5 สัญญาณ กำลังโดนยักยอกทรัพย์มรดก เช็กด่วนก่อนสาย

5 สัญญาณ กำลังโดนยักยอกทรัพย์มรดก เช็กด่วนก่อนสาย

เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2026

ตอบสั้น ๆ: สัญญาณที่บอกว่าคุณอาจกำลัง โดนยักยอกทรัพย์มรดก มี 5 ข้อหลัก คือ (1) ไม่เคยเห็นบัญชีทรัพย์มรดก ทั้งที่กฎหมายให้ลงมือทำภายใน 15 วัน (2) เงินหรือทรัพย์หายไปโดยไม่มีคำอธิบาย (3) ทรัพย์ถูกโอนเข้าชื่อผู้จัดการมรดกเองหรือคนใกล้ชิด (4) บ่ายเบี่ยงไม่ยอมแบ่งทั้งที่ถึงเวลาแล้ว และ (5) ปิดกั้นไม่ให้ทายาทตรวจสอบ เจอข้อใดข้อหนึ่งควรเก็บหลักฐานและปรึกษาทนายทันที เพราะคดีมรดกมีอายุความ บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือจัดการมรดกและทำพินัยกรรม

5 สัญญาณ กำลังโดนยักยอกทรัพย์มรดก - ไทย จีน ลอว์ เฟิร์ม

ทำไมทายาทส่วนใหญ่ "รู้ตัวช้า"

คดียักยอกทรัพย์มรดกแทบไม่เคยเริ่มด้วยเรื่องใหญ่ มันเริ่มจากคำว่า "เดี๋ยวก่อน" "ยังไม่ถึงเวลา" "พี่จัดการให้เอง" ซ้ำ ๆ กันเป็นปี ๆ ในครอบครัวไทยที่ให้ค่ากับความเกรงใจ การถามเรื่องเงินทองกับพี่น้องตัวเองเป็นเรื่องที่หลายคนอึดอัดจนไม่กล้าถาม กว่าจะรู้อีกที ที่ดินก็เปลี่ยนชื่อไปแล้ว เงินในบัญชีก็ถูกถอนหมดแล้ว และบางกรณีก็ล่วงเลยจนใกล้ขาดอายุความ

จุดตั้งต้นที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนคือ ผู้จัดการมรดกไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ เขาเป็นเพียงคนที่ศาลหรือพินัยกรรมตั้งให้มาทำงานแทนกองมรดก มีหน้าที่รวบรวมทรัพย์ ทำบัญชี ชำระหนี้ แล้วแบ่งให้ทายาทตามสิทธิ ใครมีสิทธิได้เท่าไหร่ดูได้ที่ ลำดับทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ ส่วนขั้นตอนและคุณสมบัติของผู้จัดการมรดกอยู่ที่ ตั้งผู้จัดการมรดก ทำอย่างไร

ด้านล่างคือ 5 สัญญาณที่ทีมทนายคดีมรดกเจอซ้ำ ๆ ลองอ่านแล้วเช็กกับสถานการณ์ของตัวเอง

สัญญาณที่ 1 — ไม่เคยเห็น "บัญชีทรัพย์มรดก" เลยสักครั้ง

สัญญาณที่ 1 ไม่เคยเห็นบัญชีทรัพย์มรดก ทั้งที่กฎหมายบังคับให้ทำใน 15 วัน

นี่คือสัญญาณที่ชัดที่สุดและตรวจสอบง่ายที่สุด เพราะกฎหมายเขียนกรอบเวลาไว้ตรง ๆ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1728 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกต้อง ลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วัน นับแต่วันที่กฎหมายกำหนด (เช่น วันที่เริ่มหน้าที่ตามคำสั่งศาล) และ มาตรา 1729 กำหนดให้ทำบัญชีนั้น ให้เสร็จภายใน 1 เดือน โดยต้องทำต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน หากทำไม่ทันจริง ๆ ต้องร้องขอต่อศาลให้ขยายเวลาก่อนครบกำหนด ไม่ใช่เงียบหายไปเฉย ๆ

พูดง่าย ๆ คือ ผ่านไปหลายเดือนหรือเป็นปีแล้วยัง "ไม่มีบัญชีทรัพย์" ให้ทายาทดู นั่นไม่ใช่แค่ความเรื่อยเปื่อย แต่เป็นการไม่ทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย และ มาตรา 1731 ระบุชัดว่า ถ้าผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีภายในเวลาและตามแบบที่กำหนด หรือบัญชีไม่เป็นที่พอใจแก่ศาลเพราะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทุจริต หรือไร้ความสามารถอย่างเห็นได้ชัด ศาลจะถอนผู้จัดการมรดกเสียก็ได้

ทำอะไรได้ทันที: ส่งหนังสือขอดูบัญชีทรัพย์มรดกเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งแบบไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งทางแชตที่เก็บหลักฐานได้ เพราะ "การไม่ตอบ" ก็เป็นพยานหลักฐานชิ้นหนึ่งเช่นกัน

สัญญาณที่ 2 — เงินหรือทรัพย์หายไป โดยไม่มีคำอธิบาย

สัญญาณที่ 2 เงินหรือทรัพย์มรดกหายไปโดยไม่มีคำอธิบาย

ตัวเลขไม่ตรงกับที่เคยรู้ บัญชีเงินฝากที่เคยมีหลักล้านเหลือหลักหมื่น ทองที่เคยอยู่ในตู้เซฟหายไป รถหายไปหนึ่งคัน หรือมี "ค่าใช้จ่ายในการจัดการมรดก" ก้อนโตโผล่ขึ้นมาโดยไม่มีใบเสร็จรองรับ ทั้งหมดนี้เข้าข่ายสัญญาณเดียวกัน คือ ทรัพย์ลดลงโดยอธิบายที่มาที่ไปไม่ได้

ประเด็นทางกฎหมายไม่ได้อยู่ที่ "ใช้เงินไปเท่าไหร่" แต่อยู่ที่ "ชี้แจงได้หรือไม่" ผู้จัดการมรดกอยู่ในฐานะคล้ายตัวแทน ต้องจัดการด้วยความซื่อสัตย์และพร้อมแสดงบัญชีให้ทายาทตรวจสอบเสมอ การอ้างลอย ๆ ว่า "ใช้ไปกับงานศพ" "จ่ายหนี้พ่อไปหมดแล้ว" โดยไม่มีเอกสารใด ๆ ไม่ใช่คำชี้แจงที่ใช้ได้ในชั้นศาล และถ้ามีหนี้ของเจ้ามรดกจริง ทายาทก็ควรรู้ขอบเขตความรับผิดของตัวเองด้วย อ่านได้ที่ พ่อแม่ตายทิ้งหนี้ ทายาทต้องใช้หนี้แทนไหม

อีกกรณีที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือเงินประกันชีวิตและเงินฌาปนกิจ ซึ่งบางส่วนไม่ใช่ทรัพย์มรดกและไม่ต้องเอามาแบ่ง แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องนำมารวม รายละเอียดดูที่ เงินประกันชีวิต/ฌาปนกิจ เป็นมรดกไหม ก่อนจะสรุปว่าถูกยักยอก ควรแยกให้ออกก่อนว่าทรัพย์ชิ้นนั้นเป็นมรดกจริงหรือไม่

สัญญาณที่ 3 — โอนทรัพย์เข้าชื่อตัวเองหรือคนใกล้ชิด (เข้าข่ายผิดมาตรา 1722)

สัญญาณที่ 3 ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เข้าชื่อตัวเองหรือคนใกล้ชิด ผิดมาตรา 1722

นี่คือสัญญาณที่อันตรายที่สุด เพราะเมื่อชื่อในโฉนดเปลี่ยนแล้ว การตามทรัพย์คืนจะยากขึ้นทันที โดยเฉพาะถ้ามีการโอนต่อไปยังบุคคลภายนอกอีกทอด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1722 วางหลักไว้ว่า ผู้จัดการมรดกจะทำนิติกรรมใด ๆ ซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกหาได้ไม่ เว้นแต่พินัยกรรมจะได้อนุญาตไว้ หรือได้รับอนุญาตจากศาล การที่ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินหรือทรัพย์ของกองมรดกมาเป็นชื่อตัวเอง คู่สมรสของตัวเอง หรือลูกของตัวเอง โดยทายาทคนอื่นไม่ได้ยินยอมและไม่ได้ขออนุญาตศาล จึงเป็นการกระทำที่มีปัญหาความสมบูรณ์ตามกฎหมายและอาจถูกเพิกถอนได้ รายละเอียดเชิงลึกอยู่ที่ ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตัวเอง และแนวทางฟ้องอยู่ที่ ฟ้องแบ่งมรดกและเพิกถอนการโอนที่ไม่ชอบ

เช็กเองได้ ไม่ต้องรอใครบอก: ทายาทผู้มีส่วนได้เสียสามารถไปขอตรวจสอบสารบบที่ดินและรายการจดทะเบียนหลังโฉนดที่สำนักงานที่ดินได้ ถ้าเห็นรายการ "โอนมรดก" ตามด้วย "ขาย" หรือ "ให้" ไปยังชื่อที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น ให้รีบปรึกษาทนายทันที อย่ารอให้ครบปี

สัญญาณที่ 4 — บ่ายเบี่ยง ไม่ยอมแบ่ง ทั้งที่ถึงเวลาแล้ว

สัญญาณที่ 4 ผู้จัดการมรดกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมแบ่งมรดกทั้งที่ถึงเวลาแล้วImage caption

หลายคนไม่รู้ว่า "การจัดการมรดก" มีเส้นตาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1732 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกต้องจัดการตามหน้าที่ และ ทำรายงานแสดงบัญชีการจัดการและแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ระบุไว้ในมาตรา 1728 เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาล จะกำหนดเวลาไว้เป็นอย่างอื่น

เพราะฉะนั้นคำตอบว่า "ยังไม่ถึงเวลา" ที่ลากยาวข้ามปีโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่เรื่องปกติ แน่นอนว่ามีกรณีที่ล่าช้าโดยสุจริตจริง เช่น ทรัพย์ติดคดี ที่ดินติดจำนอง มีทายาทเป็นผู้เยาว์ที่ต้องขออนุญาตศาลก่อน (ดูที่ ทายาทเป็นผู้เยาว์ จัดการมรดกอย่างไร) หรือติดปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ ความต่างอยู่ตรงนี้: คนที่ล่าช้าโดยสุจริตจะอธิบายได้ว่าติดอะไร ถึงขั้นไหน และมีเอกสารให้ดู ส่วนคนที่ไม่สุจริตจะเปลี่ยนเหตุผลไปเรื่อย ๆ และไม่มีเอกสารสักใบ

สัญญาณที่ 5 — ปิดกั้นข้อมูล ไม่ให้ทายาทตรวจสอบ

สัญญาณที่ 5 ผู้จัดการมรดกปิดกั้นข้อมูล ไม่ให้ทายาทตรวจสอบทรัพย์มรดก

สัญญาณนี้มักมาคู่กับสี่ข้อแรกเสมอ อาการที่พบบ่อยคือ ไม่ให้ดูโฉนด ไม่ให้ดูสมุดบัญชี ไม่ยอมส่งสำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกให้ ไม่ตอบข้อความ ตัดออกจากกลุ่มไลน์ครอบครัว หรือบอกว่า "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ" ทั้งที่ผู้ถามเป็นทายาทที่มีสิทธิเต็มตัว

ในทางกฎหมาย ทายาทเป็น ผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก การขอตรวจสอบบัญชีทรัพย์และการจัดการจึงเป็นสิทธิ ไม่ใช่การก้าวก่าย และการปิดกั้นข้อมูลอย่างเป็นระบบคือพฤติการณ์ที่ศาลนำมาชั่งน้ำหนักได้ว่าผู้จัดการมรดกละเลยหน้าที่หรือมีเหตุอื่นที่สมควรถอดถอนหรือไม่ ตาม มาตรา 1727

สรุป 5 สัญญาณ เทียบมาตรากฎหมาย

สัญญาณมาตราที่เกี่ยวข้องสิ่งที่ทำได้
1. ไม่มีบัญชีทรัพย์มรดกป.พ.พ. ม.1728 · 1729 · 1731ทำหนังสือทวงบัญชีทรัพย์ · ใช้เป็นเหตุร้องถอดถอน
2. ทรัพย์หายไปโดยไม่มีคำอธิบายป.พ.พ. ม.1720 · ป.อาญา ม.352-354ขอรายงานบัญชีค่าใช้จ่าย · เก็บหลักฐานความเคลื่อนไหวทรัพย์
3. โอนเข้าชื่อตัวเอง/คนใกล้ชิดป.พ.พ. ม.1722ตรวจสารบบที่ดิน · ฟ้องเพิกถอนการโอน
4. บ่ายเบี่ยงไม่ยอมแบ่งป.พ.พ. ม.1732 · 1727ทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร · ฟ้องแบ่งมรดก
5. ปิดกั้นข้อมูลป.พ.พ. ม.1727รวบรวมพฤติการณ์ · ร้องขอถอดถอนผู้จัดการมรดก

เจอสัญญาณแล้วทำอะไรต่อ

เมื่อเห็นสัญญาณข้างต้น ทายาทมีเครื่องมือทางกฎหมายอยู่ 3 ทาง ซึ่งใช้ควบคู่กันได้ ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • ร้องขอให้ศาลถอดถอนผู้จัดการมรดก — ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 เมื่อละเลยไม่ทำตามหน้าที่หรือมีเหตุอื่นที่สมควร โดยต้องร้องขอ ก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้นลง
  • ฟ้องแบ่งมรดกและเพิกถอนนิติกรรมที่ไม่ชอบ — บังคับให้แบ่งตามสิทธิ และดึงทรัพย์ที่ถูกโอนออกไปกลับเข้ากองมรดก
  • ดำเนินคดีอาญาฐานยักยอก — เมื่อมีการเบียดบังทรัพย์ที่ครอบครองอยู่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 หรือ 353 และหากผู้กระทำเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม จะเข้าเหตุเพิ่มโทษตาม มาตรา 354 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขั้นตอนลงมือจริงทั้งสามทาง เอกสารที่ต้องเตรียม และลำดับที่ควรทำก่อนหลัง อ่านต่อแบบละเอียดที่ ทายาททำอย่างไรเมื่อผู้จัดการมรดกไม่แบ่งหรือยักยอกทรัพย์

นาฬิกาที่เดินอยู่ตลอด: อายุความที่ต้องระวัง

เหตุผลที่บทความนี้ย้ำเรื่อง "รีบสังเกต" เพราะกฎหมายมรดกมีกรอบเวลาหลายชั้นซ้อนกันอยู่ และแต่ละชั้นเริ่มนับคนละจุด

  • คดีมรดกโดยทั่วไป — ป.พ.พ. มาตรา 1754 วางกรอบไว้ 1 ปีนับแต่ทายาทรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
  • คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก — ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง ห้ามทายาทฟ้องเกิน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง
  • ร้องขอถอดถอนผู้จัดการมรดก — ต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น ตามมาตรา 1727
  • คดีอาญาฐานยักยอก — เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด

การใช้อายุความจริงในแต่ละคดีมีข้อยกเว้นและรายละเอียดปลีกย่อยไม่น้อย เช่น กรณีทายาทครอบครองทรัพย์มรดกอยู่ หรือกรณีทรัพย์เป็นที่ดินที่ยังไม่ได้โอน ซึ่งเชื่อมกับเรื่อง รับมรดกที่ดินช้า มีความเสี่ยงอะไรบ้าง จึงไม่ควรสรุปเองว่า "ยังทันอยู่" หรือ "เลยแล้ว" โดยไม่ให้ทนายดูข้อเท็จจริงก่อน

เก็บหลักฐานอะไรบ้าง ก่อนไปหาทนาย

รูปคดีจะแข็งแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับเอกสารที่มีในมือ ลิสต์นี้คือสิ่งที่ควรรวบรวมไว้ตั้งแต่วันนี้ แม้ยังไม่ตัดสินใจฟ้อง

  • ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก และเอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส
  • สำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก และพินัยกรรม (ถ้ามี)
  • บัญชีทรัพย์มรดก หรือหลักฐานว่า "ขอแล้วแต่ไม่ได้รับ"
  • โฉนดที่ดิน สำเนารายการจดทะเบียนหลังโฉนด และสารบบที่ดินจากสำนักงานที่ดิน
  • รายการเดินบัญชีธนาคาร ใบเสร็จ เอกสารการโอนหรือถอนเงินที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดก
  • แชต ข้อความ อีเมล บันทึกการทวงถาม และหนังสือบอกกล่าวพร้อมใบตอบรับ

ข้อควรระวังที่เจอบ่อย: อย่าเซ็นเอกสารใด ๆ ที่ผู้จัดการมรดกยื่นให้โดยยังไม่อ่านหรือยังไม่ให้ทนายดู เพราะเอกสารบางฉบับมีผลเป็นการ สละมรดก หรือปลดเปลื้องความรับผิดของผู้จัดการมรดก ซึ่งย้อนกลับได้ยากมาก อ่านผลทางกฎหมายที่ การสละมรดก ทำอย่างไร ผลเป็นอย่างไร ภาพรวมทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบดูได้ที่ คู่มือจัดการมรดกและทำพินัยกรรม ฉบับสมบูรณ์

คำถามที่พบบ่อย

ผู้จัดการมรดกต้องทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในกี่วัน

ป.พ.พ. มาตรา 1728 กำหนดให้ลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วันนับแต่วันที่กฎหมายกำหนด และมาตรา 1729 ให้ทำเสร็จภายใน 1 เดือน โดยต้องทำต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน หากไม่ทำตามกำหนด ศาลอาจถอนผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1731

ทายาทขอดูบัญชีทรัพย์มรดกได้ไหม

ขอได้ เพราะทายาทเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ควรทำเป็นหนังสือและเก็บหลักฐานการส่ง หากผู้จัดการมรดกเพิกเฉยหรือปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผล สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการร้องขอถอดถอนต่อศาลได้

ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเข้าชื่อตัวเอง ผิดกฎหมายไหม

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1722 ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกไม่ได้ เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตหรือได้รับอนุญาตจากศาล การโอนเข้าชื่อตัวเองโดยพลการจึงมีปัญหาความสมบูรณ์และอาจถูกฟ้องเพิกถอน รวมทั้งอาจมีความรับผิดทางอาญา

ยักยอกทรัพย์มรดกมีโทษอาญาแค่ไหน

ความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท และหากกระทำในฐานะผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม จะเข้าเหตุเพิ่มโทษตามมาตรา 354 เป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ยังไม่แน่ใจว่าถูกยักยอกจริงหรือแค่ล่าช้า ควรทำอย่างไร

เริ่มจากขอบัญชีทรัพย์มรดกเป็นลายลักษณ์อักษรและตรวจสอบสารบบที่ดินด้วยตัวเอง ถ้าได้คำอธิบายพร้อมเอกสารครบก็อาจเป็นความล่าช้าโดยสุจริต แต่ถ้าเปลี่ยนเหตุผลไปเรื่อยและไม่มีเอกสารใด ๆ ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินรูปคดีและกรอบอายุความก่อนดำเนินการ

📚 แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (อ่านเพิ่มเติม)

พบปัญหากำลังโดนยักยอกทรัพย์มรดก ปรึกษาทนายความมรดก ไทย จีน ลอว์ เฟิร์ม

ปรึกษาทนายความไทย-จีน ลอว์ เฟิร์ม

ในคดีมรดก เวลาที่ปล่อยผ่านไปมักแปลว่าทรัพย์เคลื่อนไปอีกขั้นเสมอ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง และผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี ทีมทนายคดีมรดกและคดีแพ่งของเราช่วยตรวจสอบสถานะทรัพย์ ร้องถอดถอนผู้จัดการมรดก ฟ้องแบ่งมรดก เพิกถอนการโอน และดำเนินคดีอาญายักยอกควบคู่กันได้ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ

Scroll