เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: หนังสือมอบอำนาจคือเอกสารที่ "ตัวการ" มอบให้ "ตัวแทน" ไปทำการแทนตามกฎหมายลักษณะตัวแทน (ป.พ.พ.) จุดที่ทำให้ปลอดภัยหรือเสี่ยงอยู่ที่ การระบุขอบเขตอำนาจให้ชัดเจน ไม่กว้างเกินจำเป็น ไม่เว้นช่องว่างให้เติมเอง ระบุตัวบุคคล เรื่อง และระยะเวลาให้แน่นอน และปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง หนังสือมอบอำนาจที่หละหลวมเสี่ยงถูกนำไปใช้เกินเจตนา ถูกสวมสิทธิ หรือถูกปลอมแปลง โดยเฉพาะการมอบอำนาจโอนที่ดินหรือทำนิติกรรมสำคัญ บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ
การปิดอากรแสตมป์เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปใบมอบอำนาจให้ทำการครั้งเดียวและให้ทำการมากกว่าครั้งเดียวมีอัตราอากรต่างกัน (โดยทั่วไป 10 หรือ 30 บาทตามลักษณะการมอบอำนาจ) ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันและปิดให้ครบเพื่อให้ใช้เป็นพยานหลักฐานได้สมบูรณ์
หนังสือมอบอำนาจที่เขียนกว้างหรือเซ็นทิ้งไว้โดยเว้นช่องว่าง อาจถูกนำไปใช้เกินกว่าที่ตั้งใจ เช่น มอบให้ไปติดต่อราชการแต่ถูกนำไปโอนทรัพย์ หรือถูกเติมข้อความและปลอมแปลงเพื่อทำนิติกรรมที่เจ้าของไม่ยินยอม ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงและคดีปลอมเอกสาร ดูความผิดเรื่องนี้ที่ ปลอมเอกสาร-ปลอมลายมือชื่อ ในธุรกิจ
ข้อควรระวังเป็นพิเศษ: อย่าเซ็นหนังสือมอบอำนาจเปล่าที่ยังไม่กรอกข้อความ อย่ามอบสำเนาบัตรประชาชนโดยไม่เขียนกำกับว่าใช้เพื่อการใด และตรวจสอบผู้รับมอบอำนาจให้แน่ใจ การมอบอำนาจทำนิติกรรมที่ดินควรใช้แบบฟอร์มของกรมที่ดินและระบุแปลงให้ชัด เทียบกับการทำสัญญาซื้อขายที่ดินที่ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
หากต้องใช้หนังสือมอบอำนาจในต่างประเทศ หรือคู่กรณีเป็นชาวต่างชาติ มักต้องมีการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความที่เป็นผู้รับรองเอกสาร (Notarial Services Attorney) และอาจต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศหรือสถานทูตเพิ่มเติม รายละเอียดเรื่องการรับรองเอกสารดูที่ Notary Public รับรองเอกสารในไทย ซึ่งสำคัญมากสำหรับลูกค้าที่ทำธุรกรรมข้ามประเทศ
หนังสือมอบอำนาจใช้ได้หลายสถานการณ์ แต่ละกรณีควรระบุขอบเขตให้ตรงกับงานนั้นโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ฉบับกว้าง ๆ ฉบับเดียวกับทุกเรื่อง เพราะยิ่งกว้างยิ่งเสี่ยง
แต่ละกรณีมีแบบฟอร์มและข้อกำหนดเฉพาะ เช่น การมอบอำนาจที่กรมที่ดินมักต้องใช้แบบของกรมที่ดินและมีพยานตามที่กำหนด การให้ทนายตรวจหรือร่างให้ตรงกับงานช่วยให้เอกสารปลอดภัยและใช้ได้จริง ลดโอกาสถูกปฏิเสธหรือถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
เมื่อผู้มอบอำนาจเป็นบริษัทหรือนิติบุคคล ต้องระวังเพิ่มขึ้น เพราะการลงนามต้องทำโดย "กรรมการผู้มีอำนาจ" ตามที่ระบุในหนังสือรับรองบริษัท และลงนามให้ครบเงื่อนไข เช่น ต้องลงนามร่วมกันกี่คน พร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท (ถ้าข้อบังคับกำหนด)
หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลที่ลงนามไม่ครบหรือไม่ตรงกับผู้มีอำนาจ อาจถูกปฏิเสธหรือถูกโต้แย้งความสมบูรณ์ภายหลัง การให้ทนายตรวจสอบอำนาจลงนามก่อนทุกครั้งจึงช่วยป้องกันปัญหาได้มาก
โดยทั่วไปควรมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 1-2 คน และสำหรับการมอบอำนาจทำนิติกรรมบางประเภท เช่น ที่กรมที่ดิน ควรใช้แบบฟอร์มและจำนวนพยานตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด เพื่อให้เอกสารใช้ได้สมบูรณ์
หนังสือมอบอำนาจที่ไม่ปิดอากรแสตมป์ให้ครบอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลไม่ได้จนกว่าจะปิดและขีดฆ่าอากรให้ถูกต้องพร้อมเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย จึงควรปิดอากรให้ครบตั้งแต่ต้น
โดยหลักตัวการเพิกถอนการมอบอำนาจได้ แต่ควรแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังตัวแทนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้หนังสือมอบอำนาจเดิมทำการต่อ การเก็บหลักฐานการเพิกถอนจึงสำคัญ
หากตัวแทนทำเกินขอบอำนาจหรือมีการปลอมแปลง ผู้เสียหายอาจดำเนินคดีอาญาฐานปลอมเอกสารหรือฉ้อโกง และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ ควรรวบรวมหลักฐานและปรึกษาทนายโดยเร็ว เพราะบางความผิดมีอายุความที่ต้องรีบดำเนินการ
หนังสือมอบอำนาจที่หละหลวมอาจถูกใช้เกินเจตนาจนเสียทรัพย์ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายด้านสัญญาและรับรองเอกสารของเราช่วยร่างหนังสือมอบอำนาจให้รัดกุม รับรองเอกสารสำหรับใช้ในและต่างประเทศ และดำเนินคดีกรณีถูกใช้อำนาจโดยมิชอบ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor