เจ้าของร่วมปล่อยเช่าที่ดินคนเดียว ทำได้ไหม

เจ้าของร่วมปล่อยเช่าที่ดินคนเดียว ทำได้ไหม

เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · ต้นฉบับตรวจข้อมูล 21 ตุลาคม 2569

ที่ดินมีชื่อพี่น้องหลายคนในโฉนด แต่คนหนึ่งนำทั้งแปลงไปให้เช่าทำลานเก็บสินค้าและรับค่าเช่าไว้เอง เจ้าของร่วมคนอื่นไม่เคยเห็นสัญญา พอจะเข้าพื้นที่ก็ถูกผู้เช่าห้ามเข้า จะถือว่าสัญญาใช้ไม่ได้ทันทีหรือไม่

ยังฟันธงไม่ได้ว่าการให้เช่าโดยเจ้าของร่วมคนเดียวไม่มีผลทุกกรณี ต้องตรวจข้อตกลงจัดการทรัพย์สิน ลักษณะและขอบเขตการเช่า มติของเจ้าของร่วม และผลต่อสิทธิคนอื่น มาตรา 1358 แยกการจัดการตามธรรมดา การจัดการอันเป็นสาระสำคัญ และการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ไว้ต่างกัน ขณะเดียวกันมาตรา 1360 ให้เจ้าของร่วมใช้ทรัพย์ได้โดยไม่ขัดสิทธิผู้อื่น และมีสิทธิในดอกผลตามส่วนภายใต้ข้อสันนิษฐานของกฎหมาย

กรณีของใครบ้างที่เข้าข่าย

  • เจ้าของร่วมพบว่ามีคนปล่อยเช่าที่ดินหรืออาคารรวมโดยไม่แจ้ง แล้วต้องการตรวจสิทธิใช้พื้นที่และส่วนค่าเช่า
  • ผู้เช่ากำลังจะวางเงินกับเจ้าของที่ดินเพียงคนเดียว ทั้งที่ในโฉนดมีหลายชื่อ
  • ครอบครัวหรือผู้ลงทุนร่วมต้องการตั้งระบบอนุมัติสัญญาเช่า เก็บค่าเช่า และแบ่งค่าใช้จ่ายให้ตรวจสอบได้

ถ้าที่ดินยังเป็นกองมรดกที่มีผู้จัดการมรดก หรือมีข้อพิพาทว่าใครเป็นเจ้าของ ต้องตรวจอำนาจและสถานะก่อนใช้หลักนี้ หากต้องการขายหรือแบ่งทรัพย์รวมเป็นหลัก ให้ดู ที่ดินกรรมสิทธิ์รวม พี่น้องไม่ยอมเซ็นขาย ทำอย่างไร บทความนี้เน้นอำนาจให้เช่า การใช้พื้นที่ และบัญชีรายได้จากการเช่า

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  1. ขอสำเนาโฉนดทั้งด้านหน้าและรายการจดทะเบียน ตรวจชื่อเจ้าของและส่วนของแต่ละคน รวมถึงข้อตกลงแบ่งใช้พื้นที่ อย่าคิดว่าการมีชื่อหนึ่งในหลายชื่อแปลว่าเลือกครอบครองมุมใดก็ได้
  2. ขอสัญญาเช่าและเอกสารแก้ไขทั้งหมด ตรวจผู้ลงนาม พื้นที่ ระยะเวลา วัตถุประสงค์ ค่าเช่า เงินประกัน และสิทธิให้ผู้เช่าดัดแปลงหรือกันคนอื่นออก
  3. รวบรวมข้อตกลงจัดการทรัพย์ หนังสือมอบอำนาจ มติ และหลักฐานที่เจ้าของร่วมเคยทราบหรือยอมรับการเช่า เทียบกับการใช้ทรัพย์ก่อนหน้านั้น
  4. ขอรายการรับค่าเช่าและค่าใช้จ่ายพร้อมหลักฐาน ทำบัญชีแยกตามเดือนและผู้รับเงิน อย่าเริ่มจากแบ่งตัวเลขที่ได้รับคำบอกเล่าโดยยังไม่ตรวจยอดจริง
  5. หากคัดค้าน ให้แจ้งเหตุและขอบเขตที่โต้แย้งเป็นหนังสือถึงผู้ให้เช่าและผู้เกี่ยวข้อง ขอให้นัดตรวจเอกสารและจัดการใช้พื้นที่โดยไม่รื้อทรัพย์หรือปิดทางเอง
  6. ก่อนแก้สัญญา คืนเงินประกัน หรือยุติการเช่า ให้ตกลงผู้มีอำนาจและผลต่อผู้เช่าชัดเจน ถ้าตกลงไม่ได้ให้ทนายประเมินคำขอตามฐานสิทธิ ไม่ประกาศลอย ๆ ว่าสัญญาเป็นโมฆะทั้งหมด

ไม่ใช่ทุกการจัดการที่ต้องใช้คะแนนแบบเดียวกัน

มาตรา 1358 สันนิษฐานว่าเจ้าของร่วมมีสิทธิจัดการทรัพย์ร่วมกัน สำหรับการจัดการตามธรรมดาใช้คะแนนข้างมากแห่งเจ้าของร่วม และเจ้าของร่วมคนหนึ่งอาจจัดการตามธรรมดาได้ เว้นแต่ฝ่ายข้างมากตกลงเป็นอย่างอื่น ส่วนการทำเพื่อรักษาทรัพย์ทำได้เสมอ

การจัดการอันเป็นสาระสำคัญต้องได้คะแนนข้างมากแห่งเจ้าของร่วมที่มีส่วนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าทรัพย์สิน และถ้าเปลี่ยนวัตถุประสงค์ต้องได้รับความเห็นชอบทุกคน จึงควรตรวจทั้งจำนวนคนและสัดส่วนตามเกณฑ์ของเรื่องนั้น ไม่ใช้แค่คำว่าตนถือส่วนใหญ่ตัดสินทุกกรณี

ให้เช่าแบบใด ต้องอ่านสัญญาและดูพื้นที่จริง

ต้องตรวจว่าที่ดินเคยใช้ประโยชน์อย่างไร การเช่าทำให้คนอื่นใช้ทรัพย์ไม่ได้เพียงใด มีงานก่อสร้างหรือเปลี่ยนสภาพถาวรหรือไม่ และผูกพันนานแค่ไหน การให้เช่าที่เคยทำตามปกติอาจมีประเด็นต่างจากการนำที่อยู่อาศัยร่วมไปให้เช่าทำโรงงานทั้งหมด

ไม่ควรกำหนดเองว่าเช่ากี่ปีจึงเป็นการจัดการตามธรรมดาหรือสาระสำคัญโดยดูระยะเวลาอย่างเดียว หากสัญญามีการจดทะเบียนหรือก่อภาระอื่นต่อทรัพย์ ต้องตรวจมาตรา 1361 และกฎหมายของนิติกรรมนั้นประกอบ ไม่เหมารวมการเช่าทุกแบบเป็นการจำหน่ายทรัพย์ที่ต้องยินยอมทุกคน

มีส่วนในที่ดิน ไม่ได้แปลว่าได้พื้นที่เฉพาะมุมทันที

มาตรา 1360 ให้เจ้าของร่วมใช้ทรัพย์ได้ แต่ต้องไม่ขัดสิทธิของเจ้าของร่วมอื่น การอ้างว่าปล่อยเช่าเฉพาะส่วนของตนจึงต้องดูว่ามีการแบ่งใช้พื้นที่อย่างไรและผู้อื่นยังใช้สิทธิได้หรือไม่ หากยังไม่แบ่งกรรมสิทธิ์ต้องไม่ใช้เส้นที่ขีดเองแทนข้อตกลง ดู ซื้อที่ดินเฉพาะส่วน ได้พื้นที่ตรงไหน ต้องตรวจอะไร

ผู้เช่าควรตรวจฐานอำนาจก่อนจ่ายเงิน ไม่พึ่งเพียงสำเนาบัตรของคนที่อ้างเป็นเจ้าของ การให้เจ้าของร่วมรับทราบหรือยืนยันอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยลดข้อโต้แย้ง แต่ต้องให้ข้อมูลขอบเขตการเช่าแก่ผู้ลงนามจริง ไม่ใช้ลายเซ็นเปล่าหรือข้อความคลุมเครือ

ค่าเช่าที่รับไว้ ต้องทำบัญชีอย่างไร

มาตรา 1360 สันนิษฐานว่าเจ้าของร่วมมีสิทธิได้ดอกผลตามส่วนของตน จึงควรตรวจค่าเช่าที่รับจริง ข้อตกลงแบ่งรายได้ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมาตรา 1362 กำหนดหน้าที่ออกค่าจัดการ ภาษี และค่ารักษาหรือใช้ทรัพย์ตามส่วน

แยกเงินประกันผู้เช่าออกจากค่าเช่าที่ถือเป็นรายได้ และแยกรายการค่าใช้จ่ายที่ยอมรับจากรายการที่คัดค้าน การรับเงินส่วนแบ่งโดยไม่ทำข้อสงวนให้ชัดอาจทำให้ข้อพิพาทว่ารู้และยินยอมต่อการเช่าซับซ้อนขึ้น จึงควรตรวจข้อความในใบรับเงินก่อนเซ็น

เอกสารที่ควรเตรียม

  • เจ้าของร่วม: โฉนด รายการจดทะเบียน หลักฐานสัดส่วน ข้อตกลงจัดการและหนังสือมอบอำนาจ ใช้ตรวจอำนาจกับเกณฑ์ลงมติ
  • ทรัพย์สิน: แผนผังพื้นที่ ภาพการใช้ก่อนและหลังให้เช่า สัญญาเช่าและแบบดัดแปลง ใช้ดูผลต่อเจ้าของร่วมรายอื่น
  • หนี้และรายได้: รายการรับค่าเช่า เงินประกัน ใบเสร็จภาษีและค่าใช้จ่าย ใช้ทำบัญชีที่ตรวจสอบได้ก่อนแบ่งเงิน
  • ข้อพิพาท: หนังสือคัดค้าน มติการประชุม ข้อความยินยอม และคำแจ้งจากผู้เช่า ใช้ตรวจการรับรู้ ข้อตกลง และเหตุที่ขัดขวางการใช้ทรัพย์
  • เจ้ามรดกและทายาท เฉพาะกรณีรับมรดก: ใบมรณบัตร คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกและเอกสารโอนมรดก ใช้ตรวจว่าทรัพย์อยู่ในขั้นจัดการกองมรดกหรือเป็นกรรมสิทธิ์รวมที่จัดการได้แล้ว

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

ต้องตรวจอำนาจก่อนจ่ายมัดจำหรือให้ผู้เช่าเริ่มก่อสร้าง เพราะการแก้หลังเข้าพื้นที่จะกระทบคนหลายฝ่าย ระยะเวลาขึ้นกับจำนวนเจ้าของร่วม ความครบของสัญญา และความชัดของบัญชีรายได้ สิทธิขอบัญชี เรียกเงิน หรือขอให้หยุดใช้พื้นที่อาจมีประเด็นกำหนดเวลาต่างกัน ควรตรวจตามคำขอจริง

ค่าคัดเอกสารราชการ ค่ารังวัดหรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น และค่าทนายเป็นคนละส่วน ค่าทนายขึ้นกับการตรวจอำนาจ จัดบัญชี เจรจา หรือดำเนินคดี หากต้องแก้หรือจดทะเบียนสิทธิให้ตรวจค่าธรรมเนียมกับสำนักงานที่ดินตามธุรกรรม ยังระบุยอดเดียวให้ทุกแปลงไม่ได้

ข้อผิดพลาดที่พบ

  • สรุปว่าคนไม่เซ็นทำให้สัญญาเสียทั้งหมด โดยไม่ตรวจข้อตกลงจัดการ มติ และพฤติการณ์เดิม
  • ให้ผู้เช่าเริ่มก่อสร้างถาวรเพราะคนหนึ่งบอกว่าได้รับความยินยอมแล้ว แต่ไม่ขอหลักฐาน
  • รับส่วนแบ่งค่าเช่าพร้อมเซ็นข้อความยอมรับทุกเงื่อนไข ทั้งที่ยังไม่เห็นสัญญา
  • ไล่ผู้เช่าหรือย้ายของออกเองก่อนตรวจสิทธิผู้เช่า อาจเกิดความรับผิดเพิ่มเติม
  • แบ่งเงินประกันเป็นรายได้จนไม่มีเงินคืนผู้เช่าเมื่อครบเงื่อนไข

จุดที่ควรให้ทนายเข้าดูแล

ให้ทนายเข้าดูเมื่อผู้เช่ากันเจ้าของร่วมออกจากพื้นที่ มีสัญญาระยะยาวหรือให้ก่อสร้าง มีการคัดค้านมติ เงินค่าเช่าไม่โปร่งใส หรือทรัพย์ยังเกี่ยวพันกองมรดก ต้องตรวจอำนาจและผลต่อผู้เช่าก่อนตัดสินใจฟ้องหรือยุติสัญญา

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายตรวจทะเบียนและสัดส่วน วิเคราะห์ประเภทการจัดการ ตรวจมติและขอบเขตสัญญา จัดหนังสือขอบัญชีหรือคัดค้าน ร่างข้อตกลงใช้พื้นที่และแบ่งรายได้ พร้อมประเมินสิทธิในคดีตามหลักฐาน ดู คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ และภาพรวม คู่มือกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ฉบับสมบูรณ์ 2026

คำถามที่พบบ่อย

ถือส่วนในที่ดินเกินครึ่ง ปล่อยเช่าคนเดียวได้เลยไหม

ไม่ควรใช้สัดส่วนอย่างเดียวตัดสิน มาตรา 1358 กำหนดเกณฑ์ต่างกันตามประเภทการจัดการ บางเรื่องต้องดูคะแนนข้างมากของเจ้าของร่วมประกอบสัดส่วน และการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ต้องเห็นชอบทุกคน ต้องตรวจข้อตกลงกับลักษณะสัญญาก่อน

ยังไม่ได้ส่วนแบ่งค่าเช่า หยุดผู้เช่าเข้าได้ไหม

การไม่ได้ส่วนแบ่งเป็นข้อพิพาทบัญชีและสิทธิระหว่างเจ้าของร่วม ซึ่งต้องแยกจากสิทธิของผู้เช่า ไม่ควรปิดทางหรือย้ายทรัพย์เอง ให้ขอสัญญาและบัญชี แจ้งข้อโต้แย้ง แล้วประเมินผู้ที่ต้องเรียกร้องกับวิธีคุ้มครองสิทธิ

ตกลงแบ่งใช้พื้นที่กันด้วยปากเปล่า มีประโยชน์ไหม

อาจเกี่ยวข้องกับการพิสูจน์พฤติการณ์และข้อตกลง แต่ต้องดูรายละเอียดและหลักฐาน ไม่ถือว่าเป็นการแบ่งกรรมสิทธิ์หรือให้อำนาจทำนิติกรรมทุกชนิด ควรทำผังและข้อตกลงจัดการให้ชัดก่อนนำพื้นที่ไปให้บุคคลภายนอกใช้

เตรียมข้อมูลก่อนติดต่อ

ส่งคำว่า “ที่ดินชื่อร่วมปล่อยเช่า” พร้อมจำนวนเจ้าของร่วมและลักษณะการเช่า ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น

ส่งข้อมูลเบื้องต้นผ่านช่องทางส่วนตัว ไม่โพสต์เลขบัตรประชาชน เลขบัญชี ลายเซ็น หรือเอกสารของคู่กรณีในพื้นที่สาธารณะ

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ

Scroll