ลายมือไม่เหมือนพ่อเลย สงสัยพินัยกรรมปลอม พิสูจน์อย่างไร

ลายมือไม่เหมือนพ่อเลย สงสัยพินัยกรรมปลอม พิสูจน์อย่างไร

พินัยกรรมถูกหยิบออกมาในวันที่ครอบครัวมารวมตัวกัน แต่พอลูก ๆ ได้เห็น หลายคนรู้สึกผิดสังเกตทันที ลายมือในเอกสารดูไม่เหมือนลายมือพ่อที่คุ้นเคย ถ้อยคำก็ไม่เหมือนที่พ่อเคยพูด แถมพยานที่เซ็นก็เป็นคนใกล้ชิดของทายาทที่ได้รับทรัพย์ไปมากที่สุด ความรู้สึกว่า "มีอะไรไม่ชอบมาพากล" เริ่มก่อตัวขึ้น คำถามคือ ถ้าสงสัยว่าพินัยกรรมปลอม เราจะพิสูจน์และโต้แย้งได้อย่างไร

แยกให้ชัดก่อน ปลอม กับ ไม่สมบูรณ์ ไม่เหมือนกัน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการโต้แย้งพินัยกรรมมีได้หลายฐาน ฐานแรกคือ พินัยกรรมปลอม หมายถึงเอกสารที่ไม่ได้ทำโดยเจ้ามรดกจริง เช่น มีคนปลอมลายมือชื่อ หรือแก้ไขข้อความภายหลัง ฐานที่สองคือ พินัยกรรมไม่สมบูรณ์ คือเจ้ามรดกอาจทำจริง แต่ทำผิดแบบที่กฎหมายกำหนด หรือทำในสภาพที่ไม่มีสติสมบูรณ์ หรือถูกข่มขู่หลอกลวง ทั้งสองฐานนำไปสู่ผลคล้ายกันคือทำให้พินัยกรรมใช้ไม่ได้ แต่วิธีพิสูจน์ต่างกัน

ช่องทางพิสูจน์ว่าพินัยกรรมมีปัญหา

หากสงสัยเรื่องลายมือชื่อหรือเอกสารปลอม การพิสูจน์มักอาศัยการตรวจพิสูจน์ลายมือโดยผู้เชี่ยวชาญ เปรียบเทียบลายมือชื่อในพินัยกรรมกับตัวอย่างลายมือจริงของเจ้ามรดกจากเอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสารราชการหรือเอกสารการเงินที่เจ้ามรดกเคยเซ็นไว้ ยิ่งมีตัวอย่างลายมือที่น่าเชื่อถือมากเท่าไร การพิสูจน์ก็ยิ่งชัดขึ้น

หากสงสัยเรื่องความสมบูรณ์ของแบบ ให้ตรวจสอบว่าพินัยกรรมทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เช่น แบบธรรมดาต้องมีพยานอย่างน้อยสองคนลงลายมือชื่อรับรองตามมาตรา 1656 และต้องระวังว่าผู้เขียนหรือพยานเป็นผู้รับทรัพย์เองหรือไม่ ซึ่งขัดมาตรา 1653 หรือพยานเป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 1670 หรือไม่ หากพบข้อบกพร่องเหล่านี้ มาตรา 1705 กำหนดให้พินัยกรรมที่ทำขัดต่อแบบเป็นโมฆะ

และหากสงสัยเรื่องสภาพจิตใจหรือการถูกบังคับ ก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องอาการป่วยของเจ้ามรดกในช่วงที่ทำพินัยกรรม เช่น เวชระเบียน คำบอกเล่าของแพทย์หรือคนใกล้ชิด รวมถึงพฤติการณ์ที่แสดงว่ามีการครอบงำหรือบีบบังคับ

หลักฐานที่ควรเริ่มเก็บทันที

สิ่งที่ทายาทควรทำเมื่อเริ่มสงสัย คือรวบรวมตัวอย่างลายมือชื่อจริงของเจ้ามรดกไว้ให้มากที่สุด เก็บสำเนาพินัยกรรมฉบับที่สงสัย จดรายละเอียดว่าใครเป็นผู้ครอบครองต้นฉบับ ใครเป็นพยาน และพยานมีความสัมพันธ์กับผู้รับทรัพย์อย่างไร หากมีข้อมูลเรื่องสุขภาพของเจ้ามรดกในช่วงเวลานั้นก็ควรเก็บไว้ หลักฐานเหล่านี้จะเป็นฐานให้ทนายและผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ต่อ

ควรรีบดำเนินการ เพราะพยานบุคคลอาจเลือนหายไปตามเวลา และการจัดการมรดกอาจเดินหน้าไปจนแบ่งทรัพย์เสร็จก่อนที่จะได้โต้แย้ง การปรึกษาทนายแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้วางแผนได้ว่าจะยื่นคัดค้านในกระบวนการตั้งผู้จัดการมรดก หรือฟ้องเป็นคดีต่างหาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: แค่รู้สึกว่าลายมือแปลก ๆ ฟ้องได้เลยไหม

ตอบ: ความรู้สึกอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีพยานหลักฐานประกอบ เช่น ผลตรวจพิสูจน์ลายมือ หรือข้อบกพร่องเรื่องแบบและพยาน การปรึกษาทนายเพื่อประเมินน้ำหนักพยานก่อนจึงสำคัญ

ถาม: ใครมีภาระพิสูจน์ว่าพินัยกรรมจริงหรือปลอม

ตอบ: โดยทั่วไปฝ่ายที่กล่าวอ้างว่าพินัยกรรมปลอมหรือไม่สมบูรณ์ ต้องนำพยานหลักฐานมาสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตน ดังนั้นการเตรียมหลักฐานให้หนักแน่นจึงเป็นหัวใจ

ถาม: ถ้าพิสูจน์ได้ว่าปลอม ทรัพย์จะแบ่งอย่างไร

ตอบ: หากพินัยกรรมตกไป ทรัพย์ในส่วนนั้นจะกลับไปแบ่งตามทายาทโดยธรรม เว้นแต่มีพินัยกรรมฉบับอื่นที่สมบูรณ์ นอกจากนี้หากมีการปลอมเอกสารจริง อาจมีความรับผิดทางอาญาของผู้ปลอมด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง


ปรึกษาทนายคดีมรดกและผู้จัดการมรดก โดยตรง
Thai Chinese Law Firm รับปรึกษาและดำเนินคดีโต้แย้งพินัยกรรม พิสูจน์พินัยกรรมปลอม และคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดก รองรับเอกสารภาษาไทย อังกฤษ และจีน
LINE: https://lin.ee/9tULV0A | โทร 065-431-6810
เอกสารหนึ่งใบเปลี่ยนชะตากองมรดกทั้งกองได้ ยิ่งสงสัย ยิ่งต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยอารมณ์
Scroll