อยู่เมืองนอก แต่ต้องตั้งผู้จัดการมรดกให้พ่อแม่ที่ไทย ต้องทำอย่างไร

อยู่เมืองนอก แต่ต้องตั้งผู้จัดการมรดกให้พ่อแม่ที่ไทย ต้องทำอย่างไร

สายโทรศัพท์ตอนตีสามจากเมืองไทยมักไม่เคยเป็นข่าวดี ลูกสาวที่ทำงานอยู่ออสเตรเลียรับสายแล้วรู้ว่าแม่จากไปแล้ว สิ่งที่ตามมาหลังความเศร้าคือคำถามที่หนักอึ้ง เธอลางานกลับมาได้แค่ไม่กี่วันเพื่อจัดงานศพ แล้วต้องรีบบินกลับไปทำงาน ทั้งที่บ้าน ที่ดิน และบัญชีของแม่ยังค้างอยู่ทั้งหมด เธอจะจัดการมรดกจากอีกซีกโลกได้อย่างไร

คำถามนี้เป็นของครอบครัวไทยจำนวนมากที่มีลูกหลานไปตั้งรกรากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อเมริกา ยุโรป หรือทายาทเชื้อสายจีนที่อยู่จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน ข่าวดีคือ กฎหมายไทยเปิดทางไว้ให้แล้ว และคุณไม่จำเป็นต้องทิ้งงานบินกลับมาเฝ้าคดีทุกขั้นตอน

การอยู่ต่างประเทศ เป็นเหตุตั้งผู้จัดการมรดกได้โดยตรง

ก่อนอื่นต้องเข้าใจหลักการเดียวกับทุกกรณีก่อนว่า เมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิต ทรัพย์ในชื่อของท่านจะโอนหรือถอนไม่ได้จนกว่าจะมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (เราอธิบายเหตุผลไว้ละเอียดในบทความเรื่องพ่อเพิ่งเสีย บ้านยังติดชื่อพ่อ ต้องตั้งผู้จัดการมรดกก่อน)

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 (1) ระบุไว้ชัดเจนว่า เมื่อทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม "อยู่นอกราชอาณาเขต" ถือเป็นเหตุหนึ่งที่ผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกได้ กล่าวคือ การที่ทายาทอยู่ต่างประเทศไม่ใช่อุปสรรค แต่กลับเป็นเหตุผลที่กฎหมายรับรองไว้ตรง ๆ อยู่แล้ว

คุณมีสองทางเลือกหลัก

ทางเลือกที่ 1 เดินทางกลับมายื่นและไต่สวนด้วยตนเอง

หากคุณพอจัดเวลาได้ การกลับมายื่นคำร้องและเบิกความในวันนัดไต่สวนด้วยตนเองเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด โดยทั่วไปคุณไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดกระบวนการ แต่ต้องอยู่ในวันนัดไต่สวนซึ่งเป็นวันสำคัญ ทนายจะช่วยจัดเตรียมคำร้องและเอกสารล่วงหน้า เพื่อให้คุณใช้เวลาในไทยน้อยที่สุด

ทางเลือกที่ 2 มอบอำนาจให้คนที่ไว้ใจในไทยดำเนินการแทน

หากคุณกลับมาไม่ได้จริง ๆ กฎหมายให้คุณ มอบอำนาจ (ทำหนังสือมอบอำนาจ) ให้ญาติที่อยู่ไทยหรือทนายความดำเนินการแทนได้ ในหลายกรณีทายาทที่อยู่ต่างประเทศจะทำหนังสือให้ความยินยอมและมอบหมายให้ทายาทอีกคนหนึ่งที่อยู่ในไทยเป็นผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและลดภาระการเดินทางได้มาก

จุดที่ต้องระวังที่สุดของทางเลือกที่ 2 ไม่ใช่ตัวกฎหมาย แต่เป็น เรื่องการรับรองเอกสาร

หัวใจสำคัญคือการรับรองเอกสารข้ามประเทศ

เอกสารที่คุณเซ็นในต่างประเทศ ศาลไทยและหน่วยงานไทยจะไม่รับทันที เพราะไม่มีทางตรวจสอบได้ว่าคุณเป็นผู้เซ็นจริงหรือไม่ จึงต้องผ่านขั้นตอนรับรองให้ครบก่อน โดยทั่วไปคือ

1. ลงนามต่อหน้าโนตารีพับลิก (Notary Public) ในประเทศที่คุณอยู่ เพื่อรับรองว่าคุณเป็นผู้ลงนามจริง 2. ผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสาร โดยนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น หรือผ่านขั้นตอนการรับรองตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เอกสารมีผลใช้ได้ในไทย 3. แปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่น่าเชื่อถือ และรับรองคำแปล หากเอกสารต้นฉบับเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น หนังสือมอบอำนาจภาษาอังกฤษ หรือใบมรณบัตรที่ออกโดยทางการต่างประเทศ

ขั้นตอนเหล่านี้ฟังดูยุ่งยาก และนี่คือจุดที่ทำให้หลายครอบครัวเสียเวลาเป็นเดือน เพราะเอกสารตีกลับซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่ครบ การวางแผนเรื่องเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกจึงประหยัดทั้งเวลาและค่าส่งเอกสารระหว่างประเทศได้มาก

กรณีพิเศษ เมื่อเจ้ามรดกเองก็ไม่ได้มีภูมิลำเนาในไทย

หากผู้เสียชีวิตเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นหลักและไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร แต่มีทรัพย์สินอยู่ในเมืองไทย เช่น มีที่ดินหรือคอนโดในไทย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 จัตวา กำหนดให้ยื่นคำร้องต่อ ศาลที่ทรัพย์มรดกนั้นตั้งอยู่ ดังนั้นแม้ทั้งเจ้ามรดกและทายาทจะอยู่นอกประเทศ ก็ยังจัดการทรัพย์ในไทยได้ผ่านศาลไทย

ทำไมเรื่องภาษาถึงสำคัญเป็นพิเศษ

เมื่อทายาทกระจายอยู่หลายประเทศ เอกสารที่เกี่ยวข้องก็มักมีหลายภาษาปนกัน หนังสือยินยอมของทายาทที่อยู่จีนอาจเป็นภาษาจีน หนังสือมอบอำนาจจากทายาทที่อยู่อเมริกาเป็นภาษาอังกฤษ ใบมรณบัตรที่ออกในต่างประเทศก็เป็นภาษาท้องถิ่น ทุกฉบับต้องแปลเป็นไทยอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับถ้อยคำทางกฎหมาย ความคลาดเคลื่อนของคำแปลเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ศาลหรือหน่วยงานไม่รับเอกสารได้

จุดนี้เองที่การมีทีมกฎหมายซึ่งทำงานได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารตีกลับ และทำให้การประสานงานกับทายาทที่อยู่คนละประเทศราบรื่นขึ้นมาก โดยเฉพาะครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่มีญาติอยู่จีน ฮ่องกง หรือไต้หวัน (เรารวบรวมรายละเอียดการจัดการมรดกที่มีเอกสารหลายภาษาไว้ในบทความเฉพาะเรื่องนี้)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ทายาทที่อยู่ต่างประเทศจะเป็นผู้จัดการมรดกเองได้ไหม หรือมอบให้คนในไทยดีกว่า

ตอบ: เป็นเองได้ตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ หากคุณอยู่ไกลและกลับมาไม่สะดวก การให้ทายาทที่อยู่ในไทยเป็นผู้จัดการมรดก หรือมอบอำนาจให้ทนายดำเนินการ มักคล่องตัวกว่าในการติดต่อธนาคารและสำนักงานที่ดิน

ถาม: ต้องบินกลับไทยกี่ครั้ง

ตอบ: ขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือก หากมอบอำนาจให้คนในไทยดำเนินการและจัดเตรียมเอกสารรับรองครบถ้วน ในหลายกรณีคุณอาจไม่ต้องเดินทางกลับเลย แต่หากยื่นในฐานะผู้ร้องเอง อาจต้องกลับมาในวันนัดไต่สวน

ถาม: หนังสือมอบอำนาจต้องใช้แบบฟอร์มพิเศษไหม

ตอบ: ควรใช้ถ้อยคำที่ระบุขอบเขตอำนาจให้ชัดเจนและเหมาะกับการดำเนินคดีมรดก ไม่ควรใช้แบบฟอร์มทั่วไปที่ดาวน์โหลดมาลอย ๆ เพราะหากระบุอำนาจไม่ครอบคลุม อาจต้องส่งกลับไปเซ็นใหม่ ซึ่งเสียเวลาข้ามประเทศอีกรอบ

ถาม: ใบมรณบัตรที่ออกในต่างประเทศใช้ในไทยได้เลยไหม

ตอบ: โดยทั่วไปต้องผ่านการรับรองและแปลเป็นภาษาไทยก่อน จึงจะใช้ประกอบคำร้องต่อศาลไทยได้

บทความที่เกี่ยวข้อง


ปรึกษาทนายคดีมรดกและผู้จัดการมรดก โดยตรง
Thai Chinese Law Firm รับปรึกษาและดำเนินคดีตั้งผู้จัดการมรดก แบ่งทรัพย์มรดก คัดค้านและถอนผู้จัดการมรดก รองรับเอกสารและการติดต่อภาษาไทย อังกฤษ และจีน เข้าใจครอบครัวที่ทายาทอยู่ต่างประเทศ
LINE: https://lin.ee/9tULV0A | โทร 065-431-6810
ระยะทางไม่ใช่กำแพงของความกตัญญู เรื่องมรดกของพ่อแม่ที่ไทย จัดการได้แม้คุณจะอยู่อีกซีกโลก ขอเพียงเริ่มให้ถูกวิธี
Scroll