หลายครอบครัวไม่กล้าพูดเรื่องพินัยกรรม เพราะรู้สึกเหมือนเป็นลางไม่ดี หรือเหมือนแช่งให้พ่อแม่จากไปเร็ว แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม พินัยกรรมที่ทำไว้อย่างถูกต้องคือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่พ่อแม่มอบให้ลูกได้ เพราะมันตัดปัญหาที่ทำให้พี่น้องต้องทะเลาะกันหลังท่านจากไป ลูกที่พาพ่อแม่ไปทำพินัยกรรมจึงไม่ใช่ลูกอกตัญญู แต่เป็นลูกที่มองการณ์ไกล
เมื่อไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกจะถูกแบ่งตามลำดับทายาทโดยธรรมที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบางครั้งไม่ตรงกับความตั้งใจของเจ้าของทรัพย์เลย เช่น พ่ออาจอยากยกที่ดินแปลงหนึ่งให้ลูกที่ดูแลท่านมาตลอด หรืออยากเผื่อแผ่คนที่ไม่ใช่ทายาทตามกฎหมาย เช่น หลานที่เลี้ยงมา หรือคู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียน สิ่งเหล่านี้ทำได้ก็ต่อเมื่อมีพินัยกรรมเท่านั้น นอกจากนี้พินัยกรรมยังใช้ระบุตัวผู้จัดการมรดกไว้ล่วงหน้า ช่วยลดขั้นตอนและข้อขัดแย้งได้มาก
กฎหมายกำหนดแบบพินัยกรรมไว้หลายแบบ แต่ที่คนทั่วไปใช้มีสามแบบหลัก
แบบที่หนึ่ง พินัยกรรมแบบธรรมดา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 ทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ที่ทำ ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน แล้วพยานทั้งสองลงลายมือชื่อรับรองไว้ในขณะนั้น เป็นแบบที่นิยมที่สุดเพราะทำได้เองและยืดหยุ่น
แบบที่สอง พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ ตามมาตรา 1657 ผู้ทำต้องเขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือตนเอง ลงวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อด้วยตนเอง แบบนี้ไม่ต้องมีพยาน แต่ต้องเป็นลายมือของผู้ทำทั้งฉบับจริง ๆ หากมีส่วนที่พิมพ์หรือให้คนอื่นเขียนแทน อาจเสียไป
แบบที่สาม พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ตามมาตรา 1658 ทำที่ที่ว่าการอำเภอโดยมีเจ้าหน้าที่รับดำเนินการ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงและลดข้อโต้แย้งเรื่องความสมบูรณ์ เพราะมีทางราชการเป็นพยาน
นอกจากนี้ยังมีแบบเอกสารลับและแบบทำด้วยวาจาในกรณีพิเศษ ซึ่งใช้น้อยกว่าและมีเงื่อนไขเฉพาะ
จุดที่พลาดกันบ่อยจนพินัยกรรมใช้ไม่ได้ มักไม่ใช่เนื้อหา แต่เป็นเรื่องแบบและพยาน ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยได้แก่
ข้อแรก ให้ผู้รับทรัพย์เป็นพยานหรือผู้เขียน มาตรา 1653 ห้ามผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น หากลูกที่จะได้รับมรดกไปเซ็นเป็นพยานเสียเอง ข้อกำหนดที่ยกให้ลูกคนนั้นอาจเสียไป
ข้อสอง ใช้พยานที่ต้องห้าม มาตรา 1670 กำหนดบุคคลที่เป็นพยานไม่ได้ เช่น ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบุคคลวิกลจริตหรือที่ศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
ข้อสาม ทำผิดแบบ เช่น ไม่ลงวันเดือนปี พยานไม่ครบสองคน หรือพยานไม่ได้อยู่พร้อมกันขณะลงลายมือชื่อ มาตรา 1705 กำหนดว่าพินัยกรรมที่ทำขัดต่อแบบที่กฎหมายวางไว้ย่อมเป็นโมฆะ
เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้เองที่ทำให้พินัยกรรมที่ตั้งใจทำอย่างดีกลับใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้จริง การให้ทนายตรวจหรือช่วยจัดทำจึงคุ้มค่ากว่าการเสี่ยงทำเองแล้วผิดแบบ
ถาม: เขียนพินัยกรรมใส่กระดาษธรรมดามีผลไหม
ตอบ: มีผลได้ หากทำถูกแบบ เช่น เขียนเองทั้งฉบับตามมาตรา 1657 หรือทำแบบธรรมดามีพยานสองคนตามมาตรา 1656 กระดาษไม่สำคัญเท่าความถูกต้องของแบบ
ถาม: ทำพินัยกรรมแล้วเปลี่ยนใจภายหลังได้ไหม
ตอบ: ได้ ผู้ทำพินัยกรรมมีสิทธิแก้ไขหรือทำพินัยกรรมฉบับใหม่ยกเลิกฉบับเก่าได้ตลอดชีวิต ฉบับที่ทำภายหลังโดยชอบย่อมมีผลเหนือกว่า
ถาม: จำเป็นต้องจ้างทนายทำพินัยกรรมไหม
ตอบ: ไม่บังคับ แต่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีทรัพย์หลายรายการหรือมีความสัมพันธ์ในครอบครัวซับซ้อน เพราะช่วยให้ถูกแบบและลดโอกาสถูกโต้แย้งภายหลัง
พินัยกรรมไม่ใช่ลางร้าย แต่คือความรักที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้คนข้างหลังไม่ต้องทะเลาะกันเพราะเดาใจคนที่จากไป