เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: "ฉ้อโกงประชาชน" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คือการฉ้อโกงที่ทำโดยแสดงข้อความเท็จต่อ "ประชาชน" หรือคนจำนวนมาก มีโทษหนักกว่าฉ้อโกงทั่วไป (มาตรา 341) และเป็น ความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ ส่วน "แชร์ลูกโซ่" ที่ชวนลงทุน-ระดมทุนโดยจ่ายผลตอบแทนจากเงินสมาชิกใหม่ มักผิดทั้งฉ้อโกงประชาชนและ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งโทษสูงมาก บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือคดีฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ในธุรกิจ
ฉ้อโกงทั่วไป (มาตรา 341) เป็นการหลอกลวงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเป็น "ความผิดอันยอมความได้" ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน แต่ "ฉ้อโกงประชาชน" (มาตรา 343) เกิดเมื่อการหลอกลวงนั้นทำต่อประชาชนหรือคนหมู่มาก เช่น โฆษณาชวนเชื่อให้คนทั่วไปหลงเชื่อ จุดต่างสำคัญคือ ฉ้อโกงประชาชนมีโทษหนักกว่า และเป็น ความผิดอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้ รัฐดำเนินคดีต่อได้แม้ผู้เสียหายจะถอนหรือไม่ติดใจ ความต่างของฐานฉ้อโกงพื้นฐานกับยักยอกอ่านได้ที่ ฉ้อโกง vs ยักยอกทรัพย์
แชร์ลูกโซ่คือการระดมเงินโดยสัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริง แล้วนำเงินของสมาชิกรายใหม่มาจ่ายให้รายเก่า โดยไม่มีธุรกิจจริงรองรับ เมื่อหาสมาชิกใหม่ไม่ได้ก็ล่ม การกระทำลักษณะนี้มักเข้าข่าย ฉ้อโกงประชาชน (ม.343) และความผิดตาม พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งกำหนดโทษไว้สูงและให้อำนาจรัฐในการดำเนินคดีและติดตามทรัพย์ การโฆษณาชวนลงทุนออนไลน์ที่อ้างผลตอบแทนแน่นอนสูงผิดปกติจึงควรระวังเป็นพิเศษ
สัญญาณเตือนแชร์ลูกโซ่: ผลตอบแทนสูงผิดปกติและ "การันตี" ได้, เน้นหาสมาชิกใหม่มากกว่าขายสินค้าจริง, เร่งรัดให้รีบลงทุน, และอธิบายที่มาของกำไรไม่ชัด หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรหยุดและตรวจสอบก่อน กรณีโอนเงินไปแล้วและเป็นการหลอกผ่านช่องทางออนไลน์ ดูขั้นตอนรับมือเร่งด่วนที่ โดนโกงออนไลน์ อายัดบัญชีเอาเงินคืนได้ไหม
เมื่อตกเป็นเหยื่อ ควรรวบรวมหลักฐานให้ครบ เช่น หลักฐานการโอนเงิน โฆษณา/ข้อความชวนลงทุน รายชื่อผู้เกี่ยวข้อง และสัญญา/เอกสารที่ได้รับ จากนั้นร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะคดีลักษณะนี้มักมีผู้เสียหายจำนวนมากและต้องอาศัยอำนาจรัฐในการสืบสวนและติดตามทรัพย์ การรวมกลุ่มผู้เสียหายและดำเนินการอย่างเป็นระบบช่วยเพิ่มน้ำหนักคดี ทั้งนี้ผู้เสียหายยังมีสิทธิเรียกทรัพย์คืนทางแพ่งควบคู่ไปด้วย เปรียบเทียบทางเลือกแจ้งความกับฟ้องเองได้ที่ แจ้งความ vs ฟ้องคดีอาญาเอง
ฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน โดยหลักยอมความไม่ได้ รัฐสามารถดำเนินคดีต่อไปได้แม้ผู้เสียหายจะไม่ติดใจ ต่างจากฉ้อโกงทั่วไปที่เป็นความผิดอันยอมความได้และต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน
ไม่จำเป็นต้องผิดเสมอ ขึ้นกับว่ามีธุรกิจจริงรองรับและไม่หลอกลวงหรือไม่ แต่ถ้าจ่ายผลตอบแทนจากเงินสมาชิกใหม่โดยไม่มีรายได้จริง และโฆษณาเกินจริงต่อประชาชน ก็เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.ก.กู้ยืมฯ ได้ ควรตรวจสอบก่อนลงทุนเสมอ
ผู้ที่มีส่วนร่วมในการชักชวนหรือดำเนินการ อาจมีความผิดในฐานะตัวการหรือผู้สนับสนุนได้ ขึ้นกับพฤติการณ์และเจตนา การอ้างว่า "ไม่รู้" ไม่ได้ทำให้พ้นผิดเสมอไป หากสงสัยควรหยุดและปรึกษาทนายทันที
ไม่มีใครรับประกันผลได้ เพราะขึ้นกับทรัพย์สินที่เหลือของผู้กระทำและการติดตามทรัพย์ สิ่งที่ทำได้คือรีบรวบรวมหลักฐาน ดำเนินคดีอาญา-แพ่งคู่กัน และร่วมมือกับหน่วยงานเพื่อเพิ่มโอกาสได้รับการชดใช้
คดีฉ้อโกงประชาชน-แชร์ลูกโซ่มักมีผู้เสียหายจำนวนมากและต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีอาญาของเราช่วยรวบรวมหลักฐาน รวมกลุ่มผู้เสียหาย และดำเนินคดีอาญา-แพ่งติดตามทรัพย์คืน ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor