ลูกค้าไม่จ่ายเงิน ผู้ขายยึดสินค้าคืนเองได้ไหม

ลูกค้าไม่จ่ายเงิน ผู้ขายยึดสินค้าคืนเองได้ไหม

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · ต้นฉบับตรวจข้อมูล 21 ตุลาคม 2569

ส่งเครื่องจักรให้ลูกค้าแล้ว บิลครบกำหนดแต่ยังไม่ได้เงิน ลูกค้ากลับเปิดใช้เครื่องทุกวัน ผู้ขายจึงคิดว่าจะส่งคนไปขนกลับก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องยอดค้างภายหลัง

ผู้ขายไม่มีสิทธิยึดสินค้าคืนเองเพียงเพราะลูกค้าไม่จ่ายเงิน ต้องตรวจว่ากรรมสิทธิ์โอนไปแล้วหรือยัง มีเงื่อนไขสงวนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิเรียกคืนที่ใช้ได้หรือไม่ และสัญญาสิ้นสุดแล้วหรือยัง แม้ยังเป็นเจ้าของ ก็ไม่ควรบุกรุก ใช้กำลัง หรือตัดระบบของลูกค้าเพื่อเอาของคืน การรับคืนโดยตกลงกันต้องเขียนผลต่อยอดหนี้ให้ชัด

กรณีของใครบ้างที่เข้าข่าย

  • ผู้ขายสินค้าให้เครดิตและส่งมอบแล้ว แต่ผู้ซื้อค้างราคา ทั้งสินค้าทั่วไปและเครื่องจักรที่ระบุหมายเลขได้
  • ผู้ขายมีข้อความว่า 'กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ขายจนกว่าจะชำระครบ' และต้องการรู้ว่าข้อความนั้นเป็นส่วนของข้อตกลงจริงหรือไม่
  • ผู้ซื้อยินยอมคืนสินค้าแทนชำระเงิน แต่ยังไม่ตกลงมูลค่ารับคืนและยอดหนี้ส่วนที่เหลือ

บทความนี้กล่าวถึงการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ระหว่างธุรกิจ ไม่ใช่สิทธิยึดรถตามสัญญาเช่าซื้อ หรือการเก็บเครื่องจักรของลูกค้าไว้จนกว่าจะจ่ายค่าซ่อม สัญญาแต่ละชนิดใช้หลักต่างกัน

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  1. รวบรวมเอกสารฉบับที่คู่ค้ารับจริง เรียงวันที่เสนอราคา รับคำสั่งซื้อ ส่งมอบ ออกบิล และครบกำหนดจ่าย แยกยอดที่ยอมรับจากยอดที่โต้แย้ง
  2. ตรวจสินค้าเป็นรายชิ้นจากรุ่น หมายเลขเครื่อง ภาพส่งมอบ และสถานที่ปัจจุบัน ขอข้อมูลโดยไม่เข้าไปค้นหรือขนของในสถานที่ผู้อื่นเอง
  3. ทำหนังสือทวงถามระบุบิล ยอดคงเหลือ วันครบกำหนด และช่องทางชำระ หากคิดบอกเลิกหรือเรียกคืน ให้ตรวจเงื่อนไขก่อนส่งข้อความที่มีผลผูกพัน
  4. ถ้าตกลงคืน ให้ทำบันทึกรายการ สภาพ ผู้รับมอบ ค่ารื้อถอนและขนส่ง มูลค่าที่นำไปหักหนี้ รวมถึงยอดที่ยังค้าง ไม่เขียนแค่ว่า 'รับของคืนแล้ว'
  5. หากไม่ยินยอมคืนหรือเสี่ยงขายต่อ ให้ทนายตรวจทางเรียกเงินหรือคืนทรัพย์และการขอคุ้มครองที่เหมาะกับพยานหลักฐาน อย่าจ้างคนไปยึดเอง

ค้างราคาไม่ได้แปลว่าผู้ขายยังเป็นเจ้าของ

มาตรา 458 วางหลักว่ากรรมสิทธิ์โอนตั้งแต่ทำสัญญาซื้อขาย ส่วนมาตรา 459 รองรับการกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา และมาตรา 460 กำหนดเรื่องทรัพย์ที่ยังไม่ได้บ่งตัวแน่นอน จึงต้องอ่านทั้งสัญญาและวิธีระบุสินค้า การยังไม่ชำระครบเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อสรุปว่ากรรมสิทธิ์ยังอยู่กับผู้ขาย

ข้อความสงวนกรรมสิทธิ์ต้องตรวจว่าตกลงกันเมื่อใด

ข้อความที่ผู้ขายเพิ่งพิมพ์เพิ่มในใบแจ้งหนี้หลังส่งของ ไม่ควรถูกถือว่าผู้ซื้อยอมรับแล้วโดยอัตโนมัติ ให้เก็บใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ สัญญา และคำตอบรับมาเทียบกัน รวมถึงตรวจว่าเป็นสินค้าเดิมที่ยังแยกได้หรือถูกแปรรูป ติดตั้งรวม หรือขายต่อไปแล้ว

เรียกคืนทรัพย์กับบังคับชำระหนี้เป็นคนละทาง

มาตรา 1336 รับรองสิทธิเจ้าของในการติดตามเอาทรัพย์จากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือภายในบังคับแห่งกฎหมาย แต่ไม่ได้ให้อำนาจบุกเข้าพื้นที่หรือเอาทรัพย์อื่นของลูกค้ามาแทน หากจะเลิกสัญญา ต้องตรวจสิทธิและขั้นบอกกล่าวตามมาตรา 386–391 ก่อนประเมินผลการคืนทรัพย์และเงินที่ได้รับไปแล้ว

เอกสารที่ควรเตรียม

  • คู่สัญญา: หนังสือรับรองบริษัทและหลักฐานอำนาจผู้ลงนาม ใช้ตรวจว่าต้องเรียกร้องจากใครและใครตกลงคืนของได้
  • ทรัพย์สิน: รายการหมายเลขสินค้า ใบส่งมอบ รูปสภาพก่อนและหลังส่ง ใช้บ่งตัวสินค้าที่อ้างกรรมสิทธิ์
  • หนี้: สัญญา ใบสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ สลิปและใบลดหนี้ ใช้หายอดจริงและเงื่อนไขการชำระ
  • ข้อพิพาท: หนังสือทวงตอบรับ ข้ออ้างเรื่องสินค้าและข้อความขอคืน ใช้ตรวจสิทธิและลำดับการผิดสัญญา
  • เจ้ามรดกและทายาท: ใช้เฉพาะเมื่อคู่สัญญาบุคคลธรรมดาเสียชีวิต เช่น มรณบัตรและคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ไม่ต้องขอข้อมูลทายาทของคู่ค้าบริษัทในคดีปกติ

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

ระยะเวลาขึ้นกับการยืนยันกรรมสิทธิ์ ความร่วมมือของผู้ซื้อ สภาพสินค้าและการขายต่อ หากคืนโดยตกลงกันได้ งานหลักคือประเมินมูลค่าและทำเอกสารรับคืน หากต้องฟ้องต้องประเมินตามคำขอและการต่อสู้คดี แยกค่าทนายออกจากค่าประเมินสินค้า ค่ารื้อถอน ขนส่ง และค่าธรรมเนียมศาล ไม่มียอดหรือระยะเวลาที่ใช้ได้กับทุกสัญญา ควรตรวจอายุความตามฐานเรียกร้องทันที ไม่รอจนหาสินค้าไม่พบ

ข้อผิดพลาดที่พบ

  • ใช้ใบกำกับภาษีหรือการค้างจ่ายเป็นหลักฐานว่าเป็นเจ้าของเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ต้องดูข้อตกลงโอนกรรมสิทธิ์
  • ตัดไฟ ล็อกซอฟต์แวร์ หรือขนสินค้าออกเอง ทำให้เกิดข้อพิพาทใหม่เรื่องความเสียหายและการเข้าพื้นที่
  • รับคืนโดยไม่ตีราคาและไม่ตกลงหนี้คงเหลือ จนแต่ละฝ่ายเข้าใจว่าหนี้จบไม่ตรงกัน
  • เอาสินค้าคนละรายการหรือทรัพย์ของบุคคลอื่นมาหักหนี้โดยไม่มีข้อตกลง

จุดที่ควรให้ทนายเข้าดูแล

ควรให้ทนายตรวจเมื่อผู้ซื้ออ้างว่าเป็นเจ้าของแล้ว สินค้าถูกขายต่อหรือรวมเข้ากับทรัพย์อื่น มีหลายบริษัทเกี่ยวข้อง หรือผู้ขายจะบอกเลิกสัญญาและรับของคืนพร้อมเรียกเงินเพิ่ม จุดเหล่านี้กระทบทั้งผู้มีสิทธิฟ้องและวิธีคำนวณยอดเรียกร้อง

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายช่วยตรวจเงื่อนไขสงวนกรรมสิทธิ์และหลักฐานตอบรับ แยกสิทธิเรียกราคาออกจากสิทธิคืนทรัพย์ ร่างหนังสือทวงหรือบอกเลิกเมื่อมีฐาน และจัดบันทึกคืนสินค้าพร้อมตารางหนี้ หากตกลงไม่ได้จึงประเมินการฟ้องและคำขอคุ้มครองจากข้อเท็จจริงของเรื่อง

ขอบเขตงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในหน้า บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

ใบส่งของเขียนว่ายังเป็นของผู้ขาย เพียงพอไหม

ต้องตรวจว่าผู้ซื้อยอมรับเป็นข้อตกลงหรือไม่ ลงนามในฐานะใด และมีสัญญาฉบับอื่นขัดกันหรือไม่ ข้อความในใบส่งของเพียงแผ่นเดียวจึงยังสรุปผลไม่ได้

รับเครื่องกลับแล้ว ยังทวงหนี้ส่วนต่างได้ไหม

ต้องดูฐานการรับคืนและข้อตกลงเรื่องราคา รวมทั้งผลของการบอกเลิกสัญญา หากรับคืนเพื่อยุติหนี้ทั้งหมด ย่อมต่างจากรับคืนแล้วหักมูลค่าบางส่วน อย่าทวงเต็มราคาโดยไม่คำนึงถึงทรัพย์ที่รับกลับ

เลือกอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ภาพรวมและเส้นทางไปยังคำถามอื่นอยู่ใน คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026

ก่อนร่างข้อตกลงขายเชื่อ ให้ตรวจ สัญญาซื้อขายสินค้า เขียนอย่างไร ป้องกันส่งของไม่ตรงและไม่จ่าย

หากเป็นเครื่องที่ส่งซ่อมและผู้ซ่อมยังเก็บไว้ ให้แยกไปตรวจ ค้างค่าซ่อมเครื่องจักร ผู้รับจ้างยึดเครื่องไว้ได้ไหม

สำหรับการระบุยอดและหลักฐานส่งหนังสือ ให้ดู หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (โนติส) เขียนอย่างไรให้มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อเพื่อเตรียมเอกสาร

ส่งคำว่า "ตรวจสิทธิคืนสินค้า" พร้อมประเภทสินค้าและวันที่ครบกำหนดจ่าย ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ

ตรวจเอกสารกฎหมายสำหรับประเด็นที่อ้างเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 ไม่ได้นำบทสรุปของบทความเก่ามาใช้แทนตัวบทกฎหมาย

Scroll