เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: เมื่อผ่อนบ้านหรือที่ดินที่จำนองไว้กับธนาคารไม่ไหว ธนาคารจะบังคับจำนองตามขั้นตอนกฎหมาย โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 ผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 60 วันก่อน จึงจะฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์ขายทอดตลาดได้ และตาม มาตรา 733 หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ โดยหลักลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ขาด เว้นแต่มีการตกลงเป็นอย่างอื่นภายใต้กรอบที่กฎหมายอนุญาต ที่สำคัญคือลูกหนี้ยังมีทางเลือกก่อนถูกยึด เช่น เจรจาประนอมหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ หรือขายทรัพย์เอง บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
การบังคับจำนองเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาหลายเดือน ลูกหนี้จึงมักมี "ช่วงเวลา" ให้เจรจาหรือหาทางออกก่อนทรัพย์จะถูกขาย การเข้าใจกระบวนการบังคับคดีโดยรวมช่วยให้วางแผนได้ ดูภาพรวมการบังคับคดีที่ สืบทรัพย์-บังคับคดี
จุดที่หลายคนกังวลคือ ถ้าบ้านถูกขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอใช้หนี้ จะต้องจ่ายส่วนที่ขาดอีกไหม ตามมาตรา 733 โดยหลัก เมื่อบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอ ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินส่วนที่ยังขาด ซึ่งเป็นหลักคุ้มครองลูกหนี้ อย่างไรก็ดี กฎหมายเปิดช่องให้ตกลงเป็นอย่างอื่นได้ในบางกรณี และภายหลังการแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้จำนองและผู้ค้ำประกัน ข้อตกลงที่ทำให้ผู้จำนองซึ่งเป็นประกันหนี้ของผู้อื่นต้องรับผิดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็อาจใช้บังคับไม่ได้ ดังนั้นควรให้ทนายตรวจสัญญาว่ามีข้อตกลงเรื่องส่วนขาดอย่างไร ประเด็นการค้ำประกัน/จำนองประกันหนี้ผู้อื่นดูที่ สัญญาค้ำประกันกฎหมายใหม่
ระวังหนี้ส่วนอื่นนอกจำนอง: หลักไม่ต้องรับผิดส่วนขาดตามมาตรา 733 เป็นเรื่องของ "หนี้ที่ประกันด้วยจำนอง" หากมีหนี้ส่วนอื่นหรือมีผู้ค้ำประกันเพิ่ม เจ้าหนี้อาจไปไล่เบี้ยกับส่วนนั้นได้ตามกฎหมาย การพิจารณาต้องดูโครงสร้างหนี้ทั้งหมด ไม่ใช่มองเฉพาะสัญญาจำนอง
ก่อนที่บ้านจะถูกขายทอดตลาด ลูกหนี้ควรรีบดำเนินการ ไม่นิ่งเฉยจนเสียโอกาส ทางเลือกที่ควรพิจารณาได้แก่
การเจรจาแต่เนิ่น ๆ มักได้ผลดีกว่ารอให้ถึงชั้นบังคับคดี และการทำข้อตกลงประนอมหนี้ให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยป้องกันข้อพิพาทภายหลัง
คนมักสับสนระหว่างจำนองกับขายฝาก ทั้งที่ผลเมื่อผิดนัดต่างกันมาก การ "จำนอง" กรรมสิทธิ์ยังเป็นของลูกหนี้ เจ้าหนี้ต้องฟ้องบังคับจำนองและขายทอดตลาด แต่การ "ขายฝาก" กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที หากไม่ไถ่คืนภายในกำหนดก็อาจหลุดเป็นสิทธิของผู้รับซื้อฝาก ซึ่งเสี่ยงเสียทรัพย์ง่ายกว่า ความต่างนี้สำคัญมากก่อนตัดสินใจนำบ้าน-ที่ดินไปเป็นหลักประกัน ดูที่ จำนอง vs ขายฝากที่ดิน
ลูกหนี้ที่ผ่อนบ้านไม่ไหวไม่ได้ไร้ทางออก ยังมีกลไกและมาตรการช่วยเหลือหลายทางที่ควรใช้ก่อนทรัพย์จะหลุดมือ
การเข้าร่วมมาตรการเหล่านี้ต้องทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรและอ่านเงื่อนไขให้เข้าใจ การมีทนายช่วยตรวจสอบเงื่อนไขและเจรจากับเจ้าหนี้ช่วยให้ได้ข้อตกลงที่เป็นธรรมและปฏิบัติได้จริง ลดโอกาสถูกฟ้องบังคับจำนอง
ไม่ใช่ทันที ธนาคารต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 60 วันตามมาตรา 728 ก่อน แล้วจึงฟ้องศาลเพื่อยึดและขายทอดตลาด กระบวนการใช้เวลาหลายเดือน ลูกหนี้จึงมีเวลาเจรจาหรือหาทางออก
โดยหลักตามมาตรา 733 เมื่อบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอ ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ขาด เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นภายใต้กรอบที่กฎหมายอนุญาต จึงควรให้ทนายตรวจสัญญากู้และจำนองว่ามีข้อกำหนดเรื่องนี้อย่างไร
ทำได้และมักเป็นทางที่ดีกว่า เพราะการขายเองในราคาตลาดมักได้เงินมากกว่าการขายทอดตลาด แต่ต้องประสานกับธนาคารผู้รับจำนองเรื่องการไถ่ถอนจำนองและปิดหนี้ ควรปรึกษาทนายเพื่อจัดการให้รัดกุม
ควรติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้หรือประนอมหนี้ และทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนเรื่องยอดหนี้ งวดผ่อน และเงื่อนไข การมีทนายช่วยตรวจข้อตกลงช่วยให้เงื่อนไขเป็นธรรมและบังคับได้จริง
ยิ่งเจรจาเร็วยิ่งมีทางออก อย่ารอจนบ้านถูกขายทอดตลาด เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีอสังหาฯ และหนี้สินของเราช่วยตรวจสัญญากู้-จำนอง เจรจาประนอมหนี้กับธนาคาร และต่อสู้คดีบังคับจำนองให้เป็นธรรม ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor