ทำธุรกิจกับเพื่อนและลงชื่อในสัญญาเป็นลูกหนี้ร่วม ตกลงกันเองว่าคนละครึ่ง แต่เจ้าหนี้กลับทวงทั้งหมดจากคนที่ยังติดต่อได้ ข้อตกลงแบ่งจ่ายภายในกับสิทธิของเจ้าหนี้อาจเป็นคนละเรื่อง
หากมีฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมโดยชอบ เจ้าหนี้อาจเรียกหนี้ที่ยังค้างทั้งหมดจากคนใดคนหนึ่งได้ตามมาตรา 291 โดยรับชำระหนี้นั้นได้เพียงครั้งเดียว ข้อตกลงภายในว่าคนละครึ่งไม่จำเป็นต้องจำกัดสิทธิของเจ้าหนี้ แต่ก่อนจ่ายต้องตรวจว่าผู้ลงนามเป็นลูกหนี้ร่วมจริง เป็นผู้ค้ำ เป็นผู้แทนบริษัท หรือเพียงพยาน และยอดทวงหักเงินที่คนอื่นชำระแล้วหรือยัง
การมีผู้ลงชื่อหลายคนไม่ได้แปลว่าเป็นลูกหนี้ร่วมทุกคน มาตรา 290 มีหลักสำหรับหนี้ที่แบ่งชำระได้และมีลูกหนี้หลายคนเมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ต้องอ่านฐานะและข้อความทั้งฉบับ บทความนี้ไม่ใช้ตัดสิทธิคุ้มครองของผู้ค้ำประกัน และไม่สรุปว่ากรรมการที่เซ็นแทนบริษัทต้องรับหนี้ส่วนตัว
ต้องแยกความสัมพันธ์ภายนอกกับภายใน หากเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกจากลูกหนี้ร่วมเต็มจำนวน การแบ่งส่วนระหว่างลูกหนี้กันเองไม่ได้เปลี่ยนสิทธินั้นโดยอัตโนมัติ หากเจ้าหนี้ตกลงจำกัดความรับผิดของแต่ละคนไว้จริง ต้องตรวจเนื้อหาและหลักฐานของข้อตกลงนั้น
มาตรา 292 ให้การชำระของลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งเป็นประโยชน์แก่คนอื่นด้วย จึงต้องหักยอดที่ชำระจริงออกจากหนี้ร่วม เจ้าหนี้ไม่ได้รับสิทธิเรียกยอดเดิมซ้ำจนได้เงินเกินหนี้ ส่วนการเรียกจากผู้ร่วมรับผิดภายหลังต้องตรวจว่าเงินที่จ่ายชำระหนี้ร่วมจริงเท่าไร
มาตรา 296 วางหลักส่วนรับผิดภายในเท่า ๆ กัน เว้นแต่กำหนดไว้อย่างอื่น จึงไม่ใช่ว่าผู้จ่ายจะเรียกเงินทั้งหมดคืนจากทุกคนได้พร้อมกัน หากมีคนที่เรียกส่วนของเขาไม่ได้ กฎหมายยังมีเรื่องการกระจายส่วนที่ขาด ต้องตรวจจำนวนผู้ร่วมรับผิดและข้อตกลงก่อนคำนวณยอดเรียกคืน
ไม่ควรตัดสินจากชื่อช่องลงนามอย่างเดียว ต้องตรวจลักษณะหนี้และข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้ก่อหนี้เองหรือเข้าประกันหนี้ผู้อื่น กฎหมายค้ำประกันมีข้อจำกัดและเงื่อนไขเฉพาะ รวมถึงต้องดูวันที่ทำสัญญา จึงควรส่งสัญญาทั้งฉบับให้ตรวจ ไม่แก้เพียงหัวข้อเพื่อให้ผู้ค้ำรับผิดหนักขึ้น
ถ้าเอกสารฐานะผู้ลงนามและยอดรับชำระครบ จะประเมินประเด็นได้ง่ายกว่ากรณีมีหลายสัญญาหรือคู่กรณีไม่ยอมเปิดยอด การเจรจากับเจ้าหนี้และการเรียกส่วนจากลูกหนี้ร่วมเป็นคนละงาน ต้องประเมินเวลาจากความร่วมมือและขั้นตอนคดี ค่าใช้จ่ายแยกค่าคัดเอกสารหรือสืบข้อมูลที่จำเป็น ค่าธรรมเนียมศาลหากฟ้อง และค่าทนายตามขอบเขต ไม่มีอายุความเดียวที่ควรใช้กับหนี้ทุกชนิด
ควรให้ทนายตรวจเมื่อสัญญาใช้คำว่าผู้ค้ำกับลูกหนี้ร่วมปะปน มีหนังสือปลดหนี้ให้บางคน มีการชำระหลายช่องทาง หรือผู้ร่วมรับผิดรายหนึ่งล้มละลาย หากได้รับหมายศาล ให้ส่งหมายและวันรับให้ทนายตรวจทันที การรอให้อีกคนรับผิดชอบแทนไม่หยุดกำหนดเวลาของผู้ถูกฟ้อง
ทนายแยกฐานะผู้ลงนาม ตรวจความรับผิดภายนอกและส่วนแบ่งภายใน เทียบยอดจ่ายกับยอดฟ้อง และร่างข้อเสนอชำระที่ไม่ยอมรับเกินสิทธิได้ เมื่อลูกหนี้คนหนึ่งจ่ายเกินส่วนแล้ว ทนายตรวจหลักฐานและทางเรียกคืนจากผู้ร่วมรับผิด รวมถึงประเมินความคุ้มค่าก่อนดำเนินคดี
ดูขอบเขตบริการร่างและทบทวนสัญญา โดยตกลงงานที่ต้องการให้ตรวจจากเอกสารจริง
การไม่ได้รับเงินโดยตรงไม่ใช่เหตุให้พ้นผิดเสมอ ต้องตรวจว่าตกลงก่อหนี้ในฐานะใดและเงินถูกใช้ตามข้อตกลงอย่างไร
หากเป็นลูกหนี้ร่วมโดยชอบ เจ้าหนี้เลือกเรียกจากคนใดได้ตามมาตรา 291 เว้นแต่มีข้อจำกัดตามข้อตกลงหรือกฎหมายที่ใช้กับกรณีนั้น
จบเท่าที่ชำระหนี้ครบตามสิทธิจริง ต้องตรวจดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่ชอบ พร้อมขอหลักฐานยอดคงเหลือ ส่วนการแบ่งรับผิดภายในยังต้องจัดการแยก
ภาพรวมอยู่ในคู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ
ส่งคำว่า "ลูกหนี้ร่วม" พร้อมประเภทสัญญา ยอดที่ถูกทวง และฐานะที่ลงนาม ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น โดยไม่ส่งเอกสารส่วนตัวในช่องทางสาธารณะ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ
ตรวจแหล่งกฎหมายเพื่อจัดทำต้นฉบับวันที่ 20 ตุลาคม 2569