เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: ความต่างหลักอยู่ที่ "กรรมสิทธิ์" — จำนอง ผู้จำนองยังเป็นเจ้าของที่ดิน เพียงเอาที่ดินเป็นประกันหนี้ เจ้าหนี้ต้องฟ้องบังคับจำนองและขายทอดตลาดจึงเอาทรัพย์ได้ ส่วน ขายฝาก กรรมสิทธิ์ในที่ดิน โอนไปยังผู้ซื้อฝากทันที ที่ทำสัญญา ผู้ขายฝากเพียงมีสิทธิ "ไถ่คืน" ภายในกำหนด ถ้าไม่ไถ่ทันที่ดินตกเป็นของผู้ซื้อฝากเด็ดขาด — ขายฝากจึงเสี่ยงเสียที่ดินง่ายกว่าจำนองมาก ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 มาช่วยคุ้มครองผู้ขายฝาก บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
| ประเด็น | จำนอง | ขายฝาก |
|---|---|---|
| กรรมสิทธิ์ที่ดิน | ยังเป็นของผู้จำนอง | โอนไปผู้ซื้อฝากทันที |
| เจ้าหนี้/ผู้รับเอาทรัพย์ | ต้องฟ้องบังคับจำนอง+ขายทอดตลาด | ได้ที่ดินเด็ดขาดถ้าไม่ไถ่ทันกำหนด |
| ความเสี่ยงเสียที่ดิน | ต่ำกว่า (ผ่านศาล) | สูงกว่า (หลุดเมื่อพ้นกำหนดไถ่) |
| การใช้ประโยชน์ที่ดิน | ผู้จำนองใช้ต่อได้ | ผู้ขายฝาก(ที่อยู่อาศัย/เกษตร)ใช้ต่อได้ตาม พ.ร.บ.2562 |
เนื่องจากขายฝากที่ดินทำให้ประชาชนเสียที่ดินกันมาก จึงมีพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 มาเพิ่มการคุ้มครอง โดยใช้กับการขายฝาก "ที่ดินเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย" ที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา สาระสำคัญ เช่น ผู้ขายฝากยัง มีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน มีการกำหนดกรอบเวลาการไถ่ การควบคุมสินไถ่และผลประโยชน์ตอบแทนไม่ให้สูงเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และกำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนดไถ่ เพื่อให้ผู้ขายฝากมีโอกาสไถ่คืน
ระวังขายฝากแฝงดอกเบี้ยสูง: ขายฝากบางครั้งถูกใช้แทนการกู้เงินดอกเบี้ยสูง ทำให้ผู้ที่เดือดร้อนเงินเสียที่ดินทั้งแปลงเพราะไถ่ไม่ทัน ก่อนตัดสินใจขายฝากควรเปรียบเทียบกับการกู้แบบจำนอง และอ่านสัญญาให้ละเอียด รายละเอียดอัตราสินไถ่และกรอบเวลาควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดิน/ทนายตามกฎหมายปัจจุบัน
ถ้าต้องการใช้ที่ดินเป็นหลักประกันเงินกู้โดยยังเป็นเจ้าของอยู่และเสี่ยงน้อยกว่า "จำนอง" มักเหมาะกว่า เพราะเจ้าหนี้ต้องผ่านกระบวนการศาลกว่าจะเอาที่ดินไปได้ ส่วน "ขายฝาก" ให้เงินไวแต่เสี่ยงสูงเพราะกรรมสิทธิ์โอนทันทีและหลุดง่ายเมื่อไถ่ไม่ทัน การทำสัญญาเหล่านี้ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน และควรตรวจสอบเอกสารสิทธิให้ชัดก่อน ดูแนวทางตรวจสอบที่ ตรวจสอบโฉนดก่อนซื้อที่ดิน และเรื่องเงื่อนไขสัญญา-การวางเงินที่เกี่ยวข้อง เทียบกับ มัดจำ vs เบี้ยปรับ
กรณีขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยตาม พ.ร.บ. 2562 ผู้ขายฝากมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก ซึ่งเป็นการคุ้มครองที่ต่างจากขายฝากทั่วไปในอดีต
โดยหลักถ้าพ้นกำหนดไถ่และไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ กรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นของผู้ซื้อฝากเด็ดขาด แต่ พ.ร.บ. 2562 กำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และมีกลไกช่วยให้ผู้ขายฝากมีโอกาสไถ่ ควรรีบดำเนินการก่อนครบกำหนดและปรึกษาทนายหากมีปัญหา
ไม่ได้ทันที เจ้าหนี้จำนองต้องฟ้องบังคับจำนองและให้ศาลสั่งขายทอดตลาดก่อน จึงนำเงินมาชำระหนี้ ผู้จำนองยังเป็นเจ้าของจนกว่าจะถึงขั้นขายทอดตลาด การจำนองจึงเสี่ยงเสียบ้านน้อยกว่าขายฝาก
ต้องระวังเป็นพิเศษ ควรทำสัญญาให้อยู่ในกรอบ พ.ร.บ. 2562 (กรณีที่ดินเกษตร/ที่อยู่อาศัย) ตรวจสอบสินไถ่และกำหนดเวลาให้เป็นธรรม และจดทะเบียนให้ถูกต้อง การปรึกษาทนายก่อนเซ็นช่วยป้องกันการเสียที่ดินจากเงื่อนไขที่เอาเปรียบ
ขายฝากผิดเงื่อนไขอาจทำให้เสียที่ดินทั้งแปลง เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง และอัตรา/เงื่อนไขอาจปรับได้ ทีมทนายคดีที่ดินของเราช่วยตรวจ-ร่างสัญญาจำนอง/ขายฝากให้เป็นธรรมและถูกกฎหมาย พร้อมดูแลการไถ่ถอน ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor