เดิมฝนตกแล้วน้ำระบายออกได้ แต่หลังแปลงข้างบ้านถมสูงขึ้น น้ำกลับไหลเข้าลานและขังในโรงรถ เจ้าของที่ดินข้างเคียงบอกว่าเป็นที่ของเขาจะถมสูงเท่าไรก็ได้
ก่อนก่อกำแพงปิดน้ำกลับ ต้องตรวจให้รู้ว่าน้ำมาจากไหนและควรขอให้ใครเข้าตรวจ
เจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้ที่ของตน แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อนเกินสมควรและกฎระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง ผู้เสียหายอาจขอให้แก้ไขและเรียกค่าทดแทนได้เมื่อเข้าเงื่อนไข ต้องแยกน้ำที่ไหลตามธรรมดาตามมาตรา 1339 ออกจากความเสียหายจากการเปลี่ยนพื้นที่หรือการระบาย หากอยู่ในท้องที่ที่ พ.ร.บ.การขุดดินและถมดินใช้บังคับ ยังต้องตรวจมาตรา 26–29 และข้อกำหนดท้องถิ่นด้วย การมีใบรับแจ้งไม่ได้ตอบแทนว่าก่อความเสียหายแก่เพื่อนบ้านได้
ใช้กับเจ้าของบ้าน เจ้าของที่ดินหรือกิจการที่ได้รับน้ำจากแปลงข้างเคียงหลังมีการถมดิน ปรับลาด หรือเปลี่ยนระบบระบาย รวมถึงกรณียังไม่ท่วมแต่มีหลักฐานว่าการทำงานอาจก่อความเสียหาย
ผู้เช่าหรือผู้ครอบครองควรแจ้งเจ้าของทรัพย์ร่วมจัดเอกสารสิทธิและแยกความเสียหายของตนเองออกจากตัวอาคาร หากเป็นน้ำจากถนนหรือท่อสาธารณะ ต้องตรวจหน่วยงานดูแลและต้นเหตุเพิ่มเติม ไม่ด่วนสรุปว่าเกิดจากแปลงที่สูงที่สุด
การขุดดิน กำแพงกันดิน หรือสิ่งปลูกสร้างรุกแนวเขตอาจมีข้อกำหนดเฉพาะอีกชุด ต้องประเมินแยกจากทางน้ำ แม้พบพร้อมกันในพื้นที่เดียว
มาตรา 1339 วางหลักว่าที่ดินต้องรับน้ำซึ่งไหลตามธรรมดาจากที่สูง แต่การจะอ้างหลักนี้ต้องพิสูจน์สภาพทางน้ำจริง ไม่ใช่เพียงชี้ว่าบ้านผู้เสียหายต่ำกว่า การถมดินใหม่หรือเปลี่ยนทิศระบายเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจว่าเพิ่มหรือเปลี่ยนภาระอย่างไร
มาตรา 1340 กล่าวถึงน้ำที่ระบายจากที่สูงในกรณีซึ่งก่อนระบายเคยไหลตามธรรมดาเข้าที่ต่ำอยู่แล้ว หากเกิดความเสียหาย เจ้าของที่ต่ำอาจเรียกให้จัดทางระบายออกไปถึงทางน้ำหรือท่อสาธารณะและรับผิดค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข โดยไม่ตัดสิทธิเรียกค่าทดแทน
สิทธิของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 1337 ยังใช้พิจารณาความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินที่ควรคาดหมายตามสภาพและตำแหน่งทรัพย์ ส่วนการเรียกค่าสินไหมจากการจงใจหรือประมาทต้องตรวจองค์ประกอบละเมิดและความสัมพันธ์กับความเสียหายด้วย
ตัวอย่างสมมติ ก่อนถมดินน้ำระบายผ่านร่องเดิม แต่ภายหลังมีการกลบร่องและวางท่อหันเข้ารั้วอีกบ้าน ภาพร่องเก่ากับหลักฐานการเปลี่ยนท่อจะช่วยตรวจสาเหตุได้ตรงกว่าข้อความว่าฝนตกทีไรบ้านท่วม หากทั้งซอยท่วมจากท่อสาธารณะอุดตัน ต้องตรวจส่วนนั้นด้วย
ในท้องที่ซึ่งกฎหมายขุดดินและถมดินใช้บังคับ มาตรา 26 กำหนดหน้าที่จัดการระบายน้ำเมื่อถมเป็นเนินสูงกว่าที่ดินต่างเจ้าของข้างเคียงตามเงื่อนไข แม้พื้นที่ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร ส่วนพื้นที่เกินเกณฑ์หรือเกินขนาดที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดต้องตรวจหน้าที่แจ้งด้วย เกณฑ์ท้องถิ่นอาจต่ำกว่าสองพันตารางเมตร
จึงควรถามทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ ระดับดิน และประกาศที่ใช้ในตำบลหรือเขตนั้น ไม่ตอบเหมารวมว่าที่แปลงเล็กถมได้โดยไม่ต้องรับผิด การใช้บังคับในแต่ละพื้นที่ต้องตรวจตามมาตรา 3 และกฎหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 29 เปิดทางให้ผู้เสียหายหรือผู้มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเสียหายจากการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามบทที่ระบุ ร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเข้าตรวจได้ การสั่งหยุด ป้องกันหรือแก้ไขเป็นอำนาจตามเงื่อนไขกฎหมาย ไม่ใช่ว่ายื่นคำร้องแล้วงานต้องหยุดทุกกรณี
ระบุตำแหน่งแปลง จุดสังเกตและข้อมูลติดต่อผู้ร้อง อธิบายสิ่งที่เปลี่ยนก่อนเกิดเหตุ พร้อมวันเวลาและภาพแนบ ขอให้ตรวจข้อเท็จจริงและการปฏิบัติตามกฎหมายโดยระบุอันตรายที่พบ หากทราบเลขที่ใบรับแจ้งหรือชื่อผู้ทำงานให้แนบ แต่ไม่ต้องเดาข้อมูลที่ไม่รู้
เก็บสำเนาคำร้อง เลขรับและชื่อหน่วยงานที่รับไว้ เมื่อติดตามให้ใช้เลขเดิมและส่งหลักฐานเหตุใหม่เพิ่ม หากหน่วยงานแจ้งว่าไม่ใช่อำนาจ ให้ขอข้อมูลหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือคำชี้แจงเป็นหนังสือเท่าที่ทำได้
การร้องเรียนไม่ใช่คำพิพากษาให้ชดใช้เงิน ค่าเสียหายยังต้องรวบรวมและใช้สิทธิตามฐานที่เกี่ยวข้อง หากต้องตกลงทำท่อผ่านที่ผู้อื่น ต้องตรวจสิทธิและความยินยอม ไม่ให้ช่างพาดท่อข้ามแปลงโดยถือว่าจำเป็นจึงทำได้เอง
การเข้าตรวจและแก้ไขขึ้นกับความเร่งด่วน สภาพฝน จำนวนแปลงที่ได้รับผล และการต้องออกแบบระบบระบาย การร้องเรียนกับการเรียกค่าเสียหายอาจดำเนินคนละทาง จึงไม่ควรรอทางหนึ่งจนไม่ตรวจสิทธิอีกทาง
กรณีเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด มาตรา 448 มีหลักหนึ่งปีนับแต่รู้การละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือสิบปีนับแต่ทำละเมิด พร้อมข้อยกเว้นเกี่ยวกับอายุความอาญา แต่เหตุที่เกิดต่อเนื่องและคำขอให้ระงับการรบกวนต้องให้ทนายตรวจแยก ไม่เริ่มนับเองจากวันถมดินเพียงวันเดียว
ค่าใช้จ่ายบุคคลภายนอกอาจเป็นค่าสำรวจระดับ ค่าผู้ตรวจและงานป้องกันฉุกเฉิน ค่าทนายขึ้นกับงานร้องเรียน เจรจาหรือคดี ค่าธรรมเนียมราชการและศาลตรวจเมื่อทราบกระบวนการที่ใช้ ไม่มีช่วงราคาที่ใช้แทนการประเมินเอกสารและพื้นที่จริงได้
ควรให้ทนายตรวจเมื่อยังถมต่อทั้งที่มีหลักฐานเสี่ยงเสียหาย เกิดข้อโต้แย้งว่าเป็นน้ำธรรมชาติ เจ้าของแปลงกับผู้รับเหมาปัดความรับผิดกัน หรือมีคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตาม หากมีความเสี่ยงโครงสร้างให้ประสานผู้ชำนาญและหน่วยงานเร่งด่วนควบคู่ ไม่รอขั้นตอนเอกสารอย่างเดียว
เมื่อปัญหาพ่วงแนวเขต ให้แยกตรวจ ข้อพิพาทสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ กับหลักฐานรังวัด วิธีเตรียมเอกสารเกี่ยวกับพื้นที่ดู การรังวัดสอบเขตและเอกสารที่ต้องใช้ โดยปรับผู้ยื่นให้ตรงสถานะเจ้าของในคดีจริง
ทนายตรวจผู้มีสิทธิร้องและผู้ที่อาจต้องรับผิด เรียงหลักฐานสาเหตุ ร่างหนังสือขอแก้ไขหรือคำร้องท้องถิ่น ประสานประเด็นให้ผู้ตรวจด้านวิศวกรรม และเจรจาข้อตกลงที่ระบุแบบทางน้ำ ผู้รับค่าใช้จ่ายกับการตรวจรับได้ชัด หากจำเป็นจึงประเมินการฟ้องและมาตรการคุ้มครองตามเงื่อนไข
ทนายไม่รับรองว่ายื่นเรื่องแล้วจะได้คำสั่งหยุดงานหรือชนะคดี ต้องดูหลักฐานของแต่ละพื้นที่ สามารถตรวจขอบเขต บริการคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ และเลือกเรื่องใกล้เคียงจาก คู่มือกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ใบรับแจ้งไม่ได้พิสูจน์ว่าการทำจริงไม่ก่อความเสียหาย ผู้ร้องควรส่งหลักฐานให้ตรวจการดำเนินงานกับข้อกำหนด และแยกสิทธิเรียกค่าเสียหายตามข้อเท็จจริง
หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าอาจเสียหายและเข้าเงื่อนไขมาตรา 29 สามารถร้องขอให้ตรวจได้ ควรแสดงข้อเท็จจริงเรื่องระดับดินหรือทางระบายที่เสี่ยง ไม่ใช่เพียงคัดค้านเพราะไม่ต้องการให้มีการถม
ไม่เสมอ เรื่องระบายน้ำและการควบคุมถมดินต้องเริ่มตรวจอำนาจท้องถิ่นและสิทธิแพ่ง หากมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดอื่นหรืออันตรายฉุกเฉินจึงประเมินช่องทางที่ตรงเหตุเพิ่มเติม
ส่งคำว่า "ถมดินน้ำท่วม" พร้อมจังหวัด เขตหรือตำบล และวันที่เริ่มได้รับผลกระทบ ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อให้สำนักงานแจ้งรายการหลักฐานสำหรับตรวจสิทธิ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337, 1339–1340 เรื่องข้อจำกัดสิทธิเจ้าของที่ดินและการระบายน้ำ มาตรา 420 และ 448 เรื่องละเมิดและอายุความ พร้อม พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 3, 26–29 เรื่องท้องที่ใช้บังคับ การระบายน้ำและคำร้องให้ตรวจ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่โดย ศอ.บต.
พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 ฉบับเผยแพร่โดยกรมที่ดิน