เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ | บริษัท ไทย จีน ลอว์ เฟิร์ม จำกัด
ใบเสนอราคาระบุเป็นดอลลาร์ แต่ฝ่ายบัญชีจะโอนเงินบาท คู่ค้าใช้เรตวันที่ออกบิล ส่วนบริษัทคุณใช้เรตวันที่สั่งซื้อ ยอดต่างกันทั้งที่จำนวนสินค้าเท่าเดิม ต้องยึดวันไหน และควรเขียนสัญญาอย่างไรไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งทุกงวด
สำหรับหนี้ที่ใช้กฎหมายไทย มาตรา 196 วางหลักว่าหนี้เงินที่แสดงเป็นเงินต่างประเทศจะชำระเป็นเงินไทยก็ได้ โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยน ณ สถานที่และเวลาที่ใช้เงิน แต่ต้องอ่านข้อตกลงสกุลเงินและวิธีแปลงยอดก่อน ไม่ควรเลือกเรตวันออกบิลหรือวันทำสัญญาเอง หากสัญญาใช้กฎหมายต่างประเทศ มีอัตราที่ตกลงเฉพาะ หรือเป็นราคาบาทที่อ้างอิงเงินต่างประเทศ คำตอบต้องตรวจแยก
วันที่ทั้งสามทำหน้าที่ต่างกัน วันทำสัญญาอาจเป็นวันที่ตกลงราคา วันออกบิลเป็นการแจ้งยอด และวันชำระเป็นเวลาปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 196 ไม่ได้กำหนดให้ใช้วันออกบิลเป็นคำตอบสำหรับทุกสัญญา จึงต้องตรวจว่าคู่สัญญาได้กำหนดเกณฑ์อื่นไว้อย่างไรและเกณฑ์นั้นมีผลหรือไม่
ตัวอย่างเพื่อแยกประเด็น: สัญญาหนึ่งเขียนราคาดอลลาร์ตลอดอายุสัญญา แต่อีกฉบับเขียนราคาบาทคงที่พร้อมวงเล็บเทียบดอลลาร์ ทั้งสองฉบับไม่ควรถูกคำนวณเหมือนกันโดยอัตโนมัติ การอ่านเจตนาและเอกสารทั้งชุดตามมาตรา 368 ช่วยแยกว่าสกุลใดเป็นยอดที่ต้องชำระจริง
ไม่ควรนำอัตราที่ฝ่ายบัญชีใช้บันทึกรายการหรืออัตราเพื่อภาษีมาถือว่าเป็นข้อตกลงชำระหนี้ทันที เพราะวัตถุประสงค์ต่างกัน บทความนี้ว่าด้วยหน้าที่ระหว่างคู่สัญญา ไม่ได้กำหนดอัตราภาษีหรืออัตราทางบัญชี ให้ผู้รับผิดชอบบัญชีตรวจหลักเกณฑ์ของรายการนั้นแยกต่างหาก
หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือภาระส่งเงินข้ามประเทศ ต้องตรวจประเภทเงินได้ ประเทศและหลักฐานจริงก่อนกำหนดยอดสุทธิ ห้ามใช้ประโยคว่าหักได้ตามปกติแทนการตรวจธุรกรรม
งานตรวจจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีสัญญาหลายภาษา หลายงวด หรือเปลี่ยนสูตรระหว่างทาง หากต้องร่วมเจรจาหรือขอความเห็นกฎหมายต่างประเทศ ต้องแยกจากงานตรวจถ้อยคำตามกฎหมายไทย
ค่าแลกเงินและค่าธรรมเนียมการโอนต้องขอข้อมูลจากธนาคารสำหรับธุรกรรมจริง ค่าทนายขึ้นกับเอกสารและขอบเขต ไม่ระบุเรตปัจจุบันหรือช่วงค่าบริการที่ใช้ไม่ได้กับทุกดีล
ให้ทนายตรวจเมื่อสูตรมีผลต่อยอดจำนวนมาก อีกฝ่ายทวงส่วนต่างย้อนหลัง มีข้อกำหนดกฎหมายต่างประเทศ หรือใบเสนอราคาขัดกับสัญญาที่เซ็นแล้ว หากเลยกำหนดชำระ อย่ารอให้อัตราขยับเป็นประโยชน์แล้วค่อยจ่าย เพราะยังต้องตรวจผลผิดนัดแยกจากข้อพิพาทเรื่องเรต
ทนายเทียบสัญญาทุกฉบับ แยกสกุลหนี้และเงื่อนไขชำระ ร่างข้ออัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียม ทำบันทึกยืนยันยอดกับคู่ค้า และจัดเอกสารอธิบายข้อโต้แย้งให้ฝ่ายบัญชีใช้สูตรเดียวกัน งานภาษีและงานธนาคารต้องประสานผู้รับผิดชอบด้านนั้นตามขอบเขต
ขอบเขตงานของสำนักงานในเรื่องนี้อยู่ที่ บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย
ต้องดูสัญญาและหลักเกณฑ์ที่ใช้กับหนี้นั้น ไม่ใช่ทุกสัญญากำหนดให้ใช้อัตราเดียวกัน หากจะอ้างแหล่งใดควรระบุชนิดอัตราและวันเวลาให้ชัด
ทำได้หรือไม่ขึ้นกับข้อตกลงและกฎหมายที่ใช้บังคับ อย่าอนุมานจากงวดแรกเพียงงวดเดียว หากยังไม่ชัดควรทำบันทึกวิธีคำนวณงวดที่เหลือก่อนเกิดข้อพิพาท
ต้องตรวจว่าใครรับผิดค่าธรรมเนียม และสัญญากำหนดยอดสุทธิอย่างไร หลักฐานโอนออกเต็มยอดอาจยังไม่ตอบข้อโต้แย้งเรื่องยอดเข้าบัญชี
ส่งคำว่า "สัญญาเงินต่างประเทศ" พร้อมสกุลเงินและกำหนดชำระ ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ
ภาพรวมและหัวข้อย่อยในเรื่องนี้รวมอยู่ที่ คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ