คู่ค้าขอเปลี่ยนลูกหนี้ หนี้เก่าและหลักประกันยังอยู่ไหม

คู่ค้าขอเปลี่ยนลูกหนี้ หนี้เก่าและหลักประกันยังอยู่ไหม

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · ตรวจข้อมูล 29 ตุลาคม 2569

คู่ค้าค้างเงินแล้วขอให้บริษัทอีกแห่งรับหนี้แทน พร้อมส่งเอกสารให้เซ็นว่า “ลูกหนี้เดิมพ้นความรับผิด” แม้คนรับช่วงจะรับปากว่าจะจ่ายครบ แต่ก่อนเซ็นต้องรู้ว่ากำลังเพิ่มคนช่วยจ่าย หรือกำลังปล่อยลูกหนี้เดิมและหลักประกันออกจากหนี้

การเปลี่ยนลูกหนี้อาจเป็นการแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งทำให้หนี้เดิมระงับตามมาตรา 349 และ 350 แต่การมีบุคคลอื่นโอนเงินหรือรับปากช่วยจ่ายยังไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ทุกกรณี ต้องตรวจข้อตกลงว่าปลดลูกหนี้เดิมหรือไม่ และจัดการจำนอง จำนำ รวมถึงสัญญาค้ำให้ถูกต้องก่อนลงนาม เพราะหลักประกันเดิมไม่ได้ติดตามหนี้ใหม่ไปทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

กรณีของใครบ้างที่เข้าข่าย

บทความนี้เป็นแนวทางตรวจเอกสารก่อนตกลงเปลี่ยนผู้รับผิดในหนี้เงิน เหมาะกับเจ้าหนี้การค้า ผู้รับจ้าง และบริษัทที่กำลังปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนการโอนทั้งสัญญาซึ่งยังมีงานหรือหน้าที่ต้องทำต่อ ต้องตรวจสิทธิและหน้าที่ส่วนอื่นแยกด้วย

  • ลูกหนี้ขอให้บริษัทในเครือรับยอดค้างและออกตารางผ่อนใหม่
  • ผู้ซื้อกิจการจะรับหนี้ของผู้ขาย และขอให้เจ้าหนี้ปล่อยผู้ขายจากความรับผิด
  • มีบุคคลที่สามรับปากจ่ายแทน แต่เอกสารไม่ชัดว่าลูกหนี้เดิมยังต้องรับผิดหรือไม่
  • เจ้าหนี้ยอมเปลี่ยนลูกหนี้โดยเข้าใจว่าที่ดินจำนองและผู้ค้ำเดิมยังอยู่ครบ

หากแค่เปลี่ยนกรรมการ เปลี่ยนชื่อบริษัท หรือเปลี่ยนบัญชีรับจ่าย โดยนิติบุคคลลูกหนี้ยังเป็นรายเดิม ไม่ควรเรียกว่าเปลี่ยนลูกหนี้ ต้องเริ่มจากเลขทะเบียนนิติบุคคลและตัวคู่สัญญาที่แท้จริง

สิ่งที่ควรทำก่อนเซ็นเปลี่ยนลูกหนี้

  1. รวบรวมสัญญาเดิม ใบส่งมอบงาน ใบแจ้งหนี้ และหลักฐานชำระ จัดยอดคงเหลือแยกเงินต้น ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย ระบุยอดที่ยังโต้แย้งไว้ต่างหาก
  2. ตรวจตัวตนและอำนาจลงนามของลูกหนี้ใหม่ ขอหนังสือรับรองนิติบุคคลและเอกสารอำนาจที่เป็นปัจจุบัน อย่าดูเพียงชื่อทางการค้าหรือโลโก้ที่คล้ายกัน
  3. ทำรายการหลักประกันทุกชิ้น โดยระบุเจ้าของทรัพย์ หนี้ที่ประกัน วงเงิน วันจดทะเบียน และผู้ค้ำแต่ละราย
  4. ขอร่างข้อตกลงฉบับเต็ม แล้วทำเครื่องหมายข้อความเกี่ยวกับการปลดหนี้เดิม วันมีผล การคืนเอกสาร และการคืนหลักประกัน
  5. ตรวจความสามารถชำระของผู้รับหนี้ใหม่จากข้อมูลที่ขอได้โดยชอบ เช่น งบการเงินและหลักฐานแหล่งเงิน อย่าอาศัยคำยืนยันจากลูกหนี้เดิมเพียงฝ่ายเดียว
  6. ให้ทนายวางลำดับการลงนาม ความยินยอมของเจ้าของหลักประกัน และการจดทะเบียนที่จำเป็น ก่อนส่งมอบหรือปลดเอกสารเดิม

ต้องแยก “ช่วยจ่าย” ออกจาก “เปลี่ยนตัวคนเป็นหนี้”

คนอื่นจ่ายแทนลูกหนี้ได้ในบางกรณีโดยไม่เปลี่ยนตัวผู้เป็นหนี้ หากบริษัทในเครือโอนเงินบางงวด สิ่งที่ควรทำคือระบุว่าจ่ายแทนหนี้ของใคร ตัดใบแจ้งหนี้ใด และเหลือยอดเท่าใด การรับเงินอย่างเดียวไม่ควรถูกนำไปสรุปว่าคุณยอมปลดลูกหนี้เดิมแล้ว

แต่ถ้าเอกสารมีเจตนาให้ลูกหนี้ใหม่เข้ารับแทนและให้หนี้เดิมระงับ เรื่องนี้อาจเข้าการแปลงหนี้ใหม่ตามมาตรา 349 และ 350 ผลสำคัญคือไม่อาจถือว่ามีหนี้เดิมกับหนี้ใหม่ให้เรียกซ้ำกันเต็มจำนวน

มาตรา 350 เปิดให้ทำสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ใหม่ได้ แต่ห้ามทำขืนใจลูกหนี้เดิม จึงไม่ควรกล่าวว่าต้องมีลายเซ็นทั้งสามฝ่ายเสมอจึงจะเกิดผล อย่างไรก็ตาม การให้ทุกฝ่ายรับรู้เงื่อนไขและบันทึกฐานะของตนชัดเจนช่วยลดข้อพิพาทว่าตกลงรับแทนหรือเพียงช่วยชำระ

หากต้องการให้ลูกหนี้เดิมยังรับผิด ควรออกแบบข้อตกลงตามเจตนานั้นจริง ไม่ใช้หัวข้อ “ลูกหนี้ร่วม” แต่เขียนเนื้อหาปลดคนเดิม หรือใช้คำว่า “รับหนี้แทน” โดยไม่ได้กำหนดผลต่อหนี้เก่า อ่านประกอบเรื่อง เซ็นเป็นลูกหนี้ร่วม ถูกทวงเต็มยอด ต้องจ่ายไหม เพื่อแยกฐานะคนรับผิดเต็มหนี้จากผู้ค้ำ

จำนอง จำนำ และผู้ค้ำเดิมต้องตรวจแยกกัน

มาตรา 352 กำหนดเรื่องการโอนสิทธิจำนำหรือจำนองจากหนี้เดิมไปยังหนี้ใหม่ได้เพียงเท่าที่เป็นประกันวัตถุแห่งหนี้เดิม หากบุคคลภายนอกเป็นผู้ให้หลักประกัน ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลนั้นด้วย ข้อความในสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ใหม่อย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ

สำหรับจำนอง ต้องตรวจเอกสารจดทะเบียนและวิธีดำเนินการกับสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบ ให้รายละเอียดหนี้และคู่กรณีสอดคล้องกับสิทธิที่ต้องการรักษา อย่าจดปลดจำนองเดิมก่อนโดยคิดว่าจะนำกลับมาจดได้แน่นอน เพราะระหว่างนั้นอาจมีการโอนทรัพย์หรือภาระอื่นเข้ามา

สัญญาค้ำประกันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง มาตรา 698 วางหลักว่าผู้ค้ำหลุดพ้นเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับ หากเกิดการแปลงหนี้ใหม่ที่ทำให้หนี้เดิมสิ้นไป ต้องตรวจฐานสัญญาค้ำสำหรับหนี้ใหม่และข้อจำกัดตามมาตรา 685/1 ไม่ใช่เพียงเติมว่าผู้ค้ำเดิมรับผิดตลอดไปแล้วถือว่าใช้บังคับได้

เจ้าของที่ดินที่ให้จำนองกับผู้ค้ำอาจเป็นคนละคน หรือคนเดียวกันแต่มีสองฐานะ ต้องจัดเอกสารให้ครบแต่ละฐานะ ลายเซ็นในช่องหนึ่งไม่ได้ตอบแทนทุกสิทธิที่กำลังถูกเปลี่ยน

ถ้าลูกหนี้ใหม่ไม่จ่าย กลับไปทวงคนเดิมได้ไหม

หากหนี้เดิมระงับจากการแปลงหนี้ใหม่โดยสมบูรณ์แล้ว การที่ลูกหนี้ใหม่ผิดนัดหรือไม่มีเงินไม่ได้ทำให้หนี้เดิมกลับคืนโดยอัตโนมัติ ความเสี่ยงนี้ควรถูกประเมินก่อนยอมปล่อยคนเดิม

มาตรา 351 กล่าวถึงกรณีหนี้จากการแปลงหนี้ใหม่ไม่เกิดขึ้น หรือถูกยกเลิกเพราะมูลหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเหตุที่คู่กรณีไม่รู้ ซึ่งต่างจากการมีหนี้ใหม่ที่ใช้บังคับได้แต่ลูกหนี้ไม่ชำระ หากจะกำหนดเงื่อนไขว่าการเปลี่ยนลูกหนี้มีผลเมื่อใด ต้องให้ร่างสะท้อนลำดับที่ต้องการและไม่ขัดกฎหมาย

ตัวอย่างสมมติ: เจ้าหนี้ตกลงปล่อยบริษัทเดิมทันทีที่เซ็น แล้วค่อยรอหลักประกันจากบริษัทใหม่ในเดือนถัดไป หากหลักประกันไม่มา เจ้าหนี้อาจต้องต่อสู้เรื่องเงื่อนไขตามสัญญา แทนที่จะยังมีสิทธิเดิมครบอย่างที่เข้าใจ การทำรายการสิ่งที่ต้องเสร็จก่อนข้อตกลงมีผลจึงสำคัญกว่าคำรับปากว่าจะจัดการภายหลัง

เอกสารที่ควรเตรียม

  • เอกสารคู่กรณี: หนังสือรับรองบริษัท เอกสารผู้ลงนามและหนังสือมอบอำนาจ ใช้ตรวจว่าใครตกลงผูกพันใคร
  • เอกสารหนี้: สัญญาหลัก ใบแจ้งหนี้ ใบส่งงานและรายการรับเงิน ใช้ยืนยันยอดและที่มาของหนี้
  • เอกสารทรัพย์และผู้ค้ำ: สัญญาจำนอง จำนำ ค้ำประกัน และรายการทะเบียน ใช้ตรวจสิทธิที่ต้องรักษาหรือจัดใหม่
  • เอกสารข้อพิพาท: ร่างรับโอนหนี้ หนังสือปลดหนี้ การเจรจาและเงื่อนไขอนุมัติ ใช้ตรวจเจตนาและวันเกิดผล
  • กรณีคู่กรณีเป็นบุคคลที่เสียชีวิต: เพิ่มเอกสารเจ้ามรดก ทายาทและผู้จัดการมรดกตามฐานะผู้ดำเนินการ ไม่ใช้ชุดนี้แทนเอกสารนิติบุคคล

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

งานที่มีเพียงหนี้เงินไม่ซับซ้อนเท่าการมีจำนองหลายแปลง ผู้ค้ำหลายราย หรือเจ้าของทรัพย์อยู่ต่างประเทศ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับการตรวจยอด การอนุมัติของแต่ละบริษัท และการทำเอกสารหรือจดทะเบียนหลักประกัน

ค่าเอกสารและค่าธรรมเนียมราชการต้องตรวจตามธุรกรรมจริง แยกจากค่าประเมินทรัพย์และค่าทนายในการตรวจหรือร่างสัญญา จึงต้องประเมินจากเอกสารก่อนระบุตัวเลข การเจรจายังไม่สำเร็จไม่ทำให้กำหนดฟ้องหรือกำหนดในคดีเดิมหยุดเดินเอง

ข้อผิดพลาดที่พบ

  • คืนต้นฉบับสัญญาหรือปลดหลักประกันก่อนรับสิ่งทดแทน ทำให้สิทธิเดิมเสียไปก่อนข้อตกลงใหม่พร้อม
  • เชื่อว่าบริษัทในเครือมีฐานะและทรัพย์สินชุดเดียวกัน ทั้งที่เป็นคนละนิติบุคคล
  • ให้ลูกหนี้ใหม่รับเฉพาะเงินต้น แต่ไม่ระบุว่าดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายเดิมจัดการอย่างไร
  • ใช้เอกสารโอนสัญญาทั่วไปกับหนี้ที่มีผู้ค้ำ โดยไม่ตรวจผลให้ผู้ค้ำหลุดพ้น

จุดที่ควรให้ทนายเข้าดูแล

ควรให้ทนายตรวจตั้งแต่มีข้อความปลดหนี้เดิม มีหลักประกันจากคนอื่น หรือคู่ค้าขอเซ็นทันทีโดยไม่ให้ตรวจฐานะผู้รับหนี้ หากมีคดีอยู่แล้ว ต้องตรวจผลต่อคู่ความ คำขอและข้อตกลงในคดีด้วย ไม่ควรใช้เอกสารเจรจานอกศาลแทนการจัดการกระบวนพิจารณาที่จำเป็น

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายตรวจว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือข้อตกลงประเภทอื่น ตรวจยอดและอำนาจลงนาม วางเงื่อนไขก่อนสัญญามีผล ร่างเอกสารความยินยอมของเจ้าของหลักประกัน และประสานขั้นตอนจดทะเบียนตามขอบเขตที่ตกลง หากอีกฝ่ายผิดนัดแล้วจะประเมินสิทธิจากสัญญาที่เกิดขึ้นจริง

ใช้ คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026 เป็นภาพรวมก่อนเลือกรูปแบบเอกสาร หากมีการย้ายหน้าที่ทำงานทั้งสัญญาให้ดู คู่ค้าขอโอนสัญญาให้บริษัทอื่น ต้องยอมหรือไม่ ตรวจอะไร ส่วนงานตรวจร่างก่อนลงนามอยู่ใน บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทใหม่จ่ายมาแล้วหนึ่งงวด เท่ากับเปลี่ยนลูกหนี้หรือไม่

ยังสรุปไม่ได้ ต้องดูข้อตกลงและหลักฐานว่าจ่ายแทนหรือรับหนี้ใหม่จนหนี้เดิมระงับ ควรทำใบรับเงินให้ระบุหนี้ที่นำไปตัดอย่างชัดเจน

คนเดิมกับคนใหม่ตกลงกันเอง เจ้าหนี้ต้องยอมหรือไม่

ข้อตกลงระหว่างสองคนนั้นไม่ทำให้เจ้าหนี้ต้องยอมปล่อยสิทธิที่มีต่อคนเดิมโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจว่าเจ้าหนี้ได้ตกลงเรื่องใดและผ่านผู้มีอำนาจหรือไม่

เขียนว่าหลักประกันเดิมยังอยู่เพียงประโยคเดียวพอไหม

ไม่ควรถือว่าเพียงพอ ต้องแยกชนิดหลักประกัน ผู้ให้หลักประกัน ความยินยอม และแบบหรือการจดทะเบียนที่กฎหมายกำหนด

ติดต่อเพื่อตรวจเอกสาร

ส่งคำว่า “เปลี่ยนลูกหนี้” พร้อมประเภทหนี้และรายการหลักประกัน ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารสำหรับตรวจข้อตกลงก่อนลงนาม

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

แหล่งกฎหมายที่ใช้จัดทำบทความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349–352 และ 698; มาตรา 685/1 ประกอบการตรวจสัญญาค้ำ ตรวจข้อมูลวันที่ 29 ตุลาคม 2569

Scroll