ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ ใครมีสิทธิรับมรดกก่อนหลัง

ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ ใครมีสิทธิรับมรดกก่อนหลัง

เมื่อคนในครอบครัวจากไปโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม คำถามแรกที่ทุกคนอยากรู้คือ "แล้วใครมีสิทธิบ้าง" คำตอบอยู่ในหลักที่เรียกว่า ทายาทโดยธรรม ซึ่งกฎหมายวางลำดับไว้อย่างเป็นระบบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครสนิทกับผู้ตายมากกว่ากัน หรือใครดูแลท่านมากกว่ากัน บทความนี้จะอธิบายทั้ง 6 ลำดับพร้อมกติกาสำคัญที่ทำให้หลายครอบครัวเข้าใจผิดกัน

ทายาทโดยธรรมมี 6 ลำดับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 กำหนดทายาทโดยธรรมไว้ หกลำดับเท่านั้น เรียงตามนี้

ลำดับที่ 1 ผู้สืบสันดาน คือลูกของผู้ตาย รวมถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม

ลำดับที่ 2 บิดามารดา ของผู้ตาย

ลำดับที่ 3 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน คือพี่น้องแท้ ๆ ที่มีทั้งพ่อและแม่คนเดียวกันกับผู้ตาย

ลำดับที่ 4 พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน คือพี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่

ลำดับที่ 5 ปู่ ย่า ตา ยาย

ลำดับที่ 6 ลุง ป้า น้า อา

นอกจากหกลำดับนี้แล้ว ยังมี คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้อง ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมเช่นกัน แต่มีวิธีคำนวณส่วนแบ่งเฉพาะตัวตามมาตรา 1635 โดยจะได้มากน้อยขึ้นอยู่กับว่าต้องแบ่งร่วมกับทายาทลำดับใด (อ่านการคำนวณในบทความเรื่องภรรยาได้มรดกกี่ส่วน)

กติกาสำคัญ ลำดับก่อนตัดลำดับหลัง

นี่คือหลักที่ทำให้หลายคนตกใจเมื่อรู้ มาตรา 1630 วางหลักว่า ตราบใดที่ยังมีทายาทในลำดับต้นมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสาย ทายาทในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

แปลว่า หากผู้ตายมีลูก ซึ่งเป็นทายาทลำดับที่ 1 พี่น้องของผู้ตายซึ่งอยู่ลำดับที่ 3 ย่อมไม่มีสิทธิในมรดกแม้แต่บาทเดียว ไม่ว่าจะสนิทกันเพียงใดหรือช่วยดูแลผู้ตายมากแค่ไหน นี่คือเหตุผลว่าทำไมพี่น้องของผู้ตายบางคนจึงรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ทั้งที่กฎหมายวางกติกาไว้ชัดเจนแล้ว

ข้อยกเว้นสำคัญ บิดามารดาได้ส่วนเสมือนลูกคนหนึ่ง

แต่มีข้อยกเว้นหนึ่งที่ต้องจำให้ดี มาตรา 1630 วรรคสอง กำหนดว่า ในกรณีที่ผู้ตายมี ผู้สืบสันดาน คือมีลูก และมี บิดามารดา ยังมีชีวิตอยู่ด้วย ให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่ง เสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

หมายความว่าลำดับที่ 2 ไม่ได้ถูกตัดออกไปเหมือนลำดับอื่น แต่เข้ามารับส่วนแบ่งร่วมกับลูก ๆ ของผู้ตาย ตัวอย่างเช่น ผู้ตายมีลูกสองคน และมีแม่ยังมีชีวิตอยู่ กองมรดกจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน คือลูกสองคนและแม่หนึ่งคน ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่หลายครอบครัวไม่ทราบและทำให้การคำนวณผิดพลาด

ในลำดับเดียวกันได้เท่ากันหมด

เมื่อรู้ว่าลำดับใดมีสิทธิแล้ว กติกาถัดไปคือมาตรา 1633 ซึ่งกำหนดว่าทายาทในลำดับเดียวกันมีสิทธิรับมรดก เท่ากันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว ลูกคนโตหรือคนเล็ก ลูกที่ดูแลพ่อแม่หรือลูกที่อยู่ไกล ทุกคนได้ส่วนเท่ากันหมด

และหากเป็นเรื่องผู้สืบสันดานต่างชั้นกัน มาตรา 1631 กำหนดว่าบุตรของเจ้ามรดกซึ่งอยู่ในชั้นสนิทที่สุดเท่านั้นที่มีสิทธิรับมรดก ส่วนหลานหรือเหลนจะรับได้ก็แต่โดยอาศัยสิทธิรับมรดกแทนที่ (อ่านรายละเอียดในบทความเรื่องหลานรับมรดกแทนที่)

ถ้าไม่มีทายาทเลยล่ะ

ในกรณีที่ผู้ตายไม่มีทายาทโดยธรรมในทั้งหกลำดับ และไม่มีคู่สมรส รวมทั้งไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ กองมรดกย่อมตกเป็นของแผ่นดินตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้ที่ไม่มีทายาทใกล้ชิดควรทำพินัยกรรมไว้ หากต้องการให้ทรัพย์ตกแก่บุคคลหรือองค์กรที่ตนตั้งใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ผู้ตายมีลูก แล้วพี่น้องของผู้ตายได้อะไรไหม

ตอบ: โดยหลักไม่ได้เลย เพราะลูกเป็นทายาทลำดับที่ 1 ซึ่งตัดสิทธิทายาทลำดับถัดไปทั้งหมดตามมาตรา 1630 เว้นแต่จะมีพินัยกรรมกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ถาม: พ่อแม่ของผู้ตายยังอยู่ ได้ส่วนแบ่งด้วยไหม

ตอบ: ได้ หากผู้ตายมีลูกด้วย บิดามารดาจะได้ส่วนแบ่งเสมือนทายาทชั้นบุตรตามมาตรา 1630 วรรคสอง จึงต้องนำมาคำนวณรวมด้วยเสมอ

ถาม: ลูกเลี้ยงที่ไม่ได้จดรับเป็นบุตรบุญธรรม มีสิทธิไหม

ตอบ: โดยหลักไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม เพราะไม่ใช่ผู้สืบสันดานตามกฎหมาย หากต้องการให้ได้รับ ต้องทำพินัยกรรมหรือจดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรม

บทความที่เกี่ยวข้อง


ปรึกษาทนายคดีมรดกและผู้จัดการมรดก โดยตรง
Thai Chinese Law Firm รับปรึกษาการแบ่งมรดก คำนวณสิทธิทายาท และดำเนินคดีข้อพิพาท รองรับเอกสารภาษาไทย อังกฤษ และจีน

บริการเพิ่มเติมจากพาร์ทเนอร์ สำหรับจ้าง ทนายความคดีมรดก

LINE: https://lin.ee/9tULV0A | โทร 065-431-6810
กฎหมายไม่ได้วัดที่ความรักหรือความสนิท แต่วัดที่ลำดับความสัมพันธ์ รู้กติกาให้ชัด แล้วจะรู้ว่าใครควรได้อะไรตั้งแต่วันแรก
Scroll