เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด กรกฎาคม 2026
ตอบสั้น ๆ: เมื่อนายจ้างค้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าชดเชย ลูกจ้างมีสองทางเลือกหลัก คือ ยื่นคำร้อง (คร.7) ต่อพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อให้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินตามมาตรา 124 หรือฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน โดยตรง นอกจากเงินต้นที่ค้างแล้ว กฎหมายยังให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปีตามมาตรา 9 และถ้านายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุอันสมควร ยังต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างทุกระยะ 7 วัน การยื่นเรื่องไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ต้องใช้ทนายก็ได้ บทความนี้อยู่ในชุด เลิกจ้าง ค่าชดเชย และข้อบังคับการทำงาน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานคุ้มครองเงินหลายประเภทที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้าง ได้แก่ ค่าจ้าง (เงินเดือน/ค่าแรง) ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง และเงินประกันการทำงานที่ต้องคืน หากนายจ้างไม่จ่ายเงินเหล่านี้ตามกำหนด ถือว่าผิดนัดและลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้อง โดยค่าจ้างต้องจ่ายอย่างน้อยเดือนละครั้งตามที่ตกลง และเมื่อเลิกจ้างต้องจ่ายค่าจ้างส่วนที่ค้างให้ครบ การคำนวณค่าล่วงเวลาและค่าทำงานวันหยุดมีอัตราเฉพาะ ดูรายละเอียดที่ ค่าล่วงเวลา OT และค่าทำงานวันหยุด
จุดที่นายจ้างหลายรายไม่ทราบคือ การค้างจ่ายไม่ได้เสียแค่เงินต้น มาตรา 9 วรรคหนึ่งกำหนดว่านายจ้างที่ผิดนัดไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าชดเชย ต้องเสียดอกเบี้ยแก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และวรรคสองกำหนดว่า ถ้านายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุอันสมควรเมื่อพ้น 7 วันนับแต่วันถึงกำหนดจ่าย นายจ้างต้องเสียเงินเพิ่มให้อีกร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลา 7 วัน ซึ่งเงินเพิ่มนี้สะสมเร็วมากและอาจสูงกว่าเงินต้นได้หากปล่อยไว้นาน จึงเป็นแรงจูงใจให้นายจ้างรีบจ่าย
ข้อควรรู้: ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีคิดเสมอเมื่อผิดนัด ส่วน "เงินเพิ่ม" ร้อยละ 15 ทุก 7 วัน จะเรียกได้ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่านายจ้าง "จงใจ" ไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุอันสมควร หากนายจ้างมีเหตุผลอันสมควร เช่น มีข้อโต้แย้งเรื่องจำนวนเงินโดยสุจริต อาจไม่ต้องเสียเงินเพิ่มส่วนนี้
ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ตนทำงานหรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา ตามมาตรา 123 โดยกรอกแบบคำร้อง (คร.7) ระบุเงินที่ค้างและรายละเอียด พนักงานตรวจแรงงานจะสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินตามมาตรา 124 ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด วิธีนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องใช้ทนาย เหมาะกับกรณีจำนวนเงินไม่ซับซ้อน หากนายจ้างไม่พอใจคำสั่งต้องนำเงินมาวางต่อศาลก่อนจึงจะฟ้องเพิกถอนคำสั่งได้ ซึ่งเป็นหลักประกันให้ลูกจ้าง
อีกทางหนึ่งคือฟ้องคดีต่อศาลแรงงานโดยตรง ซึ่งเหมาะกับกรณีที่มีข้อพิพาทซับซ้อน มีการเรียกค่าเสียหายหลายรายการ หรือเชื่อมโยงกับการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม การฟ้องศาลแรงงานไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล มีกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อน และผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างร่วมพิจารณา ทั้งนี้ลูกจ้างต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง จะใช้สิทธิยื่นพนักงานตรวจแรงงานและฟ้องศาลในเรื่องเดียวกันพร้อมกันไม่ได้ หากค่าจ้างค้างเกี่ยวพันกับการถูกเลิกจ้าง ควรดูสิทธิค่าชดเชยด้วยที่ ค่าชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน
ก่อนยื่นเรื่องหรือฟ้อง ลูกจ้างควรรวบรวมหลักฐานให้พร้อม ได้แก่ สัญญาจ้างหรือหลักฐานการเป็นลูกจ้าง สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการจ่ายเงินย้อนหลัง บันทึกเวลาทำงาน/ลงเวลา หลักฐานการทำงานล่วงเวลา ข้อความหรืออีเมลที่เกี่ยวกับการค้างจ่าย และหนังสือทวงถามที่เคยส่งให้นายจ้าง หลักฐานเหล่านี้ช่วยยืนยันจำนวนเงินที่ค้างและความจงใจของนายจ้าง ก่อนดำเนินการทางกฎหมาย การส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการก็เป็นขั้นตอนที่ดี ช่วยทั้งการเจรจาและเป็นหลักฐาน ดูวิธีเขียนหนังสือทวงถามที่ หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (โนติส)
ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 123 เพื่อให้มีคำสั่งให้จ่ายตามมาตรา 124 หรือฟ้องคดีต่อศาลแรงงานก็ได้ นอกจากเงินต้นยังมีสิทธิได้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุก 7 วันหากนายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่จำเป็นต้องใช้ทนายความ ลูกจ้างยื่นแบบคำร้อง (คร.7) ต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ได้เอง พนักงานตรวจแรงงานจะสอบสวนและมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน
ตามมาตรา 9 วรรคสอง หากนายจ้างจงใจไม่จ่ายเงินโดยปราศจากเหตุอันสมควรเมื่อพ้น 7 วันนับแต่ถึงกำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะ 7 วัน ซึ่งสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นภาระหนักหากปล่อยไว้นาน
โดยหลักลูกจ้างต้องเลือกทางใดทางหนึ่งในเรื่องเดียวกัน จะยื่นพนักงานตรวจแรงงานและฟ้องศาลพร้อมกันในประเด็นเดียวกันไม่ได้ ควรปรึกษาทนายเพื่อเลือกช่องทางที่เหมาะกับข้อเท็จจริงของตน
ถูกค้างค่าจ้างหรือกำลังบริหารความเสี่ยงในฐานะนายจ้าง เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีแรงงานของเราช่วยคำนวณเงินที่ค้าง ยื่นพนักงานตรวจแรงงาน และดำเนินคดีในศาลแรงงาน ทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor