คู่ค้าอ้างเหตุสุดวิสัยส่งของไม่ได้ ต้องตรวจอะไร

คู่ค้าอ้างเหตุสุดวิสัยส่งของไม่ได้ ต้องตรวจอะไร

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด 30 กันยายน 2569

คุณสั่งสินค้าเพื่อส่งต่อให้ลูกค้า แต่ก่อนถึงกำหนด คู่ค้าแจ้งว่าโรงงานน้ำท่วมและขอเลื่อนส่งของโดยไม่รับผิดค่าเสียหาย คำว่า “เหตุสุดวิสัย” ในอีเมลฉบับเดียว ยังไม่ตอบว่าคุณต้องยอมเลื่อนหรือรับภาระกับลูกค้าของตัวเองทั้งหมด

ผู้ขายจะพ้นความรับผิดเพราะเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ต้องตรวจว่าเหตุเกิดหลังทำสัญญา ป้องกันไม่ได้จริง กระทบการส่งมอบรายการใดและช่วงใด รวมถึงข้อกำหนดแจ้งเหตุและลดผลกระทบในสัญญา หากยังมีวิธีส่งของจากแหล่งอื่น หรือปัญหาเกิดจากการบริหารงานของผู้ขายเอง คำตอบอาจต่างออกไป

กรณีไหนควรใช้วิธีตรวจนี้

ใช้กับผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างที่มีสัญญาส่งสินค้า งานผลิต หรือบริการตามกำหนด แต่คู่ค้าขอเลื่อนเพราะภัยธรรมชาติ คำสั่งรัฐ หรือเหตุขัดข้องรุนแรง หากเป็นเพียงราคาวัตถุดิบสูงขึ้น คนงานไม่พอ หรือขนส่งแพงขึ้น อย่าเพิ่งจัดเป็นเหตุสุดวิสัย ต้องตรวจข้อเท็จจริงและสัญญาแยกต่างหาก

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  1. เปิดสัญญาและใบสั่งซื้อ เทียบกำหนดส่ง สถานที่ส่ง หน้าที่แจ้งเหตุ ระยะเวลาแจ้ง และสิทธิเลื่อนหรือยกเลิก
  2. ขอหนังสือชี้แจงจากคู่ค้าให้ระบุวันเริ่มเหตุ สถานที่ที่ได้รับผล สินค้าที่ได้รับผล และหลักฐานจากหน่วยงานหรือระบบงานที่เกี่ยวข้อง
  3. ขอแผนส่งมอบใหม่ แยกรายการที่ส่งได้กับส่งไม่ได้ และถามว่ามีการผลิตจากสถานที่อื่นหรือจัดหาทดแทนได้หรือไม่
  4. แจ้งผลกระทบที่เกิดกับธุรกิจของคุณเป็นลายลักษณ์อักษร เก็บใบสั่งซื้อปลายทาง ค่าใช้จ่ายเพิ่ม และการสื่อสารทั้งหมด
  5. ก่อนตอบตกลงเลื่อนหรือบอกเลิก ให้ทำบันทึกเป็นหนังสือว่ากำหนดใหม่ เงินที่ชำระแล้ว งานค้าง และสิทธิเรียกร้องเดิมจะเป็นอย่างไร

ถ้าประเด็นหลักคือส่งงานช้าโดยไม่มีเหตุที่ตรวจได้ ให้ดู ขั้นตอนเมื่อคู่ค้าส่งงานช้า ส่วนหลักเกณฑ์สินค้าและจุดโอนความเสี่ยงดู สัญญาซื้อขายสินค้า

เอกสารที่ควรเตรียม

  • สัญญา ใบสั่งซื้อ ข้อกำหนดสินค้าและกำหนดส่ง: ใช้ระบุหน้าที่เดิม
  • หนังสือแจ้งเหตุ รูปถ่าย รายงานโรงงานหรือขนส่ง: ใช้ตรวจว่าเหตุเกิดจริงและกระทบงานส่วนใด
  • หลักฐานการจ่ายเงินและส่งมอบบางส่วน: ใช้คำนวณยอดค้างและของที่ยังต้องรับ
  • สัญญากับลูกค้าปลายทางและค่าใช้จ่ายจัดหาทดแทน: ใช้ประเมินผลกระทบที่พิสูจน์ได้

ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และข้อผิดพลาดที่พบ

เวลาตรวจขึ้นกับความครบของหลักฐานและจำนวนผู้เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายอาจมีค่าตรวจเอกสาร ค่าเก็บหลักฐาน หรือค่าทนายหากต้องเจรจาหรือฟ้องคดี ไม่มีตัวเลขเดียวใช้ได้ทุกกรณี ควรประเมินจากสัญญาและมูลค่าความเสียหายก่อน

ข้อผิดพลาดสำคัญคือยอมรับข้ออ้างทันทีโดยไม่ได้ดูหลักฐาน รับกำหนดใหม่ทางโทรศัพท์โดยไม่ยืนยันเป็นหนังสือ หรือหักเงินคู่ค้าเองทั้งที่ยอดและสิทธิยังพิพาทกัน การเปลี่ยนแปลงข้อตกลงควรระบุให้ชัดว่าไม่ใช่การสละสิทธิเรียกร้องใดโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อไรควรให้ทนายเข้าดูแล และช่วยอะไรได้บ้าง

ให้ทนายตรวจเมื่อเงินมัดจำสูง มีลูกค้าปลายทางทวงค่าปรับ คู่ค้าอ้างเหตุโดยไม่ส่งหลักฐาน หรือกำลังจะบอกเลิกสัญญา ทนายช่วยเทียบข้อสัญญากับลำดับเหตุการณ์ ตรวจหนังสือแจ้งเหตุ ประเมินสิทธิบอกเลิก ร่างหนังสือสงวนสิทธิ และเจรจาข้อตกลงส่งมอบใหม่ หากจำเป็นจึงเตรียมคำฟ้องหรือคำให้การ หลักทั่วไปเรื่องสิทธิเลิกสัญญาอ่านได้ที่ การบอกเลิกสัญญาให้ถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย

น้ำท่วมเป็นเหตุสุดวิสัยทุกครั้งไหม

ไม่ใช่ทุกครั้ง ต้องดูความรุนแรง ความคาดหมายได้ การป้องกัน ผลที่เกิดกับหน้าที่ส่งมอบ และข้อสัญญาที่ตกลงกัน

ผู้ซื้อบอกเลิกได้ทันทีหรือไม่

ต้องตรวจสิทธิในสัญญาและกฎหมายก่อน เหตุขัดข้องชั่วคราวกับการส่งมอบที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงอาจให้ผลต่างกัน

คู่มือและบริการที่เกี่ยวข้อง

ดูภาพรวมเงื่อนไขสัญญาใน คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ หรือดูขอบเขตงาน บริการตรวจและร่างสัญญา

📚 แหล่งกฎหมาย

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

ส่งคำว่า “เหตุสุดวิสัย” พร้อมสัญญาและหนังสือแจ้งเหตุทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อให้ตรวจรายการเอกสารเบื้องต้น

Scroll