เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: เมื่อยกทรัพย์ เช่น ที่ดินหรือบ้าน ให้ผู้อื่น "โดยเสน่หา" แล้วต่อมาผู้รับประพฤติ "เนรคุณ" ผู้ให้มีสิทธิ ถอนคืนการให้ ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 ซึ่งกำหนดเหตุเนรคุณไว้ 3 ประการ คือ (1) ผู้รับประทุษร้ายผู้ให้เป็นความผิดอาญาร้ายแรง (2) ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง (3) บอกปัดไม่ให้สิ่งจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ในยามยากไร้ทั้งที่สามารถให้ได้ ทั้งนี้ต้อง ฟ้องภายใน 6 เดือนนับแต่รู้เหตุ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เหตุเกิด และผู้ให้ต้องยังไม่ได้ให้อภัย บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
เหตุเนรคุณต้องเป็นเรื่องร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนด ความขัดแย้งในครอบครัวทั่วไปหรือการทะเลาะกันเล็กน้อยมักไม่ถึงขั้นเป็นเหตุถอนคืนการให้ การพิสูจน์จึงต้องอาศัยพยานหลักฐานที่หนักแน่น เช่น คำพิพากษาคดีอาญา หลักฐานการหมิ่นประมาท หรือพยานที่ยืนยันการละเลยไม่ดูแลในยามยากไร้
สิทธิถอนคืนการให้มีกรอบเวลาที่เข้มงวด ผู้ให้ต้องฟ้องคดีภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุเนรคุณ และอย่างช้าต้อง ไม่เกิน 10 ปีนับแต่เหตุเนรคุณเกิดขึ้น หากปล่อยเลยกำหนดนี้ สิทธิถอนคืนการให้ก็ระงับ นอกจากนี้หากผู้ให้ได้ "ให้อภัย" แก่ผู้รับแล้ว ก็จะฟ้องถอนคืนไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุควรรีบปรึกษาทนายและตัดสินใจโดยเร็ว ไม่ปล่อยเวลาให้ขาดสิทธิ
กรณีที่ถอนคืนการให้ไม่ได้: การให้บางประเภทกฎหมายห้ามถอนคืนแม้มีเหตุเนรคุณ เช่น การให้ที่เป็นบำเหน็จสินจ้างโดยแท้ การให้ที่มีค่าภาระติดพัน การให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยา และการให้ในการสมรส การจัดประเภทการให้จึงสำคัญต่อสิทธิถอนคืน
เมื่อศาลพิพากษาให้ถอนคืนการให้ ผู้รับต้องคืนทรัพย์แก่ผู้ให้ และหากเป็นที่ดินก็ต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนกลับ ณ สำนักงานที่ดิน หากผู้รับได้โอนต่อหรือนำไปจำนองให้บุคคลภายนอกที่สุจริต อาจมีปัญหาในการติดตามทรัพย์คืน จึงควรตรวจสอบสถานะทรัพย์และเอกสารสิทธิตั้งแต่ต้น ความรู้เรื่องประเภทเอกสารสิทธิและการโอนดูที่ เอกสารสิทธิที่ดิน โฉนด/น.ส.3ก/ส.ป.ก. และการทำสัญญาเกี่ยวกับการโอนที่ดินดูที่ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
การยกที่ดินให้ลูกหลานตอนยังมีชีวิตมีข้อดีเรื่องความชัดเจน แต่ก็มีความเสี่ยงหากผู้รับเนรคุณหรือผู้ให้เปลี่ยนใจภายหลัง ขณะที่การวางแผนส่งต่อทรัพย์ผ่าน "พินัยกรรม" ให้มีผลเมื่อเสียชีวิต ผู้ทำพินัยกรรมยังแก้ไขหรือยกเลิกได้ตลอดและควบคุมทรัพย์ไว้ได้จนวาระสุดท้าย การชั่งน้ำหนักสองทางเลือกนี้ควรพิจารณาร่วมกับภาพรวมมรดกทั้งหมด ดูแนวทางวางแผนมรดกที่ คู่มือจัดการมรดกและทำพินัยกรรม
การยกที่ดินให้ลูกหลานเป็นเรื่องของความรักและความไว้ใจ แต่ควรวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทั้งเรื่องการถูกทอดทิ้งและข้อพิพาทระหว่างพี่น้อง
การจดทะเบียน "สิทธิเก็บกิน" หรือ "สิทธิอาศัย" ควบคู่กับการให้ ช่วยให้ผู้ให้ยังมีหลักประกันในการใช้ประโยชน์ในที่ดินแม้โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว ซึ่งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการยกให้แบบเด็ดขาดโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
หากเข้าเหตุเนรคุณตามมาตรา 531 เช่น ลูกบอกปัดไม่ให้สิ่งจำเป็นเลี้ยงชีวิตในยามที่พ่อแม่ยากไร้ทั้งที่สามารถให้ได้ ก็อาจฟ้องถอนคืนการให้ได้ แต่ต้องเป็นเรื่องร้ายแรงและมีหลักฐาน ความน้อยใจหรือขัดใจกันทั่วไปมักไม่ถึงเกณฑ์
ต้องฟ้องภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ผู้ให้ทราบถึงเหตุเนรคุณ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เหตุเกิด หากเลยกำหนดสิทธิจะระงับ จึงควรรีบปรึกษาทนายทันทีที่เกิดเหตุ
หากผู้ให้ได้ให้อภัยแก่ผู้รับในเหตุเนรคุณนั้นแล้ว จะฟ้องถอนคืนการให้ไม่ได้ ดังนั้นการแสดงออกว่ายกโทษหรือคืนดีกันอาจมีผลต่อสิทธิ ควรปรึกษาทนายก่อนดำเนินการใด ๆ
หากที่ดินถูกโอนต่อให้บุคคลภายนอกที่สุจริตและเสียค่าตอบแทน การติดตามทรัพย์คืนอาจทำได้ยากขึ้น ผู้ให้อาจต้องเรียกค่าเสียหายแทน การตรวจสอบสถานะทรัพย์และรีบดำเนินการตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ ควรปรึกษาทนายเพื่อวางแผน
คดีถอนคืนการให้มีกรอบเวลาสั้นและต้องพิสูจน์เหตุเนรคุณที่ร้ายแรง เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีที่ดินและครอบครัวของเราช่วยประเมินเหตุ ฟ้องถอนคืนการให้ และวางแผนการยกทรัพย์ให้ลูกหลานอย่างปลอดภัย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor