่ายบางส่วนจึงไม่ได้แปลว่าต้องปล่อยเครื่องตามสัดส่วนเงินทันที แต่ผู้ยึดหน่วงต้องมีฐานสิทธิและยอดหนี้ที่ตรวจสอบได้

มาตรา 243 มีกรณีเฉพาะเกี่ยวกับลูกหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งอาจมีผลต่างจากหลักเรื่องหนี้ถึงกำหนด บทความนี้ไม่ใช้ความล่าช้าในการจ่ายครั้งเดียวเป็นข้อสรุปว่าลูกหนี้เข้าเงื่อนไขนั้น

เครื่องซ่อมไม่เสร็จ กับค่าซ่อมถึงกำหนดเป็นคนละคำถาม

สำหรับจ้างทำของ มาตรา 602 วางหลักการจ่ายสินจ้างเมื่อรับมอบงาน และกรณีส่งรับเป็นส่วนตามเงื่อนไขของมาตรา ต้องตรวจข้อตกลงเฉพาะและว่าผู้รับจ้างพร้อมส่งมอบงานที่ถูกต้องหรือไม่ หากกำหนดจ่ายงวดหรือเครดิตไว้ต่างออกไปก็ต้องอ่านประกอบ

ฝ่ายผู้ว่าจ้างอาจมีสิทธิยึดหน่วงสินจ้างเมื่อส่งมอบช้าหรืองานชำรุดตามมาตรา 599 เว้นแต่ผู้รับจ้างให้ประกันตามสมควร นี่เป็นการหน่วงเงินค่าจ้าง ไม่ใช่บทที่ให้อำนาจผู้รับจ้างยึดเครื่อง การอ้างสิทธิของทั้งสองฝ่ายจึงต้องตรวจงานจริงและเงื่อนไขแยกกัน

หากไม่ยอมจ่ายเพราะมีความเสียหายจากการหยุดผลิต ต้องแยกค่าซ่อมที่ถึงกำหนดออกจากค่าเสียหายที่เรียกร้อง ไม่หักยอดประมาณเองแล้วถือว่าคดีจบ ควรเก็บออเดอร์ที่ส่งไม่ได้ ค่าเช่าเครื่องทดแทน และเอกสารที่แสดงเหตุเชื่อมโยงกับการผิดสัญญา

อยากได้เครื่องคืนระหว่างพิพาท มีทางเลือกอะไร

มาตรา 249 เปิดทางให้ลูกหนี้เรียกร้องให้ระงับสิทธิยึดหน่วงโดยจัดประกันตามสมควร ความเหมาะสมของประกันขึ้นกับข้อเท็จจริง จึงต้องตกลงชนิด วงเงิน ผู้รับประโยชน์ เหตุเรียกใช้ และวันสิ้นสุด ไม่ถือว่าหนังสือรับรองที่ตนทำขึ้นฝ่ายเดียวเพียงพอแน่นอน

ผู้รับจ้างที่ยึดหน่วงต้องดูแลเครื่องตามสมควรตามมาตรา 246 และไม่ใช้ ให้เช่า หรือเอาไปเป็นหลักประกันโดยไม่ได้รับความยินยอม นอกจากการใช้ที่จำเป็นเพื่อรักษาทรัพย์ การยึดหน่วงไม่ให้สิทธิถอดชิ้นส่วนไปชำระหนี้หรือขายทรัพย์เองโดยอาศัยสิทธินี้อย่างเดียว

ถ้าคืนเครื่องแล้ว ไม่ควรเข้าไปยึดกลับเอง การครองทรัพย์สิ้นไปมีผลต่อสิทธิยึดหน่วงตามมาตรา 250 ส่วนการทวงค่าซ่อมต้องใช้สิทธิเรียกร้องตามเอกสารที่มี

เอกสารที่ควรเตรียม

  • คู่สัญญาและผู้มีสิทธิ: เอกสารผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง เจ้าของเครื่อง และอำนาจคนอนุมัติซ่อม เพื่อตรวจว่าคู่กรณีเป็นใคร
  • ทรัพย์สิน: ใบซื้อ สัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ หมายเลขเครื่อง ใบรับเข้า ภาพก่อนซ่อม และรายการชิ้นส่วน เพื่อตรวจกรรมสิทธิ์กับสภาพ
  • หนี้: ใบเสนอราคา ใบอนุมัติงานเพิ่ม ใบแจ้งหนี้ เงื่อนไขชำระ และหลักฐานจ่าย เพื่อตรวจยอดกับวันถึงกำหนด
  • ข้อพิพาท: ผลทดสอบ หนังสือขอคืน การปฏิเสธส่งมอบ และหลักฐานความเสียหาย เพื่อตรวจเหตุที่ไม่รับงานหรือไม่จ่าย
  • เอกสารเจ้ามรดกและทายาทใช้เมื่อผู้มีสิทธิในเครื่องหรือคู่สัญญาเสียชีวิตเท่านั้น ต้องตรวจอำนาจผู้มาตกลงรับคืนหรือชำระหนี้แทน

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

หากตกลงยอดและหลักประกันได้ การคืนทรัพย์อาจไม่ต้องรอข้อพิพาททุกเรื่องจบ แต่ไม่อาจรับรองวันคืนได้ก่อนทราบสภาพเครื่องและความยินยอมของคู่กรณี การยึดหน่วงไม่ทำให้อายุความของหนี้สะดุดหยุดลงตามมาตรา 248 ภายใต้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จึงต้องตรวจเวลาฟ้องแยกต่างหาก

ค่าขนย้าย ผู้ตรวจเครื่อง และการจัดหลักประกันเป็นค่าใช้จ่ายบุคคลภายนอก ค่าธรรมเนียมศาลมีเมื่อดำเนินคดีตามกระบวนการ ส่วนค่าทนายขึ้นกับงานตรวจสิทธิ เจรจา หรือยื่นคำขอที่จำเป็น ต้องประเมินจากเอกสาร ไม่ใช้ราคาซ่อมเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสี่ยงคดีเพิ่ม

  • เจ้าของเข้าไปเอาเครื่องคืนหรือใช้กำลังทั้งที่สิทธิยังพิพาท
  • ผู้รับจ้างนำเครื่องไปใช้ผลิตงานหรือขายเองเพราะคิดว่าลูกหนี้ไม่จ่าย
  • ออกยอดงานเพิ่มโดยไม่มีหลักฐานว่าผู้มีอำนาจอนุมัติ
  • เซ็นรับคืนพร้อมข้อความว่างานสมบูรณ์และไม่ติดใจ ทั้งที่ยังไม่ได้ทดสอบ
  • ปล่อยให้เครื่องเสื่อมสภาพหรือชิ้นส่วนสูญหายระหว่างเจรจา

เมื่อใดควรให้ทนายเข้าดูแล

ควรให้ทนายดูทันทีเมื่อมีการขู่ขายหรือย้ายเครื่อง เครื่องเป็นของบุคคลภายนอก ยอดงานเพิ่มสูงและตกลงกันไม่ได้ หรือการขาดเครื่องกระทบสัญญากับลูกค้ารายอื่น ทนายต้องประเมินทั้งการเรียกคืนทรัพย์ ข้อโต้แย้งค่าซ่อม และมาตรการชั่วคราวตามเงื่อนไขจริง

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายตรวจฐานยึดหน่วงและกำหนดชำระ ร่างหนังสือขอตรวจทรัพย์หรือส่งมอบ ประสานการทดสอบกับผู้เชี่ยวชาญ ร่างข้อตกลงคืนเครื่องและหลักประกัน และประเมินคำขอทางศาลหากตกลงไม่ได้ โดยไม่รับรองว่าจะบังคับรับคืนได้ทันทีจากการมีใบซื้อเครื่องเพียงฉบับเดียว

ขอบเขตบริการที่เกี่ยวข้อง: บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย

คำเชิญให้ติดต่อ

ส่งคำว่า 'ตรวจสิทธิยึดเครื่องซ่อม' พร้อมประเภทเครื่องและวันที่ถูกปฏิเสธคืน ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

แหล่งกฎหมายที่ใช้จัดทำบทความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241–244, 246, 248–250, 599 และ 602 ตรวจข้อความที่เกี่ยวข้องเมื่อ 9 ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ผู้รับจ้างยึดเครื่องแล้วขายใช้หนี้ได้เลยไหม

สิทธิยึดหน่วงอย่างเดียวไม่ได้ให้อำนาจขายเอง ต้องตรวจฐานสิทธิและกระบวนการอื่นที่ใช้บังคับ การนำทรัพย์ไปจำหน่ายเองเสี่ยงความรับผิด

จ่ายค่าซ่อมส่วนที่ยอมรับแล้ว ต้องคืนเครื่องทันทีไหม

ต้องดูว่ายังมีหนี้ที่ยึดหน่วงได้โดยชอบเหลืออยู่หรือไม่ มาตรา 244 และทางจัดประกันตามมาตรา 249 ต้องพิจารณาร่วมกับข้อพิพาทเรื่องยอด

นำเครื่องคืนมาก่อนแล้วค่อยฟ้องค่าเสียหายได้ไหม

ต้องตรวจเอกสารที่ลงนามตอนรับคืนและสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่ ควรระบุสภาพเครื่องและประเด็นที่ยังพิพาทชัดเจน ไม่เซ็นยุติทุกข้อเรียกร้องเพียงเพื่อให้รับเครื่องได้

บทความที่ช่วยตรวจเรื่องต่อ

Scroll