เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: ลูกหนี้ที่แอบโอน ย้าย หรือซ่อนทรัพย์เพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ อาจมีความผิดอาญาฐาน "โกงเจ้าหนี้" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 (โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า เจ้าหนี้ต้องได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลแล้ว และในทางแพ่ง เจ้าหนี้ยังมีสิทธิขอ "เพิกถอนการฉ้อฉล" ตามมาตรา 237 เพื่อดึงทรัพย์กลับมาได้ บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือคดีฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ในธุรกิจ
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้เกิดเมื่อผู้กระทำ "ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนทรัพย์ให้ผู้อื่น หรือแกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนที่ไม่เป็นความจริง" โดยมีเจตนาเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ต้องเป็นกรณีที่เจ้าหนี้ได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ และผู้กระทำรู้ถึงข้อนี้ ตัวอย่างคลาสสิกคือ พอรู้ว่ากำลังจะถูกฟ้องหรือถูกยึดทรัพย์ ก็รีบโอนที่ดินใส่ชื่อญาติหรือคนสนิทเพื่อให้ "ไม่มีทรัพย์ให้ยึด"
โกงเจ้าหนี้ต่างจาก ฉ้อโกง (หลอกเอาทรัพย์) และ ยักยอก (เบียดบังทรัพย์ที่ครอบครองอยู่) ซึ่งเป็นคนละฐานความผิด หากต้องการเข้าใจเส้นแบ่งของสองฐานนั้น อ่านได้ที่ ฉ้อโกง vs ยักยอกทรัพย์ ต่างกันอย่างไร
ข้อควรรู้: ถ้าโอนทรัพย์ไป "ก่อน" ที่จะมีหนี้หรือก่อนที่เจ้าหนี้จะคิดใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริต อาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิดนี้ ความผิดอยู่ที่ "เจตนาหนีการชำระหนี้" เป็นสำคัญ การพิสูจน์ลำดับเวลาจึงเป็นหัวใจของคดี
นอกจากเอาผิดทางอาญา เจ้าหนี้ยังมีเครื่องมือทางแพ่งคือการขอให้ศาล "เพิกถอนนิติกรรมการฉ้อฉล" ตามมาตรา 237 หากลูกหนี้ทำนิติกรรม (เช่น โอน ขาย ยกให้) ทั้งที่รู้ว่าจะทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เมื่อศาลเพิกถอน ทรัพย์ก็กลับเข้าสู่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ให้บังคับชำระหนี้ได้ กรณีผู้รับโอนเป็นบุคคลภายนอกที่รับโอนโดยมีค่าตอบแทน ก็มีเงื่อนไขเรื่อง "ความสุจริต" ของผู้รับโอนประกอบด้วย
คดีลักษณะนี้คล้ายกับการเพิกถอนการโอนที่ไม่ชอบในคดีมรดกหรือทรัพย์สินอื่น ๆ การวางหลักฐานเรื่องลำดับเวลา ความรู้ของผู้โอน-ผู้รับโอน และความเสียเปรียบของเจ้าหนี้ จึงสำคัญมาก โดยมักดำเนินคดีอาญาและแพ่งคู่ขนานกัน เช่นเดียวกับแนวทางในคดี คดีเช็คเด้ง และคดี โดนโกงออนไลน์ อายัดบัญชี ที่เน้นการตามทรัพย์คืน
กรณีนิติบุคคลเป็นหนี้แล้วโอนทรัพย์ออกหรือ "ปิดบริษัทหนี" เจ้าหนี้อาจมีช่องทางตามข้อเท็จจริง เช่น การเพิกถอนการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ หรือการเอาผิดบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการกระทำในบางกรณี อย่างไรก็ดี การ "ลากคอกรรมการ" มารับผิดเป็นการส่วนตัวมีเงื่อนไขทางกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่ทำได้เสมอไป จึงควรให้ทนายวิเคราะห์โครงสร้างหนี้และพยานหลักฐานก่อนวางรูปคดี ภาพรวมการแยกความรับผิดอาญา-แพ่งของคดีกลุ่มนี้อยู่ในเสาหลัก คู่มือคดีฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ในธุรกิจ
อาจผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ถ้าทำไปโดยรู้ว่าเจ้าหนี้จะใช้สิทธิทางศาลและมีเจตนาหนีการชำระหนี้ ทั้งนี้ขึ้นกับลำดับเวลาและเจตนา เจ้าหนี้ยังอาจขอเพิกถอนการโอนทางแพ่งตามมาตรา 237 เพื่อดึงที่ดินกลับมาบังคับชำระหนี้
แม้ยังไม่ฟ้อง หากลูกหนี้รู้ว่าเจ้าหนี้ "จะใช้" สิทธิทางศาลและโอนหนีก็อาจเข้าข่ายได้ ควรรีบรวบรวมหลักฐานหนี้และการโอน แล้วปรึกษาทนายเพื่อพิจารณาทั้งการดำเนินคดีอาญาและการขอเพิกถอนการฉ้อฉลทางแพ่ง
การเพิกถอนการฉ้อฉลมีเงื่อนไขเรื่องความสุจริตและค่าตอบแทนของผู้รับโอน หากผู้รับโอนสุจริตและเสียค่าตอบแทน อาจได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ข้อเท็จจริงแต่ละคดีต่างกัน จึงควรให้ทนายประเมิน
ไม่มีใครรับประกันผลคดีได้ เพราะขึ้นกับพยานหลักฐาน ลำดับเวลา และสถานะของผู้รับโอน สิ่งที่ทำได้คือวางรูปคดีให้รัดกุมและดำเนินการอาญา-แพ่งคู่กันเพื่อเพิ่มโอกาสในการบังคับชำระหนี้
คดีโกงเจ้าหนี้และเพิกถอนการฉ้อฉลแพ้-ชนะที่ "ลำดับเวลาและเจตนา" เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีอาญาธุรกิจและหนี้ของเราช่วยวิเคราะห์เส้นทางทรัพย์ ดำเนินคดีอาญา ม.350 และขอเพิกถอนการโอนทางแพ่งคู่กัน ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor